บทที่ 1 พิษยากำหนัด
บทที่ 1
พิษยากำหนัด
“เจ้าเป็นใคร!”
กู้กั๋วกงห่าวเฉินใช้วิชาตัวเบากระโดดแตะปลายเท้าที่โขดหิน ก่อนจะโผกายลงมาในน้ำแล้วกระชากร่างที่กำลังว่ายน้ำหนีเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ท่านพ่อ!”
มู่หย่าถิงส่งเสียงร้องออกไปด้วยความตกใจ ความคุ้นชินของร่างกายเดิมทำให้เผลอส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ท่านพ่อ’ ส่งผลให้อีกฝ่ายถึงกับตะลึงงัน เพราะสภาพของบุตรสาวบุญธรรมนั้นเรียกได้ว่าเย้ายวนจนแทบลืมหายใจ อาภรณ์น้อยชิ้นเปียกปอนแนบไปกับทรวงอกกลมกลึงชูสล้างยวนเย้าจนเขาไม่อาจละสายตา
แล้วยากำหนัดก็ออกฤทธิ์เมื่อถูกกระตุ้นเร้าด้วยเรือนกายสตรีแนบชิด คนตัวโตมีจังหวะการหายใจสะดุดกึกก่อนจะขาดห้วง ร่างกายร้อนผ่าว แกนกลางกายแข็งขึงไม่อาจควบคุมความปรารถนา ด้วยยากำหนัดที่ได้รับเป็นชนิดที่ร้ายแรงที่สุดเพราะเจ้าของร่างเดิมหมายมั่นว่าต้องสำเร็จ
มู่หย่าถิงเห็นอาการของอีกฝ่ายก็ถึงกับอ้าปากค้าง อีกทั้งแท่งอะไรแข็งๆ ที่เบียดชิดโคนขาก็ทำให้นางถึงกับใบหน้าร้อนผ่าว
‘ฉิบหายแล้ว!’
“ร้อน...”
ฤทธิ์ยากำหนัดรุนแรงจนดวงตาของกู้กั๋วกงพร่ามัว ใบหน้าแดงก่ำ อกแกร่งหอบหายใจแรง
“หย่าถิงหนีไป!”
กู้ห่าวเฉินคำรามเสียงลอดไรฟัน ไล่บุตรสาวบุญธรรมให้หนีห่างด้วยสติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิด
มู่หย่าถิงไม่รอให้เขาเอ่ยซ้ำสองนางรีบว่ายน้ำหนีกลับขึ้นฝั่ง แต่ทว่าสติสัมปชัญญะของกู้ห่าวเฉินกลับขาดสะบั้นลงก่อนที่นางจะปีนขึ้นจากสระน้ำได้ทัน
ว้าย!
หวีดร้องเสียงหลงเมื่อถูกวงแขนแข็งแกร่งกระหวัดรวบเอวบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะตรึงเรือนผมให้นางแหงนเงยใบหน้าแล้วบดจูบลงมาอย่างไม่อาจควบคุมร่างกาย
“อื้อ...”
หญิงสาวร้องประท้วงในลำคอ จูบแรกถูกปล้นปลิดไปอย่างรุกเร้ากักขฬะ ด้วยแรงแห่งกำหนัดทำให้กู้กั๋วกงบดจูบลงมาอย่างรุนแรงจนเรียวปากอวบอิ่มแตกยับ รับรู้ได้ถึงรสชาติเฝื่อนฝาดของเลือด
“อื้อ อื้อ...”
เรือนกายอ่อนระทวยเมื่อกู้ห่าวเฉินบังคับเบียดริมฝีปากอิ่มให้เผยออ้าออก ก่อนจะสอดลิ้นร้อนเข้ามากระหวัดรัดรึงกลืนกินความหอมหวานอย่างตะกละตะกลาม
“อื้อ!”
มือเล็กพยายามทุบถองที่อกของชายหนุ่ม หลายครั้งนางทุบลงไปบนบาดแผลของเขา แต่คนถูกพิษกำหนัดกลับไม่สะทกสะท้าน เขายังคงตะโบมจูบดั่งตายอดตายอยากส่งผลให้มู่หย่าถิงร้อนผ่าวไปทั้งสรรพางค์กาย
แรงปรารถนาแผดเผาจนเห่อร้อน เรือนกายระเรื่อแดงไปด้วยเลือดฝาด นางถูกดันจนแผ่นหลังชิดขอบสระในขณะที่นิ้วมือเรียวยาวจิกผมนางแล้วดันให้ใบหน้าแหงนเงยรับรสจูบที่แสนป่าเถื่อน
‘หะ...หัวใจ! หัวใจเหมือนจะหลุดออกมาจากอกแล้ว นะ...นี่หรือคือจูบ’
เวลานี้หญิงสาวไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน สัมผัสแสนกักขฬะดั่งสัตว์ป่าหื่นกระหายทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็นส่ำ เรือนกายร้อนฉ่าดั่งถูกดูดกลืนเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าท้ายที่สุดฉากนี้จะจบลงอย่างไร กระนั้นมู่หย่าถิงก็ยังอดกลัวไม่ได้ เพราะหากมีอะไรผิดพลาด นางอาจตกเป็นของกู้กั๋วกงโดยไม่สามารถทัดทาน
ใช่แล้ว...
ตามเนื้อหาในนิยาย แม้พิษกำหนัดจะรุนแรงแต่สุดท้ายกู้กั๋วกงก็จะสามารถควบคุมตนเองได้ เพราะฤทธิ์รักษาของน้ำพุร้อนในสระแห่งนี้ทำให้พิษกำหนัดในร่างกายของกู้ห่าวเฉินเจือจางลงจนเขากลับมามีสติในที่สุด
แต่เพราะการที่ชายหญิงเกือบเปลือยเปล่าอยู่ในสระน้ำด้วยกันสองต่อสอง ทำให้เจ้าของร่างเดิมใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้บิดาบุญธรรมรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน จากนั้นจึงก้าวขึ้นเป็นกู้ฮูหยินอย่างคนไร้ยางอาย
“อะ...ฮึก”
หญิงสาวครางกระเส่าจนสติเตลิดเมื่อกู้กั๋วกงไม่ได้หยุดอยู่แค่จูบ แต่มือหนาสากกระด้างจากการกรำดาบกลับโลมไล้ไปตามเรือนกาย ก่อนจะกอบกุมทรวงอกเอาไว้เต็มมือ
‘บะ...บ้าไปแล้ว ระ...รู้สึกดีเกินไปแล้ว’
มู่หย่าถิงได้แต่ร้องโวยวายในใจ หัวสมองของนางขาวโพลนดั่งมีเมฆหมอกบดบัง เรือนกายหวามระริกไปกับสัมผัสแห่งราคะอย่างน่าละอาย
‘มะ...เมื่อไหร่เขาจะหยุด ในนิยายบอกเอาไว้ว่ากู้กั๋วกงเพียงรั้งร่างนางร้ายเข้าไปกอด แต่เพราะความขยะแขยงสตรีกอปรกับฤทธิ์กำหนัดคลายลงเขาจึงได้ผลักไสนาง
ตะ...แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่แค่กอด แต่เป็นการจูบ บีบนม ละ...แล้ว ขะ...เขากำลังล้วงจีจี้ของข้าอีกด้วย มะ...ไม่เห็นเหมือนในนิยายเลย!’
หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อมือที่บีบเฟ้นเคล้นเต้าอวบเลื่อนไล้ลงไปกอบกุมโหนกนูนบุปผาเอาไว้เต็มมือ ก่อนที่เขาจะเบียดแท่งหยกถูไถไปตามต้นขาของนางด้วยแรงกระสัน
‘อ๊าก! นั่นแท่งหยกหรือกระบอง มะ...มันใหญ่ไปมั้ย!’
มู่หย่าถิงพยายามทุบตีเขาเพื่อเรียกสติ แต่เรี่ยวแรงของนางช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับคนตัวโตที่ดูจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลย มิหนำซ้ำเขากลับสอดนิ้วผ่านกลีบบุปผาอวบอูมสองกลีบเข้าไปอย่างเอาแต่ใจ แล้วโดยที่หญิงสาวยังไม่ทันตั้งตัว นิ้วร้อนก็บดขยี้เมล็ดบุปผาจนเรือนกายบอบบางถึงกับกระตุกหวาม
“อื้อ!”
มู่หย่าถิงตัดสินใจกัดปากของกู้กั๋วกงเต็มแรง นางไม่อาจรอให้เขาได้สติกลับคืนมาด้วยตนเอง เพราะหากยังใจเย็นเฝ้ารอให้เนื้อเรื่องค่อยๆ ดำเนินไป นางอาจสูญเสียพรหมจรรย์ไปเสียก่อน
“ยะ...หย่าถิง นะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
ผู้ที่ดวงตาไร้แววเมื่อครู่ได้สติกลับมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คนตัวเล็กผละออกจากอ้อมกอดแข็งแกร่งราวกับหนีตาย!
