ตอนที่ 2: สามวันสามคืน?
ความมืดมิดรอบกายดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด ซูหว่านรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรือลำน้อยที่ถูกพายุคลั่งซัดสาดกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับถูกหินโม่ทับ ความเจ็บร้าวระบมแผ่ซ่านไปทุกอณูขุมขน โดยเฉพาะช่วงล่างที่ชาจนแทบไม่รู้สึกว่าเป็นอวัยวะของตัวเองอีกต่อไป
‘ติ๊ง! ตรวจพบการเชื่อมต่อทางกายภาพระดับลึก.. ค่าความรักเพิ่มขึ้น +50 แต้ม’ ‘ติ๊ง! ตรวจพบความพึงพอใจของเป้าหมาย.. ค่าความรักเพิ่มขึ้น +20 แต้ม’
เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ดังขึ้นในหัวปลุกซูหว่านให้ตื่นจากภวังค์อันเลือนราง เธอพยายามปรือตาขึ้นมองฝ่าความมืด แสงจันทร์จากหน้าต่างไม้ผุๆ สาดส่องเข้ามาเป็นลำ เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ยังคงนั่งตระหง่านอยู่ข้างกายเธอ
ไม่ใช่ความฝัน..
กู้เจวี๋ยยังไม่หลับ!
ชายหนุ่มนั่งพิงหัวเตียง เปลือยท่อนบนโชว์มัดกล้ามเนื้อแน่นขนัดที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากเล็บของเธอ เหงื่อเม็ดโตเกาะพราวตามแผงอกสะท้อนแสงจันทร์ เขากำลังจ้องมองเธออยู่.. สายตาคู่นั้นวาวโรจน์ในความมืดราวกับสัตว์นักล่าที่ยังกินไม่อิ่ม
ซูหว่านขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอจำได้ว่าตัวเองสลบไปแล้วรอบหนึ่งหลังจากถูกเขารังแกอย่างป่าเถื่อน แต่ดูเหมือนสำหรับนายทหารหนุ่มคนนี้.. มันยังเป็นแค่การอุ่นเครื่อง
‘ระบบ.. ระบบร้านค้า!’ เธอตะโกนเรียกในใจอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น มันคือ "ระบบร้านค้ามิติ" ที่ติดตัวเธอมาตอนทะลุมิติ ด้านบนขวามีตัวเลขระบุแต้มสะสมปัจจุบัน: 75 แต้ม
ซูหว่านกวาดตามองรายการสินค้าอย่างรวดเร็ว ในยุคข้าวยากหมากแพงปี 70 นี้ สินค้าในร้านค้าเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ มีตั้งแต่ข้าวสาร อาหารกระป๋อง ยารักษาโรค ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ทว่า.. สินค้าส่วนใหญ่ถูกล็อกไว้เป็นสีเทา!
‘คำเตือน: เลเวลโฮสต์ยังต่ำเกินไป สามารถซื้อได้เฉพาะสินค้าหมวดดำรงชีพพื้นฐาน’
บ้าที่สุด! เธอสบถในใจ แต่สายตาเหลือบไปเห็นขวดยาสีแดงเล็กๆ ที่มุมล่าง
[น้ำยาฟื้นฟูพลังกาย เกรดต่ำ)] สรรพคุณ: ขจัดความเหนื่อยล้า บรรเทาอาการปวดเมื่อย และคืนความสดชื่น 30% ทันที ราคา: 50 แต้ม
แพงชะมัด! แต้มที่แลกมาด้วยความเจ็บปวดแทบตายจะหมดไปกับยาขวดเดียวเนี่ยนะ? แต่ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างทำให้เธอไม่มีทางเลือก ซูหว่านกัดฟันกดซื้อทันที
วูบ.. ความรู้สึกเย็นวาบไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง ในมิติของระบบ การใช้ยาเป็นแบบอัตโนมัติเมื่อกดใช้ เพียงเสี้ยววินาที ความปวดร้าวที่เอวและขาบรรเทาลงอย่างน่าอัศจรรย์ เรี่ยวแรงที่เหือดหายเริ่มกลับคืนมา
ซูหว่านลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เธอค่อยๆ ขยับตัวทีละนิด พยายามจะกระถดหนีลงจากเตียงเตาให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยขอไปนอนที่พื้นหรือหนีออกไปนอกห้องก็ยังดี
กึก. เสียงฟูกเก่าๆ ลั่นเบาๆ เมื่อเธอขยับขา
ทันใดนั้น มือหนาที่หยาบกร้านและร้อนผ่าวก็คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าเล็กบางของเธอ แรงบีบนั้นแน่นราวกับคีมเหล็ก ตรึงเธอให้อยู่กับที่
"จะไปไหน?"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำคำรามเตือน
ซูหว่านตัวแข็งทื่อ ค่อยๆ หันกลับไปมอง สบเข้ากับดวงตาดุร้ายของกู้เจวี๋ยที่หรี่ลงเล็กน้อย
"ฉะ.. ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ.." เธอโกหกเสียงสั่น พยายามแกะมือเขาออก "ปล่อยก่อน.. ฉันปวด.."
"โกหก" กู้เจวี๋ยพูดสวนทันควัน เขาไม่ได้โง่ แววตาตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายตื่นตูมของเธอฟ้องทุกอย่าง
เขากระตุกแขนเพียงครั้งเดียว ร่างบางของซูหว่านก็ปลิวหวือกลับมาอยู่ใต้ร่างเขาอีกครั้งอย่างง่ายดาย กู้เจวี๋ยตามมาคร่อมทับทันที กักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งกล้ามเนื้อและกลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้น
"คิดจะหนีเหรอ?" เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนเธอสะท้าน "ผัวคุณไม่อยู่บ้านตั้งครึ่งค่อนปี ปล่อยให้คุณเหงาจนต้องวิ่งแจ้นไปหาผู้ชายอื่น.. พอผัวตัวจริงกลับมา แค่นี้คิดว่าพอแล้วหรือไง?"
"กู้เจวี๋ย! พอเถอะ ฉันช้ำไปหมดแล้วนะ!" ซูหว่านร้องประท้วง น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "คุณมันบ้า! คุณจะฆ่าฉันหรือไง!"
"ปากดี.." กู้เจวี๋ยแสยะยิ้มในความมืด เขามองริมฝีปากบวมเจ่อของเธอด้วยความพึงพอใจ "ตอนแรกก็นึกว่าคุณจะสำออย สลบเหมือดไปแล้ว.. แต่นี่อะไร ตื่นมาแรงดีขนาดนี้ จะรีบหนีลงจากเตียง ดูท่าทางน้ำยาที่ผมฉีดให้ไปเมื่อกี้ คงจะช่วยเพิ่มพลังให้คุณสินะ?"
เขาเข้าใจผิด! เขาคิดว่าที่เธอหายเหนื่อยเพราะความต้องการทางเพศของเธอเอง!
"ไม่ใช่! ฉัน.."
"ไม่ต้องแก้ตัว" เขาตัดบทด้วยการจูบปิดปากอย่างดูดดื่มและรุนแรง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธออีกครั้ง ปลุกเร้าอารมณ์ที่เพิ่งจะสงบลงให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่ "ในเมื่อแรงคุณเหลือเฟือขนาดนี้.. งั้นเรามาต่อบัญชีที่ค้างกันไว้ให้จบ"
"อ๊ะ! ไม่เอา.. กู้เจวี๋ย!"
