บท
ตั้งค่า

ขุมทรัพย์จากมิติพิเศษ

”นายท่าน ตอนนี้คงยังเดินทางไม่ได้ เส้นชีพจรเต้นแรงเกินไป ข้ากลัวว่าหากไปจะไม่พ้นตะวันตกดิน“ หมอหันมาบอกคนบ้านใหญ่พวกเขาใช้เวลาขุ่นคิดกันเพียงครู่ก่อนท่านผู้นำตระกูลจะพยักหน้ารับ

”เช่นนั้นในสามวันนี้เจ้าจัดเที่ยบยาให้หน่อยจะช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว“ พูดจบก็พากันเดินกลับไป หลังหมอยาออกไปแล้วนางจัดการป้อนยาลดไข้ทันที และนั้งเฝ้าพี่ชายพร้อมคิดอะไรบางอย่าง คนบ้านตงที่นางต้องไปแต่งงานด้วย เป็นใครกัน นางต้องเจอกับอะไรอีก เป็นสตรีในยุคโบราณเช่นนี้วางตัวลำบากเหลือเกิน หากพบเจอคนไม่ดีเท่ากับว่านางไม่มีใครคอยช่วยเหลืองั้นสิ

“อาซือ ไปอยู่กับอาสามเจ้าต้องเป็นเด็กดีรู้ไหม พี่หญิงของเจ้าคนนี้ไร้วาสนาดูแล แต่เจ้าต้องมีสมบัติติดตัว นั้งรอข้าตรงนี้ก่อน” นางเดินไปหลังครัวค้นหาฟืน ข้าวขาวและธัญพืชอย่างละ1กำมือจัดการต้มโจ๊กใส่หมูสับและเห็ดหอมให้เด็กน้อยและพี่ชายกิน เพิ่มเติมคือหยิบนมมาให้อีกด้วย

“เด็กวัยเพียงสองขวบปีจะดูแลตัวเองได้ดีเพียงใด ข้าต้องทำดีกับอาสะใภ้ให้มากหน่อย” นางปล่อยให้เด็กชายตักข้าวกินเอง ก่อนจะตักน้ำในมิติออกมาและอาบน้ำพร้อมเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้อีก5-6ชุด ทุกอย่างถูกนางพับเป็นถุงผ้าไว้สำหรับเดินทางอย่างดี

กล่องสมบัติที่ท่านปู่มอบให้นางเปิดออกพบว่ามีทั้งทองคำและเงิน ไหนจะเครื่องประดับหยกและอัญมณีที่ค่อยข้างมีค่าหลายอย่าง แม้จะมั่นใจว่านี่คือส่วนน้อยที่บ้านนั้นมีแต่ก็ถือว่าดีไม่น้อย

“น้องรองเจ้ากำลังทำอะไร” คนที่นางป้อนยาแก้ไข้ไปเมื่อ1ชั่วยามก่อนพร้อมหยอดน้ำพุวิญญาณให้คล้ายกับอาการดีขึ้นเป็นปลิดทิ้ง

“พี่ใหญ่เห็นทีว่าเราสามพี่น้องคงไม่อาจฝืนชะตา บ้านใหญ่ยอมเสียเงินรักษาท่านเพื่อให้ท่านได้ไปเหิงเตียนด้วย ส่วนน้องเล็ก อาสามและอาสะใภ้กำลังเดินทางมารับไปเลี้ยงดู ส่วนข้า…ต้องแต่งงานเข้าสกุลตง” คนที่หลับไปเพราะพิษไข้ฟังน้องสาวพูดแล้วได้แต่เจ็บปวด แม้พยายามมากมายเช่นนี้ยังล้มความตั้งใจคนบ้านใหญ่ไม่ได้

“พี่ใหญ่สมบัตินี้ข้าต่อลองกับท่านปู่มาได้นิดหน่อย ท่านเก็บซ่อนให้ดี วันข้างหน้าเผื่อมีโอกาสได้ออกจากคนชั่วร้ายพวกนั้นท่านจะได้มีสมบัติติดตัว” นางจัดการแบ่งสินเดิมท่านพ่อท่านแม่ออกเป็นสองกอง

“เหตุใดจึงแบ่งแค่สองกอง เรามีกันสามคนพี่น้อง” เขาคลุกเข่าลงนั้งข้างน้องสาวที่พื้น

“ไม่ต้องห่วงข้า หากสกุลตงไร้ความเมตตาข้าก็จะยังมีชีวิตอยู่ต่อได้เพื่อดูแลสามีที่ไม่แข็งแรง แต่ท่านกับน้องเล็กไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะลำบากหรือไม่ ข้าต้องทำดีกับอาสะใภ้ให้มาก เพื่อจะได้อุ้มชูอาซือให้รอดพ้น” นางหยิบตะกร้าอีกใบขึ้นมาในนั้นนางเตรียมของที่หยิบออกมาจากมิติเรียบร้อยแล้ว

