บท
ตั้งค่า

ตัดขาดจากบ้านใหญ่

“หากนางไม่ซื้อ ข้าจะรับซื้อไว้เอง เอาราคาเต็มตามที่ท่านผู้ใหญ่บ้านว่าเถอะ เฟิงซี“ ท่านผู้นำตระกูลออกปาก เพราะเห็นแก่น้องชายที่ตายไป หากลูกชายคนที่สี่ยังลำบากอยู่เช่นนี้เห็นทีคงตายตาไม่หลับ

“ท่านผู้นำตระกูลช่างมีน้ำใจ ไม่คิดเอาของใครฟรีๆ ผิดกับคนที่ประกาศทวงบุญคุณว่าเลี้ยงดูเฟิงซีมาเป็นสิบปี แต่เหตุไฉน ไม่ช่วยลูกหลานซื้อทั้งที่รักสามีนักหนา“ แม่เฒ่าอุ่ยพูดจาถับถมพร้อมมองคนบ้านใหญ่อย่างรังเกียจ ส่วนคนที่โดนชาวบ้านมองเป็นตาเดียวเริ่มรู้สึกอับอายเหลือคะนา

“หน็อย ข้าพูดเสียเมื่อไหร่ว่าจะไม่ซื้อ ข้ายินดีจ่ายราคาเต็มด้วยซ้ำ แต่บุญคุณที่เจ้าสี่อยู่กับข้ามาเกือบ10ปีเล่า เจ้าสี่จะตอบแทนบุญคุณข้าเช่นไร” คนเห็นแก่ได้อย่างแม่เฒ่าเหมยฮัวยังไม่ยอมแพ้ สบัดพัดและปลายตามองครอบครัวลูกเลี้ยงอย่างเย้ยยัน

“ธัญพืช5ชั่ง ซาลาเปา10ลูก น้ำเปล่าไม่ถึงโอ่ง ท่านพูดอยู่เสมอว่าเท่านั้นก็เป็นบุญคุณยิ่งใหญ่ เดิมทีหลังย้ายมาอยู่บ้านใหญ่เพียงสามเดือน สามีข้าก็ไปเรียนกับนักบวชที่สำนักเทียนกง หากตอบแทนบุญคุณท่านแม่ สามีข้าต้องตอบแทนเท่าไหร่กันเจ้าคะ” นาง ลี่ อิง ยกผ้าขึ้นมาซับน้ำตาเพียงเล็กน้อย ให้รู้ว่าเสียใจที่สามีถูกข่มเหงมาแต่ไหนแต่ไร จนชาวบ้านพากันอื้ออึงอีกครั้ง ที่ลูกเลี้ยงอย่างหวังเฟิงซี ไม่ได้รับการเลี้ยงดูให้ดีเท่าที่ควร

“แหม่ใจดำจริงๆ”

“ใช่ๆนางหวังทิ้งสมบัติไว้มากมาย ลูกชายได้กินเพียงนี้หน้าอับอายจริงๆ” เมื่อเสียงชาวบ้านเริ่มดังขึ้น สายตาขุ่นขวางตวัดมามองเมียของลูกเลี้ยงอย่างเกลียดชัง

“ลี่ อิง!!” นางแสร้งกลัวจนตัวสั่น ขยับหลบที่ด้านหลังของผู้เป็นสามี

“พอเถอะขอรับท่านแม่ ข้ายินดีตอบแทนบุญคุณ ขอให้2บ้านของเราแล้วต่อกันไป ตัดขาดกันเป็นเพียงคนร่วมหมู่บ้านเถอะขอรับ” ครั้งแรกที่นางเห็นคนเป็นสามีพูดยาวๆเช่นนี้ เดิมทีร่างเดิมมักบอกให้คนเป็นสามีนิ่งเฉยเสีย นางยังอยากเป็นคนที่บ้านสามียอมรับ เห้อออ แค่คิดก็แอบโกรธที่นางเห็นแก่ได้อยู่คนเดียว ไม่เป็นไร ลี่ อิง คนใหม่ จะปกป้องคนตระกูลหวังเอง นางแอบคิดอย่างภาคภูมิใจ

“ธัญพืช5ชั่ง แป้งมัน5ชั่ง เกลือ1ชั่ง เจ้ามีปัญญาหรือไม่” เพราะมั่นใจว่าคนบ้านนี้อดอยากจนแทบไม่มีข้าวกิน นางเฒ่าเจ้าเล่ห์จึงพูดสิ่งนั้นออกมา

“ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านผู้นำ เขียนหนังสือสัญญาตัดขาดและหนังสือขายที่ดินเถิดเจ้าค่ะ” หวัง ลี่ อิง ที่เก็บความดีใจแทบไม่มิดรีบหันไปบอกผู้ใหญ่ทันที จนมือมือหนามาคว้ามือนางเอาไว้

“ลี่ อิง เราไม่มี” สายตาอ่านยากของคนเป็นสามี ทำนางต้องรีบดึงเขาเข้าบ้าน

“ระหว่างรอสัญญาข้าจะไปเตรียมของมาให้เจ้าค่ะ” สองคนพ่อลูกถูกคนเป็นแม่ดึงเข้ามาในบ้าน

“นั้งรอข้าอยู่นี่ คนของตระกูลฉือของข้า แอบเอาของมาให้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน อย่างห่วงไปเลยเจ้าค่ะ คิดดีกว่าหากตอนนี้ขายบ้าน คืนนี้เราจะไปนอนกันที่ไหน” เรื่องนี้นางเองก็ลืมคิด แต่ต้องแสร้งเดินออกหลังบ้าน ไปตักเตรียมข้าวของในมิติลับและรีบออกมา

