ทะลุมิติมาเป็นภรรยา(เชลย)รักนายทหารยุค 70

86.0K · จบแล้ว
อิ๋นเยว่
31
บท
392
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

หว่านตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณแม่ลูกหนึ่งในยุค 70 ที่แร้นแค้น แถมยังมีสามีเป็นถึง 'กู้เจวี๋ย' ทหารหนุ่มฉายา 'พยัคฆ์หน้าตาย' ที่ใครเห็นเป็นต้องกลัวหัวหด! ใครบอกว่าเขาเย็นชา? ใครบอกว่าเขาไร้หัวใจ? สำหรับซูหว่านแล้ว เขาคือสามีจอมหื่นที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยต่างหาก! กลางวันเขาช่วยเธอนวดแป้งขายซาลาเปาจนร่ำรวย แต่ตกกลางคืนกลับจับเธอ 'นวด' บนเตียงจนเอวแทบหัก! "พี่กู้... เตียงมันส่งเสียงแล้วนะ" "ช่างมัน... พังก็ซ่อมใหม่ แต่คืนนี้ผมยังไม่อิ่ม!" พบกับนิยายรักยุค 70 ที่จะทำให้คุณรู้ว่า... ทหารหนุ่มนั้น 'ดุ' และ 'เด็ด' แค่ไหน!

ยุค70ทหารข้ามมิตินิยายย้อนยุครักหวานๆการแต่งงาน

ตอนที่ 1: การมาเยือนที่ผิดจังหวะ และบทลงโทษของสหายกู้

ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วศีรษะราวกับถูกใครเอาค้อนปอนด์มาทุบอย่างแรง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นน้ำมันใส่ผมราคาถูกที่ฉุนกึกเตะจมูกจนซูหว่านต้องนิ่วหน้าด้วยความสะอิดสะเอียน

"หว่านเอ๋อร์.. อย่าเล่นตัวนักเลยน่า ผัวทหารของเธอไม่อยู่บ้านตั้งหลายเดือน ป่านนี้คงไปกกสาวชาวดอยที่ชายแดนแล้ว มามะ.. ให้พี่ชายคนนี้ปรนนิบัติเธอดีกว่า"

เสียงกระซิบกระซาบที่น่ารังเกียจดังอยู่ข้างหู พร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่พยายามจะซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอ สติของซูหว่านกลับมาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มในคอนโดหรูยุค 2026 แต่เธอกำลังนอนอยู่บนสิ่งที่แข็งและเย็นเฉียบ และมีผู้ชายแปลกหน้ากำลังคร่อมทับร่างกายเธออยู่!

"ออกไปนะ!"

สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงานไวกว่าความคิด ซูหว่านรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ยกเข่ากระแทกเข้าที่จุดยุทธศาสตร์กลางลำตัวของชายคนนั้นอย่างจัง

"โอ๊ยยย! นังแพศยา! กล้าถีบข้าเหรอ!"

ชายร่างผอมแห้งในชุดเสื้อเชิ้ตลายตารางเก่าๆ กลิ้งลงไปนอนกุมเป้าโอดโอยอยู่ที่พื้นดินสกปรก ซูหว่านรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง พลางดึงสาบเสื้อที่หลุดลุ่ยมาปิดหน้าอก หอบหายใจถี่รัว สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก

ผนังบ้านทำจากดินอัดที่ไม่เรียบ มีรูปท่านผู้นำติดอยู่บนผนัง แสงสว่างเพียงน้อยนิดมาจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าคร่ำครึ นี่มันที่ไหนกัน?

ยังไม่ทันที่เธอจะประมวลผลความทรงจำที่ไหลบ่าเข้ามาในหัว ประตูไม้หน้าห้องก็ถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด

ปัง!

เสียงกระแทกนั้นดังสนั่นหวั่นไหวจนฝุ่นบนเพดานร่วงกราว ร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่กรอบประตู แสงจันทร์จากด้านนอกสาดส่องเข้ามาทำให้เห็นเงาทะมึนที่ดูน่าเกรงขาม

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวขี้ม้าที่ดูเก่าแต่สะอาดสะอ้าน บนบ่ามีดาวแดงประดับบอกยศ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลัก แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ป่า มันเย็นชา แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุณ

นี่คือ 'กู้เจวี๋ย' สามีในนามของร่างนี้.. และเป็นพระเอกในนิยายที่เธอเพิ่งทะลุมิติเข้ามา!

"สะ.. สหายกู้! คุณกลับมาแล้วเหรอ!"

เฉินหมิง ชายชู้ที่นอนกองอยู่กับพื้นหน้าซีดเผือด รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แววตาเจ้าเล่ห์กลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะรีบชี้นิ้วมาที่ซูหว่าน

"กู้เจวี๋ย! นายกลับมาก็ดีแล้ว เมียของนายน่ะสิ ร่านไม่เลือกที่! ฉันแค่เดินผ่านมาจะขอยืมเกลือ แต่เธอกลับดึงฉันเข้ามาในห้อง พยายามจะยัดเยียดความเป็นผัวให้ฉัน! ดูสิ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยขนาดนั้น!"

ซูหว่านเบิกตากว้าง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมา 'ซูหว่าน' คนเก่าเป็นคนนัดแนะเฉินหมิงมาเองจริงๆ และตั้งใจจะมอบกายให้เขาคืนนี้เพื่อประชดสามีที่ไม่ได้กลับบ้านมานาน แต่คนที่อยู่ในร่างนี้ตอนนี้คือเธอ! เธอที่เพิ่งมาถึงและยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย!

"ฉันเปล่านะ! เขาโกหก!" ซูหว่านปฏิเสธเสียงแข็ง แม้เสียงจะสั่นเครือด้วยความกลัว

กู้เจวี๋ยไม่พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ เสียงรองเท้าคอมแบทหนังสีดำกระทบพื้นดินดัง 'ตึก.. ตึก.. ตึก..' ราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังย่างสามขุมเข้ามา

เขาปรายตามองเฉินหมิงเพียงแวบเดียว ก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่ยอดอกของอีกฝ่ายเต็มแรงโดยไม่ต้องง้าง

พลั่ก!

"อั่ก!"

ร่างของเฉินหมิงลอยละลิ่วกระแทกกับผนังดินจนเกิดรอยร้าว เลือดสดๆ กระอักออกมาจากปากทันที กู้เจวี๋ยไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของเฉินหมิง ลากร่างที่ปวกเปียกไปที่ประตูเหมือนลากถุงขยะ

"ไสหัวไป" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า แต่ทรงพลังจนน่าขนลุก "ถ้าฉันเห็นหน้าแกแถวบ้านฉันอีก.. ฉันจะหักขาแกทิ้งซะ"

เขาย่อนร่างของเฉินหมิงออกไปนอกบ้านท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน แล้วหันกลับมา..

กริ๊ก.

เสียงลงกลอนประตูไม้ดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบ

ซูหว่านกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอขยับตัวถอยหนีไปจนชิดมุมเตียงเตา เตียงอิฐที่มีช่องจุดไฟด้านล่าง) พยายามกระชับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นให้เข้าที่ แต่สายตาคมกริบของกู้เจวี๋ยกลับจ้องมองทะลุผ่านความพยายามนั้น

เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง ถอดหมวกทหารวางไว้บนโต๊ะ ภายใต้แสงตะเกียงสลัว ใบหน้าของเขาดูดุดันราวกับยักษ์มาร เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนแสดงให้เห็นว่าเขาพยายามระงับอารมณ์โกรธเพียงใด

"กู้เจวี๋ย.. ฟังฉันอธิบายก่อน.." ซูหว่านพยายามเจรจา "มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ฉัน.."

"ไม่ใช่ยังไง?"