“สิ่งนี้ข้าเตรียมไว้ให้ท่าน ชุดสอบบัณฑิตข้าเตรียมให้ใหม่ เสื้อผ้าพวกนี้ภายหน้าท่านมีใส่ไม่อายใคร กระดาษพู่กันและแท่นฝนหมึก เป็นสมบัติติดตัวหากท่านสอบตำแหน่งทั่นฮวาได้ ท่านจะมีอนาคตที่แจ่มใสไม่อายใครแน่นอน” บุรุษที่ถูกเลี้ยงมาด้วยความยกย่องอดเสียใจไม่ได้ หากคราก่อนเขาค้านอำนาจไม่ยอมไปเรียนที่หอศึกษา คงเป็นคนไร้ค่าไม่ถูกแยกจากน้องๆเช่นนี้

”เตี้ยนเตี้ยนจำเอาไว้ให้มั่น หากสงครามสงบ และพี่ใหญ่คนนี้ได้เป็นขุนนาง หรือสอบผู้พิพากษาได้ ข้าจะออกเดินทางตามหาเจ้ากับอาซือ“ นางพยักหน้าทั้งน้ำตา โลกก่อนไม่มีพี่น้องที่คลานตามกันมา ความผูกพันธ์ในชาตินี้แม้ไม่มีแต่รับรู้ได้ว่า สามพี่น้องสกุลถานรักกันมากเพียงใด

”ข้าจะรอเจ้าค่ะ น้องเล็กท่านคงยังพอติดต่อได้ อย่าลืมอาซือนะเจ้าคะ“ เขาพยักหน้า มองน้องสาวที่ห่อสมบัติใส่ถุงผ้าพร้อมเสื้อผ้าและของกินอีกเล็กน้อย เขาไม่สงสัยว่าน้องนำมาจากที่ใด เพราะเดิมทีนางเป็นคนขยันหารีบจ้างไปทั่ว จะมีของพวกนี้ก็ไม่แปลก

”อาเหยียน เตี้ยนเตี้ยนอยู่หรือไม่อาสามของพวกเจ้ามาแล้ว“ นางรีบลุกขึ้นไปรับหน้า ในความทรงจำนางบ่งบอกว่าแม้คนในบ้านใหญ่ไม่ใยดีกับนางแต่อาสามและอาสะใภ้นั้นทุกครั้งที่แวะมามักมีของติดมือมาให้นางและพี่น้องเสมอ

”คาราวะอาสาม คาราวะอาสะใภ้” นางปฏิบัติไปเองอย่างนอบน้อม ก่อนจะเชิญทั้งสองคนนั่งด้านใน

“เด็กน้อย อาบน้ำให้น้องเสียตัวหอมเชียว เจ้ารู้เรื่องแล้วใช่หรือไม่” ฟ่านอิงอุ้มอาซือขึ้นมาหอมก่อนหันมาหาหลานสาวสามี

“เจ้าค่ะ บ้านใหญ่แจ้งแก่ข้าแล้ว” นางเดินไปหยิบถุงผ้าที่เตรียมไว้ให้น้องชายนำมาให้ผู้เป็นอา ก่อนนั้งลงตรงข้าม

“อาซืออาจจะยังสื่อสารได้ไม่ดีนัก ท่านอาโปรดเมตตานี่เป็นของสินเดิมที่บ้านใหญ่ยอมแบ่งให้ ข้าแบ่งให้น้องเล็กไว้เป็นสินเดิมติดตัวเจ้าค่ะ” นางเปิดให้ดูว่ามีอะไรบ้าง แต่คนเป็นอาทั้งสองกลับมองหน้ากัน

“เตี้ยนเตี้ยนอาทั้งสองคนไม่มีลูก ทุกสิ่งอย่างที่หามาได้ย่อมอยากยกให้อาซือ เดิมทีอาขอเจ้าไปเลี้ยงด้วย แต่คนบ้านใหญ่บอกว่าเจ้าต้องแต่งงานเข้าตระกูลตงตามสัญญาหมั้นหมาย เจ้าเก็บของพวกนี้ไว้เป็นสินเดิมไม่ดีหรือ” ผู้เป็นอาดันมา แต่นางดันกลับ

“ข้าพอมีสินเดิมอยู่บ้างเจ้าค่ะ สิ่งของพวกนี้จะช่วยให้ท่านอาไม่ลำบาก” นางลุกขึ้นก่อนเดินไปลากตระกร้าใบใหญ่ออกมา

“ข้าวแดงแกงร้อนล้วนสำคัญ ยามภัยสงครามเช่นนี้เสบียงควรพร้อม นี่ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่พวกท่านดีกับข้า พี่ใหญ่และน้องเล็กเสมอมา” ด้านในตะกร้าเป็นเกลือที่นางรู้ว่ามันมีค่าดั่งทองสำหรับคนในยุคนี้

“จะเจ้า มีเกลืองั้นรึ” นางพยักหน้าพร้อมชี้ไปที่แท่นอะไรบางอย่าง

“ความลับของข้าคือทำเกลือได้เอง แต่เพราะไม่มีใบค้าเกลือ จึงทำโจ่งแจ้งไม่ได้ เรื่องนี้ขอให้เป็นความลับนะเจ้าคะ หากท่านอาลำบาก นำเกลือพวกนี้ไปขายได้เจ้าค่ะ!!“

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel