บทที่ 3 เสียงในใจลามกของมู่หย่าถิง
บทที่ 3
เสียงในใจลามกของมู่หย่าถิง
[โฮสไม่ต้องกังวลขอรับ ดวงชะตาของร่างนี้จะต้องถูกพระเอกฆ่าตายเท่านั้น ตัวละครอื่นๆ ไม่สามารถฆ่าโฮสได้ หากมีตัวละครอื่นเกลียดชังโฮสจนพลั้งมือฆ่าเราจะทำการเปิดระบบป้องกันขั้นสูงสุดทันที]
มู่หย่าถิงได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะซักถามต่อเพราะต้องการความกระจ่างให้มากกว่านี้ เพราะนี่คือชีวิตของนางเชียวนะ ถ้านางตายก่อนได้กลับโลกจะทำอย่างไรเล่า
“แล้วเปิดระบบป้องกันขั้นสูงสุดมันเป็นแบบไหนเหรอ”
[แบบนี้ขอรับโฮส]
ระบบตอบพลางฉายภาพจำลองให้ดู เป็นภาพที่หญิงสาวถูกกู้กั๋วกงชักกระบี่ออกมาหมายจะฟันคอนางให้ขาดกระเด็น แต่ระบบกลับสร้างกำแพงป้องกันสีทองขึ้นมาจึงทำให้กระบี่ถูกกำแพงสีทองสะท้อนกลับ
มู่หย่าถิงยกมือขึ้นกุมลำคอ หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัวจนแทบกระโจนออกมานอกอก
“ระ...ระบบ มะ...ไม่ต้องจำลองเหมือนจริงขนาดนี้ก็ได้ หัวใจข้าแทบจะวายตายอยู่แล้ว”
มู่หย่าถิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกดั่งกำลังปลอบประโลมตนเองให้คลายจากความหวาดกลัว
[ระบบจะดูแลโฮสเป็นอย่างดี ดังนั้นโฮสสามารถทำตัวเป็นนางร้ายให้สมกับบทบาทจนทุกคนเกลียดชังได้เต็มที่เลยนะขอรับ เมื่อค่าความเกลียดชังของเป้าหมายถึงร้อยแต้ม ระบบจะส่งโฮสกลับโลกพร้อมความร่ำรวย]
ไม่พูดเปล่าระบบยังสร้างภาพจำลองขึ้น มู่หย่าถิงที่แต่งกายด้วยแบรนด์เนมตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ก้าวลงจากรถหรูมีบอดี้การ์ดนับสิบคนปูพรมแดงให้นางก้าวเดินอย่างเฉิดฉาย
ในภาพนั้นมู่หย่าถิงยกมือขึ้นป้องปากกับความร่ำรวยของตนเองแล้วหัวเราะ โฮะๆๆๆ ดั่งตัวร้ายเสียสติแต่รวยเวอร์มาก
“ระบบเจ้าขายฝันเก่งเกินไปแล้ว ข้าเคลิ้มจนอยากกลับโลกเร็วๆ แล้วเนี่ย ข้าอยากสัมผัสความร่ำรวย งือ~~~”
[สิ้นสุดการแนะนำ โฮสกำลังจะเข้าสู่ภารกิจ เริ่มนับถอยหลัง 5...4...3...2... ตะ...ตื๊ด ตื๊ดด ไม่พบสัญญาณ ไม่สามารถตรวจพบสัญญาณ]
“เอ๋...ระบบเกิดอะไรขึ้น”
มู่หย่าถิงหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหน้าจอสีฟ้าแหว่งวิ่น ตัวหนังสือขาดๆ หายๆ
[ตื๊ดดดดด ตื๊ดด... สัญญาณขาดหาย ตื๊ดดดด.... ระบบเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ภารกิจอีกครั้ง 5...4...3...2...1...0 เริ่มได้!]
หญิงสาวถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นระบบรวนต่อหน้าต่อตา เริ่มหวาดหวั่นว่านางจะสามารถฝากชีวิตไว้กับระบบได้จริงๆ หรือ
พลันสรรพสิ่งรอบกายก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง รวมทั้งกู้กั๋วกงห่าวเฉินที่ยืนหน้าเครียดขรึมมองบุตรสาวบุญธรรมมู่หย่าถิงอย่างจับผิด เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางพยายามจะยั่วยวนปีนเตียงเขา และเขาเชื่อเหลือเกินว่ายากำหนัดที่เขาได้รับย่อมต้องมาจากนาง
“บอกความจริงมา เป็นฝีมือเจ้าใช่หรือไม่หย่าถิง!”
‘โอ้โห...ดูน้ำเสียงที่ทุ่มต่ำนุ่มหูนั่นสิ แค่ได้ยินยังรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว นี่ขนาดเสียงตะคอกยังน่าฟังขนาดนี้หากเขามาครางกระซิบข้างหูคงฟินน่าดูเลย’
มู่หย่าถิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มิได้มีสีหน้าสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เพราะนางไม่มีอะไรต้องกลัว ก็แค่รับบทนางร้าย ทำตัวร้ายๆ ทำทุกอย่างตามใจตัวเองเพื่อให้ถูกเกลียด งานง่ายแต่ผลกำไรดีงามสุดๆ
‘นะ...นั่นเสียงอะไร เสียงใคร เหมือนเสียงของมู่หย่าถิง แต่นางไม่ได้ขยับปากพูด’
กู้ห่าวเฉินถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสนงุนงง หรือเป็นเพราะฤทธิ์ยากำหนัดจึงได้กดประสาททำให้การได้ยินของเขาผิดเพี้ยนไป
‘ดูสีหน้าของกู้กั๋วกงสิ คงกำลังทรมานจากพิษกำหนัดอยู่สินะ และคงจะขยะแขยงที่เผลอกอดจูบลูกเลี้ยงอย่างข้า จิ๊ๆ ช่างเป็นบุรุษที่น่าสงสารจริงๆ’
มู่หย่าถิงมองบิดาของพระรองตัวร้ายที่แทบทรงตัวยืนไม่อยู่ จำต้องใช้มือข้างหนึ่งเกาะก้อนหินเอาไว้ ใบหน้าแดงก่ำระเรื่อมาถึงลำคอและบริเวณไหปลาร้า เรียวปากหยักได้รูปเผยออ้าหอบเอาอากาศเข้าปอด ผิวกายของเขาขาวนวลเนียนกระทบกับแสงอาทิตย์สีทองที่กำลังลาลับขอบฟ้าชวนมอง
‘บ้าจริง! กู้กั๋วกงน่ารังแกเป็นบ้า! งือ~~~ อยากเข้าไปขย้ำ อยากเข้าไปจับแผงอกแน่นๆ ของเขาจังเลย’
‘ปะ...เป็นเสียงของนางจริงๆ แต่นางไม่ได้ขยับปากพูด นั่นก็แสดงว่าข้าได้ยินเสียงในใจของหย่าถิงงั้นหรือ’
ชายหนุ่มเริ่มมั่นใจแล้วว่าเป็นเสียงในใจของบุตรสาวบุญธรรมอย่างแน่นอน
‘ถ้าข้าได้นอนกับกู้กั๋วกง รับรองเลยว่าไม่มีทางขาดทุน คนอะไรกล้ามแน่นไปทั้งตัว เหลือแค่ว่าลีลาจะดีหรือเปล่า?’
‘หึ! สามหาว! เสียงในใจของนางเต็มไปด้วยเรื่องลามกหยาบโลน ช่างเป็นสตรีที่ไร้ยางอายยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะรองแม่ทัพมู่ฝากฝังเอาไว้ ข้าคงขับไล่นางออกไปจากจวนนานแล้ว!’
กู้ห่าวเฉินจ้องมู่หย่าถิงเขม็ง ก่อนจะกัดฟันกรอดกดข่มฤทธิ์กำหนัดที่ยังมิได้สงบลงโดยสิ้นเชิง ยิ่งสายตาเหลือบไปเห็นทรวงอกอิ่มอวบอัดเขาก็ถึงกับเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบเบือนสายตามาที่ใบหน้าของนางแทน
ทางด้านมู่หย่าถิงตีความสายตาที่จ้องมองมา ว่ากู้กั๋วกงกำลังโกรธเกลียดราวกับจะฆ่านาง เวลานี้ค่าความเกลียดชังของกู้กั๋วกงคงกำลังพุ่งขึ้นแล้วแน่ๆ เสียดายที่ไม่เห็นค่าความรักและค่าความเกลียดชังแบบเรียลไทม์ ต้องรอให้ระบบเปิดแสดงให้ดู
อย่ากระนั้นเลยนางต้องรีบสุมไฟแห่งความเกลียดชังให้ลุกโชน คิดพลางขยับกายร้องไห้ฟูมฟาย โดยมิได้ระวังตัวเลยว่าทรวงอกอวบอัดได้โผล่พ้นขึ้นจากผืนน้ำทั้งเต้า อาภรณ์เปียกแสนบางเบาแนบไปกับเต้าหวามเผยให้เห็นปลายถันสีชมพูระเรื่อที่กำลังชี้หน้ากู้กั๋วกงอย่างท้าทาย
อึก...
กู้กั๋วกงพยายามกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดทำให้เขาเกิดความรุ่มร้อนขึ้นมาอีกครา โชคดีที่เรือนกายส่วนล่างอยู่ในน้ำ มิเช่นนั้นแท่งทวนที่แข็งขึงคงสร้างความอับอายให้แก่เขามิน้อยเลย
