บทที่ 4 เริ่มภารกิจยั่วยวนให้เกลียด
บทที่ 4
เริ่มภารกิจยั่วยวนให้เกลียด
“ท่านพ่อ...เป็นท่านที่รังแกข้า ท่านต้องรับผิดชอบแต่งงานกับข้านะเจ้าคะ”
มู่หย่าถิงบีบน้ำตาร้องไห้ออกมาดั่งคนถูกรังแก มือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาแนบเข้าหาอกอิ่มทำให้เนินนมเบียดชิดจนเห็นร่องอกเด่นชัด
อึก...
กู้ห่าวเฉินรับรู้ได้ถึงลมหายใจติดขัด สายตาของบุรุษมีหรือจะไม่สนใจความอวบอิ่มเย้ายวนแห่งอิสตรี
‘คงกำลังรังเกียจมารยาสาไถยของข้าอยู่ละสิ ฮี่ ฮี่ ฮี่ ดีเลยๆ เกลียดข้ามากๆ เลยนะ เกลียดข้า ขยะแขยงข้าเลย ข้าจะได้ได้รับค่าความเกลียดชังเยอะๆ’
เสียงในใจของมู่หย่าถิงนั้นระริกระรี้ดั่งกำลังมีความสุข ทั้งๆ ที่ภายนอกกำลังบีบน้ำตาจอมปลอมร้องไห้ฟูมฟายกล่าวหาว่าบิดาบุญธรรมกำลังล่วงเกินตน
“ฮือ...ท่านพ่อ ท่านรังแกข้า หากท่านไม่รับผิดชอบข้า ข้าจะเอาศีรษะโขกโขดหินตายล้างความอับอายนี้ ฮือ...”
‘เป็นไงคงกำลังโกรธที่ข้าบีบบังคับให้ท่านรับผิดชอบด้วยการแต่งงานอยู่สินะ โกรธสิ เกลียดสิ เกลียดข้าเลยยยยยยย ฮูเล่!’
กู้กั๋วกงงุนงงสับสน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางจึงพยายามทำให้เขาเกลียด ทั้งที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางพยายามทำทุกอย่างให้เขารัก พยายามทำทุกอย่างให้เขาพึงพอใจในตัวนาง หนักสุดถึงขั้นพยายามยั่วยวนปีนขึ้นเตียงหมายตกเป็นของเขา
‘จากเนื้อหาในนิยาย...กู้ห่าวเฉินผู้นี้มีปมลึกฝังใจเกลียดชังสัมผัสจากสตรีเป็นที่สุด นั่นเพราะกู้กั๋วกงคนก่อนผู้เป็นบิดาและกู้ฮูหยินผู้เป็นมารดาได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุรถม้าพลิกคว่ำ
เหตุการณ์นี้ทุกคนต่างคิดว่าไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่ก็ไม่สามารถสืบเสาะหาตัวคนร้ายได้ เพราะตระกูลกู้มีศัตรูอยู่มากมาย
ตระกูลกู้มีหลานชายสายตรงแค่เพียงคนเดียวซึ่งก็คือกู้ห่าวเฉิน ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าหลานชายยังเด็กนัก อีกทั้งคนจากตระกูลสายรองยังกระเหี้ยนกระหือรืออยากยึดครองอำนาจจากตระกูลสายหลัก เกรงว่ากู้ห่าวเฉินอาจอายุสั้นเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันตายตกตามบิดามารดาไปอีกคน ดังนั้นฮูหยินผู้เฒ่ากู้จึงต้องการให้ตระกูลกู้มีทายาทที่เกิดจากสายตรง
ดังนั้นกู้ห่าวเฉินที่มีอายุเพียงสิบสี่ปีได้ถูกบังคับให้แต่งงานกับเจ้าสาวอายุสิบเก้าปี ในคืนเข้าหอเขาถูกเจ้าสาวบังคับขืนใจเพื่อที่นางจะได้ตั้งครรภ์ทายาทสายตรงของตระกูลกั๋วกงแลกกับทองคำยี่สิบหีบเป็นรางวัล
เหตุการณ์ครั้งนั้นก่อเกิดแผลในใจจนยากที่จะเยียวยารักษาเพราะเขาไม่สมยอม อีกทั้งหัวใจยังบอบช้ำจากการสูญเสียบิดามารดาไปอย่างไม่อาจหวนคืน จนทำให้กู้ห่าวเฉินชิงชังสตรี เกลียดชังสัมผัสจากสตรี และไม่คิดชายตามองสตรีใดอีกเลย
