ข้ามีบ้านแล้ว!!
”ลี่ อิง เจ้าจะพามู่ฉือไปที่แม่น้ำทำไมกัน บ้านข้าเจ้าอาบได้“ไป่เสว่เหอ รีบค้านเมื่อเห็นนางจับจูงลูกและสามีเดินไปทางริมแม่น้ำของหมู่บ้าน
”ท่านป้าไป่ ขอบน้ำใจเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากซักเสื้อผ้าให้เจ้าเด็กมอมแมมนี่ด้วย ไม่อยากรบกวนบ้านท่านจริงๆ“ นางไป่มองพิจราณาคนตรงหน้า แม้ก่อนหน้านี้จะไม่เคยพูดคุยกันแต่นางก็สังเกตุบ้านสี่อยู่เสมอ
นางลี่อิงก่อนเกิดเหตุตกน้ำนั้น ไม่ชอบเสวนากับคนในหมู่บ้าน ไม่ทำหน้าที่แม่บ้านหรือดูแลลูกอย่างหญิงชาวบ้านควรทำ แต่ก็ไม่ร้ายกาจระรานใคร แต่เหตุใดหลังฟื้นจากความตายจริงเปลี่ยนไปจนนางนึกเอ็นดู
”เช่นนั้นก็ไปเถอะ กลับมาข้าจะให้อาฟู่ไปช่วยพวกเจ้าปรับหน้าดิน“ ทั้งสามคนพยักหน้ารับ ก่อนจะจับจูงบุตรชายวัย3ขวบที่วันนี้คงต้องอาบน้ำจนกว่าจะเอี่ยมอ่อง
”ท่านแม่ ข้าไม่อยากอาบน้ำ“ คนที่โดนน้ำเดือนละ3ครั้งเอ่ยขอ
”เจ้าเด็กมอมแมมของแม่ เจ้าโตแล้วจะมอมแมมแบบนี้เพื่อนที่ไหนจะมาเล่นกับเจ้ากันเล่า ต่อไปนี้เจ้าต้องอาบน้ำ“ จากนั้นเสียงร้องไห้จ้าของเด็กที่โดนคนเป็นแม่ขัดถูกทุกซอกมุม จนสะอาดเอี่ยมอ่อง ทำคนเป็นพ่อที่ไม่เคยเห็นภาพแบบนี้ถึงกับยิ้มขำ
”มีเหตุอันใดให้ต้องขำกัน เหตุใดท่านไม่อาบน้ำเล่า“ เมื่อเล่นงานคนเป็นลูกจนเปียกไปทั้งตัว นางก็หันมาเล่นงานคนเป็นพ่อต่อ สายตาขุ่นขวางทำเขารีบกระโดนลงไปในส่วนที่ลึกและถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ดีที่ตรงนี้ซอกหินเยอะจนไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนเห็นภาพอันไม่ควร
”โยนมาเถอะ ข้าต้องซัก“ นางหยิบหินซักผ้าขึ้นมาอย่างทะมัดทะแมง ท่าทางการฟอกผ้าแต่ละชิ้นทำเขางุ่นงงเล็กน้อย เดิมทีแม่ของลูกไม่ค่อยได้แสดงอะไรแบบนี้ แต่ก็ตามที่นางบอก สงสัยใคร่รู้สิ่งใดค่อยเอ่ยถาม
หลังจากอาบน้ำและซักผ้าตากเรียบร้อย ทั้งสามคนจึงเดินมาดูที่ดิน
”ที่นี่ไกลจากตำบลหรือไม่เจ้าคะ“ เพียงมองที่ดินรกร้างนางก็ลมแทบจับ
”ไกลจากที่นี่1ก้านธูป มีเหตุอันใด“ เขาจับจอบขึ้นมาขุดดินทันทีโดยไม่มัวคิดการใดเช่นนาง
”ข้าบอกท่านไปเมื่อคืน“ เรื่องขายสมบัติที่เป็นสินเดิมไม่ได้ถูกยกเลิกแม้ตอนนี้จะมีเงินถึง8ตำลึงด้วยกัน นางไม่รู้ว่าค่าเงินที่นี่กับโลกเดิมของนางคิดเป็นเท่าไหร่ แต่มั่นใจว่านี่ถือว่าเยอะมากๆสำหรับคนที่นี่
”เก็บของเจ้าไว้เถิด ลี่เอ๋อ เรามิได้เดือดร้อนอันใด“ เขายังจับจอบถากถางต่อไปเรื่อยๆ
”เดือดร้อนเจ้าค่ะ เห็นเจ้าเด็กแคระแกนนั่นหรือไม่ ลูกต้องการของมีประโยชน์นะเจ้าคะ ท่านเองก็ด้วย“ แม้อาบน้ำเปลี่ยนผ้าจนดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ความผอมบางของพวกนางสามคนก็ถือว่าแย่เช่นเดิม
”ไว้ปรับหน้าดินและทำบ้านเสร็จข้าจะพาไป“ เมื่อเห็นพ้องว่าลูกยังต้องการของมีประโยชน์เขาจึงตอบรับนางอย่างว่าง่าย
”ข้าช่วยออกแบบบ้านได้หรือไม่เจ้าคะ“ เมื่อนึกได้จึงเอ่ยถามอย่างกระตือลือล้น
”ออกแบบรึ? คำอันใดของเจ้า“ คำพูดที่ไม่เคยได้ยินเพราะเขาไม่เคยเข้าตำบลหรือเมืองหลวง ทำเขาหยุดมือและหันมาถามนางอย่างงงงวย
”เอ่อ บอกรูปทรงของบ้านเจ้าค่ะ“ นางพยายามคิดคำที่เข้าใจง่าย และเขาก็พยักหน้ารับเมื่อรู้คำตอบ
”เอาสิ นี่ก็บ้านเจ้า“ ร่างบางของลี่อิงถึงกับนิ่งค้าง นานเท่าไหร่แล้วที่นางไม่ได้ยินคำว่าบ้านของนางเอง นางไม่เคยมีบ้านของตัวเองในโลกที่แล้ว โลกนี้นางกำลังจะมีบ้านเป็นของตัวเอง
”เย้ มู่ฉือข้ากำลังจะมีบ้าน มีบ้านของข้า ฮ่า ฮ่า ได้ยินหรือไม่ แม่เจ้ามีบ้านแล้ว“ หวังเฟิงซี มองภรรยาตัวน้อยที่ดีใจจนเกินทนแล้วส่ายหัว อยากมีบ้านขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
”ข้าว่าเราหาคนมาช่วยเถอะ แบ่งทำบ้านสักไม่กี่ตำลึงคงไม่อดอยาก ข้าไม่อยากให้มู่ฉือนอนทรมานเช่นนี้“ จู่ๆนางก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด
แม้กระท่อมของผู้ใหญ่บ้านจะคุ้มฝน แต่ยามค่ำคืนแบบนี้สายลมหนาวทำเด็กน้อยที่วิ่งเล่นทั้งวันขดหาตัวเข้าหาความอบอุ่นจากผู้เป็นแม่ นางจึงโอบรัดลูกด้วยความสงสาร
”เจ้าว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน พรุ่งนี้ข้าจะคุยกับลุงผู้ใหญ่ให้ นอนเถอะ เจ้าเพิ่งฟื้น แถมวันนี้ก็ช่วยข้าอีก หากเจ้าเป็นอันใดไป มู่ฉือคงไม่มีเพื่อนเล่น” คำพูดของเขาทำนางส่งค้อนให้ในความมืด ก่อนจะผลอยหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย คงมีแต่ หวังเฟิงซีที่ไม่ได้หลับตามลูกเมีย
“เจ้าเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ ใยข้าจะไม่รู้”