"จำไว้ซูหว่าน.. ถ้าผมไม่อนุญาต อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าลงจากเตียง"
แล้วฝันร้ายรอบที่สอง.. หรืออาจจะสาม.. ก็เริ่มต้นขึ้น
กู้เจวี๋ยเป็นเหมือนสัตว์ป่าที่หิวโหย เขาไม่ได้มีความปรานีแม้แต่น้อย ความโกรธเคืองเรื่องชู้รักยังคงตกตะกอนอยู่ในใจ ผสมกับความหึงหวงหน้ามืดตามัว ทำให้เขาต้องการ ยืนยันความเป็นเจ้าของซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาจับเธอพลิกตัว กดใบหน้าเธอแนบกับหมอน บังคับให้เธอรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนจากทางด้านหลัง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ซูหว่านกัดฟันแน่นจนเจ็บกราม เธอพยายามจะไม่ส่งเสียงร้องน่าอายออกมา แต่ความเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้มันช่างรุนแรงและแม่นยำจนน่ากลัว
น้ำยาฟื้นฟูพลังกายที่เธอเพิ่งซื้อมา กลายเป็นดาบสองคม มันทำให้เธอไม่สลบ และเพราะเธอไม่สลบ กู้เจวี๋ยจึงยิ่งได้ใจ ใส่ไม่ยั้งเพราะคิดว่าเธอทนไหว
"แน่นชะมัด.." เขาคำรามเสียงต่ำ มือหนาบีบเคล้นสะโพกมนอย่างมันเขี้ยว "ปากบอกว่าไม่ แต่ร่างกายคุณตอบรับผมดีขนาดนี้.. หึ! ซูหว่าน คุณนี่มันหน้าไหว้หลังหลอกจริงๆ"
ซูหว่านอยากจะกรีดร้องบอกความจริงเรื่องระบบ แต่เธอทำไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลพราก ปล่อยให้คลื่นแห่งความปรารถนาที่เขาสร้างขึ้นซัดสาดจนสมองขาวโพลน
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้.. จากท่านอนคว่ำ เปลี่ยนเป็นท่านั่งตัก จากบนเตียง เขาอุ้มเธอลุกขึ้น ยืนพิงกำแพงเย็นเฉียบทั้งที่ส่วนล่างยังเชื่อมต่อกันอยู่ เขาไม่ยอมหยุด.. ไม่ยอมให้เธอได้พักแม้แต่วินาทีเดียว
"กู้.. พี่กู้.. พอเถอะ.." ซูหว่านเริ่มเปลี่ยนสรรพนาม หวังว่าความอ่อนหวานจะช่วยเรียกสติเขาคืนมาได้บ้าง "ฉันไม่ไหวแล้ว.. ได้โปรด.."
เสียงหวานที่สั่นเครือและคำเรียกขานว่า 'พี่กู้' ทำให้การเคลื่อนไหวของกู้เจวี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้มลงมองใบหน้าหวานที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและน้ำตา แววตาแข็งกร้าวเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย.. แต่นั่นกลับทำให้ส่วนนั้นของเขาขยายตัวขึ้นอีกด้วยความชอบใจ
"เรียกอีกสิ.." เขาสั่งเสียงพร่า ดันตัวเข้าหาเธอเนิบนาบแต่หนักหน่วง "เรียกผมว่าพี่กู้.. แล้วบอกว่าคุณเป็นเมียใคร"
"พี่กู้.. อึก.. ฉันเป็นเมียพี่.."
"ดี.. ดีมาก" เขากัดฟันกรอดด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่งราวกับจะตอกย้ำคำพูดนั้นลงไปในจิตวิญญาณของเธอ
เมื่อพายุอารมณ์ลูกใหญ่พัดผ่านไป กู้เจวี๋ยปลดปล่อยทุกอย่างออกมาพร้อมกับเสียงคำรามก้อง เขากอดรัดเธอแน่นจนกระดูกแทบหัก ก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงโดยมีเธอนั่งทับอยู่บนตัก
ซูหว่านหมดสภาพโดยสิ้นเชิง คราวนี้แม้น้ำยาฟื้นฟูก็ช่วยไม่ได้ เธอซบหน้าลงกับบ่ากว้างของเขา หอบหายใจโรยรินเหมือนปลาขาดน้ำ
แสงสีทองรำไรเริ่มจับที่ขอบฟ้า.. เสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกล บอกเวลาเช้าตรู่ของวันใหม่
กู้เจวี๋ยขยับตัวเล็กน้อย เขาค่อยๆ วางร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของซูหว่านลงบนที่นอนอย่างเบามือ ผิดกับพฤติกรรมป่าเถื่อนเมื่อครู่ลิบลับ เขาหยิบผ้าห่มผืนเก่ามาคลุมร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างมิดชิด จนเหลือโผล่มาแค่ใบหน้าซีดเซียว