เมื่อเจ้าสาวคลอดบุตรชายออกมาได้เพียงไม่กี่เดือน นางก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เดาได้ไม่ยากว่าคงถูกกู้ห่าวเฉินสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย’
มู่หย่าถิงทบทวนเนื้อหาในนิยาย และกำลังวางแผนที่จะขยี้ปมในใจของบิดาบุญธรรมเพื่อเพิ่มค่าความเกลียดชัง
‘นะ...นางรู้เรื่องราวในจวนอย่างละเอียดเช่นนั้นได้อย่างไรกัน’
แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลที่นางรู้มาจาก ‘นิยาย’ อะไรนั่นจะผิดไปหลายส่วน ข้อแรกคือเขาไม่ได้มีบาดแผลทางใจจนเกลียดชังสตรี จริงอยู่ที่การถูกเจ้าสาวขืนใจในวัยเพียงสิบห้าปีทำให้เขานอนฝันร้ายไปหลายปี แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้น รู้จักร่างกายของตนเอง เข้าใจถึงความต่างของเพศและการขับเคลื่อนแรงตัณหา ปมในใจนี้ก็ค่อยๆ ถูกคลายออกไปสิ้น
แต่ที่เขาไม่แต่งงานใหม่ และไม่คิดชายตาแลสตรีใด ก็เพราะไม่อยากให้เสี่ยวหลงต้องมีมารดาเลี้ยง ปัญหามากชู้หลายเมียของเหล่าจวนขุนนางทำให้เขาไม่คิดหาบ่วงผูกคอ
ส่วนเรื่องมารดาของเสี่ยวหลงนั้นเขาก็ไม่ได้ฆ่านาง แต่นางหนีไปกับเพื่อนวัยเยาว์ต่างหาก เป็นเขาที่ปล่อยนางไป เพราะรู้ว่าแม้ร่างกายของนางจะอยู่กับเขา แต่หัวใจของนางกลับอยู่กับชายอื่น
ต่างฝ่ายต่างไม่รักกัน ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนอยู่ให้ทนทุกข์
ดังนั้นเขาจึงเอาศพสตรีชาวบ้านมาแสร้งตบตาผู้คนว่าเป็นนาง แล้วให้นางปลอมเป็นสตรีชาวบ้านเพื่อหนีไปกับชายคนรัก ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนเข้าใจผิด คิดว่าเขาลงมือสังหารภรรยาเพราะผูกใจเจ็บที่ถูกนางข่มเหงในคืนวิวาห์
ซึ่งเขาไม่คิดแก้ต่างให้ตนเอง ปล่อยให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาเกลียดชังสตรีจนถึงขั้นสังหารให้ตายตกนับเป็นเรื่องดี เพราะเหล่าขุนนางไม่กล้ายัดเยียดบุตรสาวของตนเองให้เขาอีกเลย
‘ให้ตายหากข้าชิงชังสตรี รังเกียจสัมผัสจากสตรี แล้วแกนกายข้าจะชี้โด่เช่นนี้ได้อย่างไรกันเล่า!’
ฤทธิ์กำหนัดก็ส่วนหนึ่ง แต่ความกระสันของตนเองนั้นมีมากกว่าครึ่ง กั๋วกงกู้ห่าวเฉินกัดฟันกรอดแม้ฤทธิ์จากน้ำพุจะบรรเทาฤทธิ์กำหนัดทุเลาไปบางส่วน กระนั้นด้วยตัวยาที่แรงกว่ายากำหนัดทั่วไปหลายเท่าก็ทำให้เขาแทบจะเอาชนะมันได้ยากเหลือเกิน
“ท่านพ่อ! ท่านต้องรับผิดชอบข้านะเจ้าคะ”
มู่หย่าถิงเริ่มภารกิจยั่วยวนให้อีกฝ่ายเกลียดชังทันที นางโผเข้าไปกอดเขาเพราะเข้าใจว่าพิษกำหนัดถูกกำจัดออกไปจนอยู่ในระดับปลอดภัยดีแล้ว อีกทั้งยังคิดว่าเขารังเกียจสตรี หากนางเข้าหากอดก่าย เขาคงผลักนางกระเด็นด้วยความขยะแขยงเป็นแน่
ทว่า
ทันทีที่นางโผเข้ากอดรัดเขาจากทางด้านหน้า จนทรวงอกกลมกลึงเบียดชิดเข้าหาแผงอกแกร่ง มือหนากลับบีบที่ท้ายทอยของนางเต็มแรงก่อนจะบดจูบโดยคนตัวเล็กที่เพิ่งทะลุมิติมาไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจ
“อื้อ...”