“เจ้า!!” ห่อผ้า2ห่อเมื่อเปิดดูพบว่ามีของครบ ทำเขาขมวดคิ้วมึนงง

“ของสินเดิม ข้านึกขึ้นได้ เลยให้คนของตระกูลฉือ เอาซ่อนไว้ อย่าโกรธข้าหน่า ข้าเป็นคนดีแล้ว จัดการๆ” นางผายมือเร่งให้เขาจัดการ แม้สายตาคมจะจ้องมองอย่างเคลือบแคลง แต่นางชิงดันหลังเขาออกจากบ้านไปเสียก่อน

“พะพวกเจ้า!! มีมันได้อย่างไร!!” แม่เฒ่าเหมยถึงกับโกธรตัวสั่น เพียงนึกว่าบ้านสี่แอบซ่อนของกินเอาไว้

“อย่างที่ข้าแจ้ง เมื่อคืนคนของตระกูลฉือมาเยี่ยมลี่อิง ของเยี่ยมล้วนเป็นของมีประโยนช์ ข้าตอบแทนบุญคุณท่านแม่” เขาคุกเข่าและมอบของที่คนเป็นเมียเตรียมไว้ให้อย่างน้อบน้อม

“หึ ก็ดี เจ้าตัดขาดข้าไป เป็นหรือตายไม่ขอยุ่งเกี่ยว พวกเจ้า บ้านหนึ่ง บ้านสอง บ้านสาม เจ้าออกกันคนละ2ตำลึง เพราะที่ตรงนี้คือกองกลางของพ่อสามีพวกเจ้า!!” ลูกสะใภ้ทั้งสามแม้จะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ยอมควักเงินออกมาคนละ2ตำลึงเงินเพื่อไม่ให้ตระกูลของบ้านใหญ่ต้องเสียหน้า

ความเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้าทำนางถอนหายใจ ยังไงเรื่องนี้ก็จะจบแล้ว ให้มันแล้วกันไปเถิด

“ขาดอีก2ตำลึง เพราะเจ้าบอกเองว่าหากมีของที่เรียกไปมาตอบแทนคุณจะจ่ายเต็มจำนวน อย่าช้านักเหมยฮัว ทุกคนต้องแยกย้ายไปทำงาน” เสว่เห่อ ภรรยาผู้ใหญ่บ้านไม่ปล่อยผ่าน นางจดจำทุกคำพูดและจงใจเอามาค้านเต็มที่

“หึ!!” แม่เฒ่าเหมยฮัววางเงิน8ตำลึงเอาไว้ตรงหน้าท่านผู้นำตระกูลด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก

“เก็บของพวกเจ้าออกไปจากที่ดินข้าเสีย หากก้าวพ้นไปแล้ว ทุกอย่างในบ้านคือของข้า” หลังลงรายนิ้วมือเรียบร้อยคนเห็นแก่ตัวยังไม่วายแสดงความจงเกลียดจงชังออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะสั่งบรรดาลูกสะใภ้ยกของออกไปท่ามกลางเสียงว่าขานของชาวบ้านที่มามุงดู

“อ่าวแยกย้ายๆ ไปทำมาหากินไปๆๆ” ชาวบ้านทั้งหลายแยกย้ายกันไปคนละทิศละท่าง เมื่อผู้ใหญ่บ้านออกปากไล่

“เฟิงซี คืนนี้พาลูกเมียไปนอนที่กระท่อมไม้บ้านข้าก่อน เรื่องเรือนเจ้าคงต้องปรับดินให้เรียบร้อย จึงจะปลูกเรือนได้” ผู้ใหญ่บ้านอย่างเย่วหมิงเอ่ยอย่างใจกว้าง

“ขอบคุณขอรับท่านลุง ข้าจะเริ่มปรับหน้าดินเสียวันนี้ อาจจะรบกวนท่านลุงเพียง2คืนเท่านั้น” เฟิงซียอมรับว่าใจหาย แต่เพราะความเป็นอยู่ที่ผูกติดกับบ้านใหญ่มันแร้งแค้นจนลูกชายของเขามีข้าวตกถึงท้องเพียงวันละ1มื้อ ทำเขาต้องรีบตัดขาด

“เอาเถอะ เจ้าอยู่ได้จนพอใจ ข้าขอตัวก่อน” ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกรีบคุกเข่าขอบคุณอย่างน้อบน้อม

“ขอบคุณขอรับท่านผู้ใหญ่บ้าน /ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านผู้นำตระกูล” หน้าผากทั้งสามคนหมอบต่ำจนแตะพื้นดิน ความหนักอกหนักใจเหมือนถูกปลดออกจากอก

“มู่ฉือ ไปเก็บเสื้อผ้าเจ้าให้หมด ก่อนจะไปปรับที่ดิน แม่ว่าเจ้าต้องอาบน้ำ” คนที่เห็นสภาพทั้งตัวเอง สามี และลูกถึงกับอ่อนใจ

“ที่นี่มีแม่น้ำหรือไม่เจ้าคะ” นางหันไปถามคนเป็นสามีที่เหมือนกำลังจ้องมองนางอย่างสำรวจ

“มี ข้าจะพาไปอาบ” สายตาคมแอบหลบยามนางสบตา แม้เวลาปกติจะมองตรงๆบ้าง มองผ่านๆบ้าง แต่ยอมรับว่าวันนี้สายตานางดูเปลี่ยนไป

“สงสัยใคร่รู้สิ่งใด ค่อยว่ากันเถิดเจ้าค่ะ ไปกินข้าวแล้วเก็บของเถิด ข้า ท่าน และเจ้าเด็กคนนี้ต้องอาบน้ำ ซักเสื้อผ้า และข้าจะไปช่วยท่านปรับหน้าดิน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel