
ทะลุมิติมาอุ่นเตียงบิดาของตัวร้าย
บทย่อ
ข้าสวมบทบาทเป็นนางร้ายเพื่อเพิ่มค่าความเกลียดชัง แต่ยิ่งทำตัวร้าย ปากร้าย ใจร้าย ทุกคนกลับยิ่งหลงรักข้า โดยเฉพาะบิดาของตัวร้ายเขาคลั่งรักข้าอย่างไม่มีเหตุผล เขาเกลียดสตรีมิใช่หรือ! ++++ ‘โอ้โห...ดูน้ำเสียงที่ทุ่มต่ำนุ่มหูนั่นสิ แค่ได้ยินยังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว นี่ขนาดเสียงตะคอกยังน่าฟังขนาดนี้หากเขามาครางกระซิบข้างหูคงฟินน่าดูเลย’ มู่หย่าถิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มิได้มีสีหน้าสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เพราะนางไม่มีอะไรต้องกลัว ก็แค่รับบทนางร้าย ทำตัวร้ายๆ ทำทุกอย่างตามใจตัวเองเพื่อให้ถูกเกลียด งานง่ายๆ แต่ผลกำไรดีงามสุดๆ ‘นะ...นั่นเสียงอะไร เสียงใคร เหมือนเสียงของมู่หย่าถิง แต่นางไม่ได้ขยับปากพูด’ กู้ห่าวเฉินถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสนงุนงง หรือเป็นเพราะฤทธิ์ยากำหนัดจึงได้กดประสาททำให้การได้ยินของเขาผิดเพี้ยนไป ‘ดูสีหน้าของกู้กั๋วกงสิ คงกำลังทรมานจากพิษกำหนัดอยู่สินะ และคงจะขยะแขยงที่เผลอกอดจูบลูกเลี้ยงอย่างข้า จิ๊ๆ ช่างเป็นบุรุษที่น่าสงสารจริงๆ’ มู่หย่าถิงมองบิดาของพระรองตัวร้ายที่แทบทรงตัวยืนไม่อยู่ จำต้องใช้มือข้างหนึ่งเกาะก้อนหินเอาไว้ ใบหน้าแดงก่ำระเรื่อมาถึงลำคอและบริเวณไหปลาร้า เรียวปากหยักได้รูปเผยออ้าหอบเอาอากาศเข้าปอด ผิวกายของเขาขาวนวลเนียนกระทบกับแสงอาทิตย์สีทองที่กำลังลาลับขอบฟ้าชวนมอง ‘บ้าจริง! กู้กั๋วกงน่ารังแกเป็นบ้าเลย! งือ~~~ อยากเข้าไปขย้ำ อยากเข้าไปจับแผงอกแน่นๆ ของเขาจังเลย’ ‘ปะ...เป็นเสียงของนางจริงๆ แต่นางไม่ได้ขยับปากพูด นั่นก็แสดงว่าข้าได้ยินเสียงในใจของหย่าถิงงั้นหรือ’ ชายหนุ่มเริ่มมั่นใจแล้วว่าเป็นเสียงในใจของบุตรสาวบุญธรรมอย่างแน่นอน ‘ถ้าข้าได้นอนกับกู้กั๋วกง รับรองเลยว่าไม่มีทางขาดทุน คนอะไรกล้ามแน่นไปทั้งตัว เหลือแค่ว่าลีลาจะดีหรือเปล่า?’ ‘หึ! สามหาว! เสียงในใจของนางเต็มไปด้วยเรื่องลามกหยาบโลน ช่างเป็นสตรีที่ไร้ยางอายยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะรองแม่ทัพมู่ฝากฝังเอาไว้ ข้าคงขับไล่นางออกไปจากจวนนานแล้ว!’ กู้ห่าวเฉินจ้องมู่หย่าถิงเขม็ง ก่อนจะกัดฟันกรอดกดข่มฤทธิ์กำหนัดที่ยังมิได้สงบลงโดยสิ้นเชิง ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นทรวงอกอิ่มอวบอัดเขาก็ถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบเบือนสายตามาที่ใบหน้าของนางแทน ++++ นางค่อยๆ วางฝ่ามือลงไปแล้วลูบไล้ไปมาอย่างย่ามใจเพราะคิดว่าคนป่วยยังคงสลบไสลไม่ได้สติ ‘อั๊ยยะ! แน่นสู้มือมาก!’ คนแสร้งหลับถึงกับงงอะไรคือ ‘สู้มือ’ เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนหายใจนิ่งๆ ‘อยากกัดอ่า...เป็นความใฝ่ฝันเลย ฝันว่าอยากกัดหน้าอกแข็งๆ ของบุรุษสักครั้งในชีวิต’ กู้กั๋วกงถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง บังคับลูกกระเดือกไม่ให้กลืนน้ำลายลงคอจนทำให้กลิ้งกลอกไปมา สตรีแบบใดกันจึงมีความฝันว่าอยากกัดหน้าอกของบุรุษ เช่นนั้นต่อให้เป็นบุรุษคนอื่นที่ไม่ใช่เขานางก็พร้อมจะกัดหรือ! ‘ขอกัดทีนึงแล้วกันนะ ถือว่าเป็นค่ารักษา’ มู่หย่าถิงสตรีข้ามมิติจอมลวนลามคิดเองเออเองไม่จำเป็นต้องให้อีกฝ่ายอนุญาต ‘กัดงั้นหรือ นางจะกัดข้างั้นหรือ!’ กู้ห่าวเฉินหวาดหวั่น แต่แล้วปากนุ่มๆ ที่ประทับลงมาบนแผงอกแน่นๆ ของเขาก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับลมหายใจขาดห้วง รับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนของลมหายใจที่เป่ารดลงมา ก่อนที่นางจะใช้ปากนุ่มบี้บดลงบนแผงอกเฉียดหัวนมสีชมพูของเขาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น อึก... กู้ห่าวเฉินนิ่วหน้าน้อยๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงฟันซี่เล็กๆ ที่กัดลงมาเต็มแรง นางเห็นเขาเป็นอะไรคิดอยากลวนลามก็ทำหรือ ‘โรคจิต! สตรีลามกวิตถาร! ระ...ไร้ยางอาย!’ กู้กั๋วกงห่าวเฉินทำได้เพียงก่นด่าในใจ แต่ไม่อาจลืมตาขึ้นมาดุด่าหญิงสาวได้ดั่งใจปรารถนา
บทนำ บิดาตัวร้ายที่โคตรหล่อ
บทนำ
บิดาตัวร้ายที่โคตรหล่อ
ดวงตากลมโตเบิกโพลงเมื่อเห็นบุรุษท่วงท่าสง่างามเดินตรงมายังสระน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่หญิงสาวกำลังแช่ตัวอยู่ อารามตกใจทำให้ ‘มู่หย่าถิง’ รีบเร้นกายแอบหลังโขดหิน ใบหน้าซีดเผือดลอบมองบุรุษรูปร่างสูงโปร่งด้วยความหวาดหวั่น
จำได้ว่าตนเองกำลังนอนกลิ้งเกลือกอ่านนิยายตอนจบพลางดูดชานมไข่มุกไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย แต่เพราะนอนกินแถมยกขาพาดหัวเตียงจึงทำให้ไข่มุกติดคอตาย รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในสระน้ำพุร้อนแปลกตาเสียแล้ว
‘เหตุการณ์แบบนี้คุ้นๆ ฉันทะลุมิติมาแน่ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลย!’
หญิงสาวนิ่วหน้ากวาดตามองไปรอบๆ อย่างสังเกต ในนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบกล่าวถึงสระน้ำพุร้อนแห่งจวนกู้กั๋วกงเอาไว้ว่าเป็นสระกลางแจ้งที่รายล้อมไปด้วยดอกเหมยแดงกว่าหลายร้อยต้น เมื่อเย็นย่ำดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า จังหวะที่แสงสีทองตกกระทบลงบนผิวน้ำนั้นยิ่งงดงามจนแทบลืมหายใจ
‘ทะ...ที่นี่คือจวนกู้กั๋วกง ถะ...ถ้าเช่นนั้นบุรุษผู้นั้นคงเป็น ‘กั๋วกงกู้ห่าวเฉิน’ บิดาของตัวร้ายในนิยายที่ฉันเพิ่งอ่านจบงั้นหรือ! ’
ยกมือขึ้นปิดริมฝีปากเอาไว้แน่นด้วยความรักตัวกลัวตาย เพราะในนิยายบรรยายเอาไว้ว่าพระรองตัวร้ายในนิยายมีนิสัยโหดเหี้ยม ใจดำอำมหิต ชอบเสพเลือดและเสียงกรีดร้องของเหยื่อราวกับเสพงานศิลปะ
ซึ่งแน่นอนว่านิสัยโฉดชั่วของพระรองตัวร้ายทั้งหมดล้วนได้มาจากบิดาของเขาทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าผู้ที่ร้ายที่สุดก็คือบิดาของตัวร้ายอย่างไรเล่า!
หญิงสาวคิดหาทางหนีไปจากสระน้ำพุร้อนแห่งนี้ ทว่าจังหวะที่กำลังจะขยับกายหลบหนี ข้อมูลของร่างนี้ก็ไหลเข้ามาในหัวสมองอย่างรวดเร็ว ราวกับยัดเยียดฉายภาพความทรงจำให้นางได้รับรู้แม้นางจะไม่ต้องการก็ตาม
‘มู่หย่าถิง’ คือบุตรสาวเพียงคนเดียวของ ‘รองแม่ทัพมู่’ ผู้ล่วงลับ นางถือกำเนิดได้เพียงสามวันมารดาก็เสียชีวิต ทิ้งบุตรสาวตัวน้อยเอาไว้เบื้องหลัง นับแต่นั้นรองแม่ทัพมู่ก็เลี้ยงดูบุตรสาวมาอย่างตามใจ ทำให้มู่หย่าถิงมีนิสัยเอาแต่ใจ โมโหร้าย ปากร้าย ใจร้าย ต่อหน้าผู้คนเสแสร้งเป็นดอกบัวขาวบอบบางน่าสงสาร แต่ลับหลังผู้คนกลับทำร้ายร่างกายสาวใช้ราวกับเป็นกระโถนรองรับอารมณ์
สิบปีก่อนรองแม่ทัพมู่ได้ช่วยชีวิต ‘กู้กั๋วกง’ เอาไว้ ก่อนตายเขาได้ฝากฝังบุตรสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจให้กู้กั๋วกงช่วยเลี้ยงดูจนกว่านางจะมีคู่ครองที่ดี ยามนั้นมู่หย่าถิงเป็นเด็กหญิงแก่แดดที่มีอายุเพียงแปดปีเท่านั้น นางก้าวเข้ามาในฐานะบุตรสาวบุญธรรมของกู้กั๋วกง แต่ทุกลมหายใจของนางกลับคิดแต่จะปีนเตียงบิดาบุญธรรมมาโดยตลอด
นั่นเป็นเพราะเพียงพบหน้ากู้กั๋วกงห่าวเฉิน เด็กหญิงก็หลงรักใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาเย็นชา และท่าทางไร้หัวใจ หมายมั่นว่าตนเองจะเติบโตขึ้นเป็นนายหญิงของจวนกั๋วกง มั่นหน้าว่าความใกล้ชิดจะสามารถพิชิตใจ หลอมละลายหัวใจน้ำแข็งที่แสนเย็นชาให้กลับมาเต้นเร่าด้วยจังหวะรักอันร้อนแรงอีกครั้ง
แต่ผ่านมาสิบปีแล้ว...
นอกจากมู่หย่าถิงจะไม่สามารถละลายหัวใจของกู้กั๋วกงได้ แม้แต่หางตากู้กั๋วกงยังไม่คิดชายตาแลนางเลยสักครา ยิ่งนางเข้าหาเขายิ่งหนีห่าง หนักเข้าก็แทบไม่กลับจวน ในหนึ่งปีกลับจวนไม่ถึงห้าครั้ง
แต่ครั้งนี้กู้กั๋วกงกลับมาอยู่ที่จวนหลายวันเพราะต้องใช้น้ำพุร้อนในการรักษาบาดแผล และมู่หย่าถิงหมายใช้จังหวะนี้ยัดเยียดตัวเองเป็นฮูหยินแห่งจวนกั๋วกงด้วยวิธีสกปรก
‘ฉิบหายแล้ว! ข้าทะลุมิติมาเป็นนางร้าย!’
มู่หย่าถิงผู้มีชื่อเหมือนนางร้ายในนิยายยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความชอกช้ำใจ ก่อนจะค่อยๆ ชะโงกหน้าไปดูว่าเวลานี้กู้กั๋วกงทำอะไรอยู่ เพราะตามเนื้อหาในนิยายร่างเดิมได้ลอบวางยากำหนัดในน้ำชาของกู้กั๋วกง
จากนั้นก็มาดักรออยู่ที่นี่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่กู้กั๋วกงจะต้องมาแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลจากการต่อสู้กับคนเถื่อน ซึ่งน้ำพุร้อนแห่งนี้มีฤทธิ์ในการสมานแผลให้หายเร็วขึ้น
มู่หย่าถิงได้ตระเตรียมข้ออ้างเอาไว้ว่า นางหกล้มจนเป็นแผลที่หัวเข่า จึงได้มาแช่ตัวที่สระน้ำพุร้อน จากนั้นก็ถูกบิดาบุญธรรมล่วงเกินจนเสื่อมเสีย
‘เขาอยู่ตรงนั้น! ให้ตายเถอะเขาเป็นบิดาของตัวร้ายที่โคตรจะหล่อเลย ทรงแด๊ดดี้ขยี้ใจมาก ฮือ...แพ้มาก แพ้ผู้ชายทรงแด๊ดดี้จนใจสั่นไปหมดแล้ว!’
กู้ห่าวเฉินยืนกางแขนให้บ่าวรับใช้ชายถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก ยามเมื่อสายลมเย็นพัดพากลีบดอกเหมยแดงกระทบเรือนกายส่งให้เขายิ่งดูงามสง่าน่าหลงใหล
“ไปเถอะ แล้วอย่าให้ใครมารบกวนข้า”
“ขอรับท่านกั๋วกง”
บ่าวรับใช้ค้อมกายรับคำสั่งก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบเฉียบ กั๋วกงจึงเปลื้องอาภรณ์ตัวในด้วยตนเองเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีผ้าพันแผลสีขาวพันรัดอกเอาไว้ ส่วนช่วงล่างเหลือเพียงกางเกงสีขาวตัวในตัวเดียว
จินตนาการได้เลยว่าหากกางเกงตัวนี้เปียกน้ำ คงทำให้อะไรๆ ที่ซ่อนอยู่ในกางเกงปรากฏแก่สายตาอย่างไม่ต้องสงสัย
‘บ้าเอ้ย! มันใช่เวลามาคิดลามกเหรอ หนีสิ! หนีเอาตัวรอดเดี๋ยวนี้เลย!’
มู่หย่าถิงส่ายหน้าแรงๆ สลัดความคิดลามกออกจากสมอง ก่อนจะค่อยๆ แหวกว่ายสายน้ำจากหลังโขดหินเพื่อไปขึ้นสระอีกฝั่งหนึ่งอย่างเงียบเฉียบ ทว่าการเคลื่อนไหวของนางกลับทำให้กู้กั๋วกงรู้ถึงการแอบซ่อนตัวอยู่
“ใคร!”