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับได้นอนเต็มอิ่ม ทั้งที่เขาน่าจะเป็นคนที่ออกแรงมากที่สุด
เขาเดินไปหยิบซองบุหรี่มวนที่พับเองขึ้นมาจากโต๊ะ จุดสูบอัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ สายตาคมกริบมองผ่านควันสีเทาจางๆ ไปยังร่างเล็กบนเตียง
"อึดกว่าที่คิดแฮะ.." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ มุมปากยกยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก
กู้เจวี๋ยดับบุหรี่แล้วเริ่มแต่งตัว เขาหยิบเสื้อกล้ามสีขาวมาสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตทหาร ติดกระดุมทุกเม็ดอย่างเป็นระเบียบ สวมกางเกงขายาว รัดเข็มขัดหนังเส้นเดิมที่เขาเคยใช้มัดมือเธอเมื่อคืน.. พอเห็นเข็มขัด เขาก็ชะงักไปนิดหนึ่ง นึกถึงภาพวาบหวิวเมื่อคืนแล้วต้องรีบสลัดความคิดทิ้ง
เขาต้องรีบไปรายงานตัวที่หน่วยงานในตำบลก่อนจะสาย
กู้เจวี๋ยเดินกลับมาที่เตียง ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบธนบัตรใบละ 5 หยวน กับใบละ 1 หยวนอีกสองสามใบ พร้อมคูปองเนื้อและคูปองข้าวสารปึกใหญ่ออกมาวางไว้ข้างหมอนของซูหว่าน
เงินจำนวนนี้ถือว่าเยอะมากสำหรับยุคนี้ มันเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเขาเลยทีเดียว
เขาโน้มตัวลงไป ใช้มือสางผมที่ปรกหน้าผากชื้นเหงื่อของซูหว่านออก เบามือราวกับกลัวเธอจะแตกสลาย
"นอนซะ.." เขากระซิบเสียงทุ้ม "วันนี้ไม่ต้องลุกมาทำอะไร ผมจะบอกแม่ว่าคุณไม่สบาย"
ซูหว่านที่แกล้งหลับอยู่ลอบกำมือแน่นใต้ผ้าห่ม 'คนผีทะเล! ตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ!'
"แล้วก็.." กู้เจวี๋ยชะงักปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เปลี่ยนใจ เขาปรายตามองเงินที่วางอยู่ "เงินนั่นเอาไปซื้อเนื้อมากินบำรุงหน่อย ผอมจนกระดูกทิ่มมือ.. จับไม่เต็มไม้เต็มมือเลย"
พูดจบ เขาก็สวมหมวกทหาร จัดทรงให้เข้าที่ แล้วเดินอาดๆ ออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเงียบงัน
ทันทีที่เสียงประตูหน้าบ้านปิดลง ซูหว่านก็ลืมตาโพลงขึ้นทันที เธอพยายามจะลุกขึ้นนั่งเพื่อดูลาดเลา แต่ทว่า..
"โอ๊ย.."
ทันทีที่เท้าแตะพื้น ขาของเธอก็สั่นพั่บๆ เหมือนลูกนกตกน้ำ เข่าอ่อนยวบยาบจนแทบจะลงไปกองกับพื้น ความเจ็บร้าวที่ช่วงเอวแล่นปราดขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด
นี่มันสภาพของคนที่ผ่านสงครามชัดๆ!
เธอเกาะขอบเตียงพยุงตัวขึ้นมามองเงินและคูปองที่เขาทิ้งไว้.. 5 หยวนกับคูปองเนื้อ.. ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ นี่คือความป๋าของสามีทหารสินะ?
"ไอ้คนบ้ากู้เจวี๋ย.." ซูหว่านก่นด่าเสียงแหบแห้ง พลางพยุงร่างอันบอบช้ำเดินขาสั่นเทาไปทางประตูห้อง
"คอยดูเถอะ.. คืนนี้ฉันจะล็อกกลอนสามชั้น! เอามีดมาขัดประตู! ใครจะยอมให้คุณทำแบบนี้อีกเป็น 'สามวันสามคืน' อย่างที่ขู่ล่ะ ฝันไปเถอะ!"
แต่ซูหว่านหารู้ไม่ว่า.. สำหรับกู้เจวี๋ยแล้ว กลอนประตูไม้ผุๆ หรือมีดทำครัวทื่อๆ ก็ไม่อาจขวางกั้นความต้องการของหมาป่าที่เพิ่งจะได้ลิ้มรสเนื้ออันโอชะได้เลยแม้แต่น้อย
และคำว่า 'สามวันสามคืน' ของเขา.. มันอาจจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำ!