เขาถามสวนกลับมาสั้นๆ พลางเริ่มปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตทหารออกอย่างเชื่องช้า ท่าทางนั้นดูใจเย็นแต่คุกคามอย่างที่สุด

"เสื้อผ้าหลุดลุ่ย.. อยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้องนอน.. ถ้าผมกลับมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว คุณคงสมใจอยากแล้วสินะ?"

"ไม่ใช่นะ! ฉันถีบเขา.. คุณก็เห็นว่าเขาเจ็บ!"

"ผมเห็น.." กู้เจวี๋ยแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ซูหว่านหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง "ผมเห็นเมียตัวเองกำลังเล่นละครตบตา.. คุณคิดว่าผมเป็นควายหรือไง ซูหว่าน?"

เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟจนมืดมิด มือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนและฝึกหนักเอื้อมมาปลดเข็มขัดหนังที่เอว เสียงหัวเข็มขัดโลหะกระทบกันดัง 'แกร็ก' บาดหู

ซูหว่านรู้ทันทีว่าสถานการณ์นี้ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง ในยุค 70 นี้ ภรรยาคือสมบัติของสามี และการคบชู้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่ากฎหมายคือผู้ชายตรงหน้านี้

"คุณ.. คุณจะทำอะไร" เสียงของเธอสั่นระริก

กู้เจวี๋ยเหวี่ยงเข็มขัดลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะกระโจนขึ้นมาบนเตียงเตาอย่างรวดเร็วราวกับเสือตะครุบเหยื่อ ซูหว่านหวีดร้องแต่เสียงหายไปในลำคอเมื่อมือใหญ่ราวมือปีศาจบีบเข้าที่ปลายคางของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าสบตาเขา

"ทำหน้าที่ผัวไง.." เขาคำรามชิดริมฝีปากเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อบุรุษเพศที่รุนแรงทำให้ซูหว่านมึนงง "คุณอยากได้ผู้ชายมากไม่ใช่เหรอ? ร่านจนทนไม่ไหวต้องไปลากไอ้หน้าจืดนั่นมา.. แล้วผมล่ะ? ผัวคุณยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ทำไมไม่มาขอล่ะ!"

"อื้อ!"

ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความรัก แต่เป็นการลงทัณฑ์ เขาขบกัดริมฝีปากเธอจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเฝื่อนของสนิมเหล็กคละคลุ้งในปาก

ซูหว่านพยายามดิ้นรนทุบตีไหล่เขา แต่ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก ไม่สะเทือนแม้แต่น้อย มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะแล้วกดไว้แน่นด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างกระชากเสื้อตัวในของเธอจนขาดวิ่น

"อย่า.. กู้เจวี๋ย.. ฉันเจ็บ!"

"เจ็บสิดี!" เขาผละริมฝีปากออกมา จ้องมองเธอด้วยแววตาที่แดงก่ำไปด้วยความปรารถนาและความโกรธแค้น "คุณจะได้จำ.. ว่าใครเป็นเจ้าของคุณ ร่างกายนี้.. ทุกตารางนิ้วเป็นของผม ถ้าผมไม่ได้อนุญาต ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!"

เขาไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย ความอัดอั้นตันใจจากการทำงานหนักที่ชายแดน ความผิดหวังที่กลับมาบ้านแล้วเจอภาพบาดตา และความหึงหวงที่ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ทั้งหมดถูกระบายออกมาผ่านการกระทำที่ดิบเถื่อน

กู้เจวี๋ยซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียน ขบเม้มตีตราจองอย่างรุนแรงจนผิวบอบบางขึ้นรอยช้ำสีกุหลาบ ซูหว่านน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บและความกลัว แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของเจ้าของเดิมกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าประหลาด ความร้อนวูบวาบเริ่มก่อตัวขึ้นในท้องน้อย

"อย่าทำเสียงเหมือนไม่เคย.." กู้เจวี๋ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เมื่อได้ยินเสียงครางแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากปากเธอ "ปากบอกว่าเกลียดผม.. ขยะแขยงผมที่เป็นแค่ทหารจนๆ.. แต่ร่างกายคุณมันซื่อสัตย์กว่าปากคุณเยอะนะ ซูหว่าน"

เขาดันเข่าแทรกกลางระหว่างขาของเธออย่างอุกอาจ ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการเตรียมพร้อม มีเพียงความต้องการที่จะครอบครองและแสดงอำนาจ

"คุณ.. อึก.. คุณมันป่าเถื่อน!" ซูหว่านด่าทอทั้งน้ำตา

"ใช่.. ผมมันป่าเถื่อน" เขายอมรับหน้าตาเฉย สายตาโลมเลียไปทั่วเรือนร่างที่สั่นเทาใต้ร่างเขา "และคนป่าเถื่อนคนนี้แหละ ที่จะเป็นผัวคุณไปจนวันตาย!"

ทันทีที่เขาสอดใส่เข้ามา ซูหว่านกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายของเธอเกร็งไปทั้งตัว ความเจ็บปวดจากการรุกล้ำที่แห้งผากและขนาดที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างจะฉีกขาด

แต่กู้เจวี๋ยไม่หยุด เขาแช่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สูดปากด้วยความเสียวซ่านที่คับแน่น ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบอย่างหนักหน่วงและดุดัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นแข่งกับเสียงขาเตียงที่เสียดสีกับพื้นดิน

"อ๊ะ.. เจ็บ.. เบาหน่อย.."

"เก็บเสียงไว้ครางชื่อผม!" เขาตะคอกกลับ พลางกระแทกกระทั้นเน้นย้ำจุดลึกสุดอย่างเอาแต่ใจ "เรียกชื่อผม! บอกซิว่าผัวคุณคือใคร!"

"กู้.. กู้เจวี๋ย.. อื้อ!"

บทรักดำเนินไปอย่างยาวนานและทรหด ราวกับพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำใส่ดอกไม้ดอกเล็กๆ กู้เจวี๋ยไม่ยอมปล่อยให้เธอได้พักหายใจ เขาจับพลิกคว่ำพลิกหงาย เปลี่ยนท่าทางสารพัดเพื่อระบายความอัดอั้นที่สะสมมานานนับครึ่งปี

ทุกสัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความหวงแหนและเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เขาต้องการลบสัมผัสของชายอื่นออกไปให้หมด และแทนที่ด้วยความเจ็บปวดและความสุขสมที่เขามอบให้เท่านั้น

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งแสงจันทร์เริ่มคล้อยต่ำ ซูหว่านรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง เธอหอบหายใจรวยริน ร่างกายชื้นเหงื่อจนเปียกโชก กู้เจวี๋ยคำรามต่ำในลำคอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้ามาในตัวเธออย่างรุนแรง

เขาทิ้งตัวลงทับร่างของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดที่ข้างหู หัวใจของเขาเต้นแรงกระแทกแผ่นหลังเธอ

ความเงียบกลับเข้ามาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

กู้เจวี๋ยยังไม่ถอนกายออก เขาซุกหน้าลงกับไหล่ของเธอ มือหนาที่เคยบีบคั้นรุนแรงเปลี่ยนมาโอบเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวเธอจะหายไป

"จำใส่สมองคุณไว้.." เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ข้างหูเธอ น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนตอนแรก แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่น่ากลัวยิ่งกว่า

"คุณเป็นเมียผม.. ถ้าผมรู้ว่าคุณแอบไปเจอไอ้หน้าขาวนั่นอีก หรือคิดจะหนีไปจากผม.."

เขาขบกัดติ่งหูเธอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ซูหว่านขนลุกซู่

"ผมจะล่ามโซ่คุณไว้กับเตียงนี้ และทำให้คุณลุกไม่ขึ้นไปสามวันสามคืน.. เข้าใจไหม?"

ซูหว่านที่หมดเรี่ยวแรงทำได้เพียงพยักหน้าทั้งน้ำตา ในใจได้แต่ร้องตะโกนว่า..

ระบบ! ใครก็ได้ช่วยด้วย ฉันอยากจะกลับบ้าน! สามีคนนี้มันดุเกินไปแล้ว!