ทะลุมิติมาเป็นยอดคุณแม่ยุค 80

68.0K · ยังไม่จบ
อักษรามณี
65
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

จากนักธุรกิจหญิงแกร่งระดับพันล้าน วิญญาณทะลุมิติกลับสู่อดีต ต้องมากลายเป็นคุณแม่ลูกสองที่ไม่มีแม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อในยุค 1983! ในยุคที่บัตรปันส่วนยังสำคัญพอๆ กับเงิน ชิงเหอรู้ดีว่าเธอจะรอโชคชะตาไม่ได้ เมื่อสามีที่หายสาบสูญจากสงครามทิ้งลูกเล็กสองคนรออาหารเหมือนนกน้อย ครั้งนี้ เธอไม่ใช่หญิงสาวที่รอคอยความช่วยเหลือ แต่เป็นผู้หญิงที่ยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยด้วยขาของตัวเอง

นิยายจีนโบราณนิยายรักนิยายย้อนยุคผู้ชายอบอุ่นเศรษฐีนางเอกเก่งพลิกชีวิตจีนโบราณโรแมนติก

บทที่ 1

ราชินีแห่งตลาดทุน

บนชั้น 88 ของอาคาร 'หลิน กรุ๊ป' แลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในใจกลางกรุงเซี่ยงไฮ้ แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่องสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของ หลินชิงเหอ หญิงสาวในชุดสูทสีขาวสั่งตัดราคาสูงลิบประทับรอยนิ้วมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊คสายพันธุ์หายาก เธอไม่ได้เพียงแค่นั่งมองตัวเลขที่วิ่งสลับไปมาเหมือนนักพนันทั่วไป แต่เธอกำลัง 'อ่าน' จังหวะหัวใจของเศรษฐกิจโลก

"ท่านประธานครับ หุ้นของบริษัทเทคโนโลยีในเครือหูหนานร่วงลง 5% ตามที่เราคาดการณ์ไว้แล้วครับ" เซี่ยปิน เลขาหนุ่มคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

หลินชิงเหอจิบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล สายตาไม่ละจากกราฟ "แค่นั้นยังไม่พอ... สั่งเทขายเพิ่มอีกสามแสนหุ้น ทำให้มันดูเหมือนว่าเรากำลังตื่นตระหนก"

"แต่ถ้าทำแบบนั้น ราคามันจะดิ่งลงเหวเลยนะครับ?"

"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ" เธอแสยะยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "เมื่อพวกปลากระดี่ตื่นน้ำเริ่มทิ้งหุ้นเพราะความกลัว เราจะกวาดซื้อกลับมาทั้งหมดในราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่ง ภายในเย็นนี้ ฉันต้องการให้บริษัทนั้นเปลี่ยนเจ้าของมาเป็นชื่อของ 'หลิน กรุ๊ป'"

นี่คือความเย็นชาและเฉียบคมที่ทำให้หลินชิงเหอ ในวัยเพียง 28 ปี ถูกขนานนามว่า 'ราชินีแห่งตลาดทุน' เธอรับสืบทอดกิจการต่อจากบิดาที่เสียชีวิตกะทันหันเมื่อสามปีก่อน ท่ามกลางเสียงสบประมาทของเหล่าผู้ถือหุ้นรุ่นเก่า แต่ในเวลาเพียงไม่นาน เธอก็กวาดล้างอิทธิพลมืดและขยายอาณาจักรจนมั่งคั่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ห้องประชุมคณะกรรมการบริหาร

บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความกดดัน หลินชิงเหอเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงกลองศึกที่ข่มขวัญผู้ฟัง

"หลินชิงเหอ! เธอทำแบบนี้ได้ยังไง!" หลินเจิ้งหยวน อาสองของเธอที่หวังจะฮุบตำแหน่งประธานมาตลอด ตบโต๊ะฉาดใหญ่ "การไปกว้านซื้อบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะเจ๊งนั่น มันเป็นการเอาเงินของผู้ถือหุ้นไปละเลงชัดๆ!"

ชิงเหอนั่งลงที่หัวโต๊ะอย่างใจเย็น เธอประสานมือวางบนโต๊ะแล้วมองจ้องไปยังอาของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า

"อาสองคะ" เธอกล่าวเสียงเรียบ "ถ้าอาจะตำหนิฉัน รบกวนช่วยอ่านเอกสารหน้าเจ็ดก่อนนะคะ รายงานฉบับนั้นบอกว่าบริษัทนี้ถือครองสิทธิบัตรเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดในเอเชีย ที่พวกเขากำลังจะเจ๊งไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีไม่ดี แต่เพราะการบริหารที่โง่เง่า... เหมือนกับที่อาพยายามจะทำกับแผนกส่งออกของบริษัทเราเมื่อปีที่แล้วไงคะ"

"เธอ! นี่เธอหลอกด่าฉันเหรอ!" หลินเจิ้งหยวนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

"ฉันไม่ได้หลอกด่าค่ะ ฉันด่าตรงๆ" ชิงเหอเปิดหน้าจอโปรเจกเตอร์ขึ้น "และถ้าใครในที่นี้คิดว่าฉันบริหารงานผิดพลาด ฉันขอเสนอทางเลือกค่ะ ฉันจะซื้อหุ้นคืนจากพวกคุณทุกคนในราคาปัจจุบันตอนนี้เดี๋ยวนี้ แล้วเชิญพวกคุณออกไปพักผ่อนใช้เงินแก่ๆ ได้เลย แต่ถ้ายังอยากรวยไปกับฉัน ก็หุบปากแล้วฟังแผนการควบรวมกิจการในไตรมาสถัดไปซะ"

ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาหญิงสาวคนนี้ เธอไม่เพียงแต่รวยระดับพันล้าน แต่เธอคืออัจฉริยะที่มองเห็นอนาคตในขณะที่คนอื่นยังมองไม่เห็นแม้แต่ปัจจุบัน

ความเพอร์เฟกต์ที่โดดเดี่ยว

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่บริษัท หลินชิงเหอกลับมายังเพนท์เฮาส์สุดหรูราคาหลายร้อยล้านหยวนที่มองเห็นวิวแม่น้ำหวงผู่ได้สุดลูกหูลูกตา ชีวิตของเธอคือคำนิยามของความสมบูรณ์แบบ ทั้งรูปร่าง หน้าตา ฐานะ และสติปัญญา

เธอเดินไปยังตู้แช่ไวน์ราคาแพง แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายเก่าๆ ของคุณย่าที่เคยเล่าเรื่องราวความลำบากในยุค 80 ให้ฟังบ่อยๆ คุณย่ามักจะบอกเสมอว่า 'ชิงเหอเอ๋ย เจ้าเกิดมาบนกองเงินกองทอง แต่อย่าลืมว่าความเพียรพยายามของบรรพบุรุษที่สร้างมาจากการไม่มีอะไรเลยนั้นยิ่งใหญ่กว่าเงินตรา'