บทที่ 4
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเล็กๆ นั้นทำให้หลินชิงเหอชะงัก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสความรู้สึกของความเป็นแม่ มันเริ่มแทรกซึมผ่านสายเลือดในร่างใหม่นี้ เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดลึกๆ ในใจของเจ้าของร่างเดิมที่ห่วงใยลูกชายทั้งสองมากกว่าชีวิตตัวเอง
เธอก้มลงมองเด็กทั้งสอง ความรู้สึกลนลานเริ่มจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด ในฐานะนักธุรกิจ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปและแก้ไขไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 'ยอมรับ' และ 'ปรับตัว'
"ฉัน... แม่ไม่ได้เป็นอะไร" เธอกล่าวเสียงเรียบ แม้จะยังไม่ชินกับการแทนตัวเองแบบนั้น เธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กทั้งสอง มือที่หยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปลูบหัวเสี่ยวเป่าเบาๆ
"จริงเหรอครับ? แม่จำพวกเราได้แล้วใช่ไหม?" เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นถามด้วยความหวัง
"จำได้สิ... ต้าเป่า เสี่ยวเป่าใช่ไหม?" เธอทวนชื่อตามความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในหัว
เด็กชายทั้งสองยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ต้าเป่ารีบเข้ามากอดเธออีกคน "แม่ตัวเย็นมากเลย เข้าไปในบ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมจะไปหาฟืนเพิ่มมาทำให้อุ่น"
หลินชิงเหอมองไปที่เด็กชายคนโตที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเกินวัย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ความคิดเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงเหมือนตอนที่เธอกำลังวางแผนกว้านซื้อกิจการ
หลินชิงเหอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อระงับความตื่นตระหนก เธอนิ่งไปสิบวินาทีตามความเคยชินเวลาเจอวิกฤตธุรกิจ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของหญิงหม้ายที่อ่อนแอคนเดิม แต่เป็นสายตาของราชินีแห่งตลาดทุนที่พร้อมจะขยี้ทุกอุปสรรค
"ในเมื่อสวรรค์ให้ฉันมาอยู่ที่นี่..." เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่มองลูกชายทั้งสอง "ฉันก็จะเปลี่ยนยุค 80 ที่แสนแร้นแค้นนี้ ให้กลายเป็นอาณาจักรของฉันเอง!"
หญิงสาวตกผลึกความคิดได้ในท้ายที่สุด ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยอมรับ
'เอาละ หลินชิงเหอ... ในเมื่อเธอติดอยู่ในร่างนี้ ในยุคนี้ และมีหนี้ชีวิตเป็นเด็กสองคนนี้ เธอก็แค่ต้องทำสิ่งที่เธอถนัดที่สุด'
เธอมองไปรอบๆ กระท่อมที่ผุพัง มองมือที่สากและชุดที่ขาดวิ่น
'นั่นคือการสร้างอาณาจักรจากศูนย์... ไม่สิ จากติดลบ!'
"ต้าเป่า" เธอเรียกเสียงนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลังที่เปลี่ยนไป "ในบ้านเหลืออาหารอะไรบ้างไหม?"
เด็กชายก้มหน้าลงอย่างละอาย "เหลือแค่แป้งข้าวโพดขี้รำกำมือเดียวครับ... ย่าเอาแป้งขาวไปหมดแล้วเมื่อวานนี้"
ดวงตาของหลินชิงเหอวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเย็นชาทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ย่า' ความทรงจำบอกเธอว่าแม่สามีคนนั้นช่างร้ายกาจเพียงใด แต่สำหรับหลินชิงเหอคนใหม่นี้... ใครที่กล้ามาแย่ง 'สินทรัพย์' หรือ 'คนของเธอ' มันจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสม
"กำมือเดียวก็พอ" เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงแต่สายตากลับเฉียบคมจนต้าเป่ารู้สึกเกรงขาม "ไปในบ้านกันเถอะ แม่จะหาทางให้พวกเราอิ่มท้องเอง"
ในขณะที่เธอเดินนำเด็กๆ กลับเข้ากระท่อม หลินชิงเหอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นหญิงม่ายที่สิ้นหวังอีกต่อไป แต่มองว่านี่คือ 'สตาร์ทอัพ' ครั้งใหม่ที่ท้าทายที่สุดในชีวิต... และราชินีอย่างเธอ ไม่เคยแพ้ในเกมไหนทั้งนั้น
ภายในกระท่อมดินที่มืดสลัว หลินชิงเหอนั่งลงบนขอบเตียงเตา ความทรงจำที่กระจัดกระจายของเจ้าของร่างเดิมยังคงไหลวนอยู่ในหัวเหมือนฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆ ที่ขาดตอน เธอหลับตาลง พยายามจัดระเบียบฐานข้อมูล ใหม่ในสมอง ร่างนี้ชื่อหลินชิงเหอเหมือนเธอ อายุเพียง 24 ปี แต่กลับดูร่วงโรยเหมือนคนอายุสามสิบกว่าเพราะการทำงานหนักและขาดสารอาหาร
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นไปที่มุมห้อง พบเศษกระจกแตกบานเล็กที่วางอยู่บนหิ้งไม้ผุๆ ชิงเหอหยิบมันขึ้นมา เช็ดฝุ่นหนาเตอะออกด้วยชายเสื้อที่ขาดวิ่น แล้วเพ่งมองใบหน้าในกระจกนั้นอีกครั้งอย่างพิจารณา
