บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3: ข้าวต้มไข่กับรอยแดง

แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ เข้ามากระทบเปลือกตา ซูหว่านค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาคือความปวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะช่วงเอวและต้นขาที่สั่นระริกราวกับไม่ใช่ร่างกายของเธอเอง

"ไอ้ทหารบ้า.. ไอ้คนหื่นกาม.."

ซูหว่านกัดฟันสบถพึมพำ สาปแช่งบรรพบุรุษของกู้เจวี๋ยอยู่ในใจไปสิบแปดรุ่น แม้เมื่อคืนเธอจะใช้น้ำยาฟื้นฟูพลังกายจากระบบไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าความเสียหายที่กู้เจวี๋ยทำไว้มันจะเกินขีดจำกัดของยาเกรดต่ำไปมาก

เธอพยายามยันกายลุกขึ้นจากที่นอน ผ้าห่มผืนบางร่วงลงเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงช้ำและรอยฟันสีกุหลาบกระจายอยู่ทั่วตัว ตั้งแต่ลำคอระหง หน้าอก เนินไหล่ ไปจนถึงต้นขาด้านใน แทบไม่มีพื้นที่สีขาวว่างเว้นเลย

"นี่มันกะจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยหรือไง!"

เธอหน้าแดงก่ำเมื่อนึกถึงบทรักอันป่าเถื่อนเมื่อคืน ภาพของกู้เจวี๋ยที่มีดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ร้าย ลมหายใจร้อนผ่าว และแรงกระแทกกระทั้นที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย.. แค่คิดขาก็พาลจะอ่อนแรงลงไปอีก

ซูหว่านสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอต้องรีบลุก หน้าที่ของแม่และภรรยาในยุค 70 ไม่เอื้ออำนวยให้นอนตื่นสายตะวันโด่งได้

เธอค่อยๆ ลากสังขารเดินไปที่หีบใส่เสื้อผ้า ค้นหาเสื้อคอปกแขนยาวตัวที่มิดชิดที่สุดออกมาสวมทับ เพื่อปกปิดร่องรอยแห่งสมรภูมิรักเมื่อคืน แล้วเดินโซซัดโซเซออกไปที่ห้องโถงกลาง

สายตาเหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ นั่งขดตัวอยู่ที่มุมห้อง 'กู้เหนียน' หรือ 'เหนียนเหนียน' ลูกสาววัย 5 ขวบของเจ้าของร่างเดิม เด็กน้อยผอมแห้งจนหัวโตกว่าตัว ผมเผ้าแห้งกรังสีเหลืองซีดจากการขาดสารอาหาร นั่งเล่นเศษไม้เก่าๆ อยู่เงียบๆ พอเห็นซูหว่านเดินออกมา เด็กน้อยก็สะดุ้งเฮือก รีบเขยิบถอยหลังไปชิดผนัง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หัวใจของซูหว่านกระตุกวูบ เจ้าของร่างเดิมช่างเลวร้ายนัก ทิ้งปมในใจให้เด็กตัวแค่นี้ได้ลงคอ

"เหนียนเหนียน.." ซูหว่านเรียกชื่อลูกสาว พยายามปรับเสียงให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "หิวหรือยังลูก?"

เด็กน้อยไม่ตอบ เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ โดยไม่กล้าสบตา มือเล็กๆ กุมท้องที่ส่งเสียงร้องโครกคราก

ซูหว่านถอนหายใจ เธอเดินเข้าไปในครัวที่ว่างเปล่า มีเพียงหม้อดำๆ และไหข้าวสารที่มีแต่ฝุ่น เธอเปิดระบบร้านค้าขึ้นมาในใจ แต้มความรักจากเมื่อคืนพุ่งขึ้นมาเป็น 150 แต้ม.. อย่างน้อยความเจ็บปวดก็แลกมาด้วยความมั่งคั่งล่ะนะ

เธอตัดสินใจใช้ 10 แต้ม แลก 'ข้าวหอมมะลิเกรด A 1 กิโลกรัม)' และอีก 5 แต้มแลก 'ไข่ไก่สดเบอร์ 0 4 ฟอง)' แสงสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ข้าวสารขาวจั๊วะเม็ดอวบอิ่มและไข่ไก่เปลือกสีนวลก็ปรากฏขึ้นในตู้เก็บของอย่างเงียบเชียบ

ซูหว่านลงมือจุดเตาถ่านด้วยความทุลักทุเล โชคดีที่ความทรงจำร่างเดิมยังพอมีเหลืออยู่บ้าง กลิ่นควันไฟลอยคลุ้ง ก่อนจะตามมาด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มที่เริ่มเดือดปุดๆ เธอตอกไข่ใส่ลงไปสองฟอง คนให้ไข่แดงแตกกระจายเป็นริ้วสีทองสวยงาม เหยาะเกลือและซีอิ๊วเล็กน้อย.. กลิ่นหอมของข้าวใหม่ผสมไข่ไก่ลอยฟุ้งไปทั่วบ้านโทรมๆ

"หอมจัง.." เสียงเล็กๆ ดังมาจากหน้าประตูครัว

ซูหว่านหันไปยิ้มให้ เหนียนเหนียนมายืนเกาะขอบประตูมองหม้อข้าวต้มตาแป๋ว น้ำลายสอที่มุมปาก

"มาสิจ๊ะ แม่ทำเสร็จแล้ว"

ซูหว่านตักข้าวต้มใส่ชามกระเบื้องบิ่นๆ เป่าให้หายร้อน แล้วยกไปวางบนโต๊ะเตี้ยกลางบ้าน เธอกวักมือเรียกเหนียนเหนียนให้มานั่ง

เด็กน้อยมองชามข้าวต้มตาเป็นประกาย ข้าวสีขาวนวลผิดกับข้าวแดงแข็งๆ ที่เคยได้กิน แถมยังมีไข่ไก่ ไข่ไก่ที่เป็นของล้ำค่า เด็กน้อยกลืนน้ำลายเอือกใหญ่แต่ยังไม่กล้ากิน มองหน้าซูหว่านอย่างลังเล

"กินสิลูก ไม่ต้องกลัว แม่ไม่ตีหนูแล้ว" ซูหว่านลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ สัมผัสผมที่แห้งสากทำให้เธอตั้งใจว่าต้องขุนลูกให้กลับมาอ้วนท้วนให้ได้

เหนียนเหนียนค่อยๆ ตักข้าวเข้าปากคำแรก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอร่อย ก่อนจะรีบตักกินอย่างตะกละตะกลาม ซูหว่านนั่งมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตักส่วนของตัวเองมากินบ้าง ร่างกายที่อ่อนล้าต้องการพลังงานอย่างมาก

จังหวะที่ซูหว่านก้มหน้าซดน้ำซุป ร้อนๆ คอเสื้อที่กว้างเล็กน้อยก็ร่วงลงเผยให้เห็นต้นคอและไหปลาร้า

"แม่จ๋า.." จู่ๆ เหนียนเหนียนก็หยุดกิน แล้วชี้มือเล็กๆ มาที่คอของซูหว่าน "คอแม่ไปโดนอะไรมาจ๊ะ? แดงเป็นจ้ำๆ เต็มเลย เหมือนโดนยุงกัดเลย"

"พรูดดด!"

ซูหว่านสำลักข้าวต้มจนหน้าดำหน้าแดง เธอรีบเอามือตะปบปิดคอเสื้อตัวเองแทบไม่ทัน หน้าสวยหวานร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู

"อะ.. เอ่อ.. ใช่จ้ะ ยุงกัด ยุงตัวใหญ่มาก" ซูหว่านแก้ตัวตะกุกตะกัก ไม่กล้าสบตาใสซื่อของลูกสาว "เมื่อคืน.. มียุงยักษ์เข้ามาในห้องแม่ มันดุมาก กัดแม่ทั้งคืนเลย"

ในใจก็นึกถึงหน้ายุงยักษ์ตัวนั้น ยุงตัวเท่าควายที่ชื่อกู้เจวี๋ย!

"น่ากลัวจัง..." เหนียนเหนียนทำหน้าตื่น "คืนนี้หนูจะช่วยแม่ตบยุงนะจ๊ะ"

"มะ.. ไม่ต้องหรอกลูก!" ซูหว่านรีบปฏิเสธเสียงหลง ขืนให้ลูกมาเห็นตอน 'ยุงยักษ์' กำลัง 'ดูดเลือด' เธอ มีหวังได้ฝันร้ายไปตลอดชีวิตแน่ "ยุงตัวนี้มัน เอ้อ... มันกลัวพ่อจ้ะ เดี๋ยวให้พ่อเขาจัดการเอง"

ซูหว่านรีบเปลี่ยนเรื่อง "รีบกินเถอะ เดี๋ยวข้าวเย็นหมดนะ"

หลังจากมื้อเช้าผ่านไป ซูหว่านรู้สึกมีแรงขึ้นมาบ้าง เธอสำรวจบ้านที่รกและสกปรกราวกับรังหนู ฝุ่นจับหนาเตอะ หยากไย่ห้อยระย้าตามมุมห้อง นิสัยรักความสะอาดของเธอทำงานทันที

"ไม่ได้การ.. ขืนอยู่แบบนี้ปอดอักเสบตายก่อน"

ซูหว่านเริ่มลงมือปฏิวัติบ้าน เธอหาผ้าขี้ริ้วชุบน้ำเช็ดถูทุกซอกทุกมุม กวาดหยากไย่ และจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ แม้ร่างกายจะปวดเมื่อย แต่การขยับตัวก็ช่วยให้เส้นสายคลายตัวลงได้บ้าง

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยง พระอาทิตย์ตรงหัว แสงแดดแผดเผาจนอากาศอบอ้าว

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามาที่หน้าบ้าน ซูหว่านที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดคราบน้ำมันบนผนังครัวไม่ได้ยินเสียงนั้น

กู้เจวี๋ยเดินเข้ามาในบ้าน เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพบ้านที่เปลี่ยนไป พื้นดินอัดแน่นถูกกวาดจนสะอาดตา โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นอับชื้นที่เคยมีจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของอะไรบางอย่างที่เขาระบุไม่ได้ กลิ่นสเปรย์ปรับอากาศที่ซูหว่านแอบฉีด

สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกวาดมองหาเจ้าของผลงาน เขาเดินผ่านห้องโถงไปยังห้องครัว และภาพที่เห็นก็ทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักกึก

ซูหว่านกำลังยืนหันหลังให้เขา เธอกำลังเขย่งปลายเท้าพยายามเอื้อมมือไปเช็ดคราบเขม่าที่ผนังด้านบน เนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว เธอจึงพับแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่องราวกับหยกเนื้อดี เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่เธอใส่อยู่รั้งขึ้นตามแรงยืดแขน จนชายเสื้อเลิกขึ้นสูงเผยให้เห็นเอวคอดกิ่วที่เว้าโค้งอย่างสมบูรณ์แบบ

และที่สำคัญกางเกงผ้าฝ้ายสีดำเก่าๆ ที่เธอใส่นั้นค่อนข้างรัดรูป เมื่อเธอยืดตัวและเขย่งขา มันจึงรัดเน้นให้เห็นรูปทรงของบั้นท้ายกลมกลึงที่งอนงามได้อย่างชัดเจน

กู้เจวี๋ยรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง ลำคอแห้งผากขึ้นมาทันที

ภาพความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัว ภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าที่บิดเร่าอยู่ใต้ร่างเขา ผิวเนียนนุ่มมือ เสียงครางหวานหู และความคับแน่นที่ตอดรัด

ความต้องการที่น่าจะสงบลงไปแล้วหลังจากจัดหนักไปเมื่อคืน กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างง่ายดายเพียงแค่เห็นแผ่นหลังและบั้นท้ายของภรรยา

"ที่รัก..." กู้เจวี๋ยพึมพำเสียงต่ำ ดวงตาหรี่ลงเปลี่ยนเป็นแววตาของนักล่า

ซูหว่านยังไม่รู้ตัวว่าภัยกำลังมาถึงตัว เธอเช็ดผนังเสร็จแล้วและกำลังจะก้มลงหยิบถังน้ำที่วางอยู่พื้น จังหวะที่เธอก้มโค้งตัวลงนั้น สัดส่วนโค้งเว้าด้านหลังยิ่งปรากฏชัดเจนต่อสายตาของคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

กู้เจวี๋ยทนไม่ไหวอีกต่อไป สติเส้นสุดท้ายขาดผึง เขาย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างเงียบเชียบ รวดเร็วและไร้เสียงราวกับเสือดำที่ตะครุบเหยื่อ

"อ๊ะ! จะเสร็จแล้.."

ซูหว่านอุทานเมื่อรู้สึกถึงเงาทะมึนที่ทาบทับลงมาจากด้านหลัง แต่ยังไม่ทันจะได้หันกลับไป วงแขนแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กก็ตวัดรวบเอวบางของเธอไว้แน่น!

"ว้ายยย!"

ตึง!

ร่างของเธอถูกกระชากขึ้นและดันกระแทกเข้ากับผนังห้องครัวอย่างแรง ถังน้ำในมือร่วงลงพื้นเสียงดังโครม น้ำกระเด็นเปียกขากางเกงของทั้งคู่

"กู้.. กู้เจวี๋ย! คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่!" ซูหว่านร้องเสียงหลง หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ เธอพยายามจะดิ้นหนี แต่ร่างกายสูงใหญ่ของเขาเบียดทับเข้ามาจนแนบสนิท ตรึงเธอไว้กับผนังเย็นเฉียบ

กู้เจวี๋ยไม่ตอบ เขาใช้ร่างกายท่อนล่างที่แข็งแกร่งกดทับสะโพกของเธอไว้แน่น ให้เธอรับรู้ถึงความตื่นตัวของเขาที่กำลังดุนดันอยู่ที่หน้าท้องน้อยของเธออย่างชัดเจน

"จะ.. เจวี๋ย.. นี่มันกลางวันแสกๆ นะ!" ซูหว่านหน้าแดงซ่านจนแทบจะระเบิด เสียงสั่นเครือ "ลูก.. ลูกอยู่ข้างนอก!"

"เหนียนเหนียนหลับอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน.." กู้เจวี๋ยตอบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดต้นคอ ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของเธอลุกชัน "และประตูก็ปิดแล้ว"

"แต่... แต่ฉันเพิ่งทำความสะอาดเสร็จ.. ตัวเหม็นเหงื่อ.."

"หอม.." เขาพูดสวนขึ้นมาทันที จมูกโด่งเป็นสันซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอขาวที่มีรอยแดงจางๆ จากเมื่อคืน สูดดมกลิ่นกายหอมละมุนผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขา "กลิ่นเมีย.. หอมไปทั้งตัว"

มือหนาเริ่มไม่อยู่นิ่ง มันเลื่อนจากเอวคอดกิ่วขึ้นมาที่หน้าอกอวบอิ่ม บีบเคล้นผ่านเนื้อผ้าอย่างมันมือ ความหยาบกระด้างของฝ่ามือเสียดสีกับยอดอกที่เริ่มแข็งขืนตอบสนอง ทำให้ซูหว่านหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"อื้อ.. อย่า.. พี่กู้.. ในครัวไม่ได้นะ.."

"ทำไมจะไม่ได้?" เขาถามเสียงเข้ม พลางใช้เข่าแยกขาเธอออกจากกัน แทรกตัวเข้าไปตรงกลางอย่างชำนาญ "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ทำท่ายั่วยวนผมขนาดนั้น.. ก้มโค้งโชว์ผมตั้งนานสองนาน คิดว่าผมจะทนไหวเหรอ?"

"ฉันเปล่านะ! ฉันแค่จะหยิบถังน้ำ!"

"ข้ออ้าง.." กู้เจวี๋ยไม่ฟังความ เขาใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองของเธอไพล่ไปด้านหลังล็อกไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างปลดกระดุมกางเกงตัวเองอย่างรวดเร็ว

เสียงซิปรูดลงดัง 'ครืด' บาดใจ..

ซูหว่านเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่สัมผัสโดนต้นขาผ่านเนื้อผ้าบางๆ ของเธอก่อนที่เขาจะเริ่มดึงกางเกงเธอลง

"กู้เจวี๋ย! เดี๋ยว! ข้าวยังไม่ได้หุงเลย! คุณหิวข้าวไม่ใช่เหรอ!" เธอพยายามหาทางรอดสุดท้าย

กู้เจวี๋ยชะงักไปนิดหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาดำขลับลึกล้ำราวกับบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลุกโชน

"ใช่.. ผมหิว" เขาแสยะยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจและเซ็กซี่จนใจสั่น "แต่ไม่ได้หิวข้าว.. ผมอยากกินเนื้อมากกว่า"

"นะ.. เนื้ออะไร.. ที่บ้านมีแต่ไข่.."

"เนื้อนุ่มๆ.. ขาวๆ.. ตรงหน้านี้ไง"

สิ้นคำพูด เขาก็ประกบจูบปิดปากเธออย่างรุนแรง กลืนกินเสียงประท้วงทั้งหมดลงคอไป มือหนากระชากกางเกงของเธอลงมากองที่ข้อเท้า แล้วยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดเอวสอบ

"เตรียมตัวรับโทษฐานที่ยั่วผัวกลางวันแสกๆ ได้เลย.. ซูหว่าน"

ผนังครัวที่เย็นเฉียบด้านหลัง กับความร้อนระอุจากร่างกายแกร่งด้านหน้า ซูหว่านรู้ชะตากรรมทันทีว่า.. เที่ยงนี้เธอคงไม่ได้กินข้าวดีๆ อีกแล้ว

และดูเหมือนว่า 'ยาทาแก้ฟกช้ำ' ที่เตรียมจะซื้อ.. คงต้องเพิ่มจำนวนเป็นสองขวด!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel