ทะลุมิติมาอยู่ในภัยสงครามพร้อมคลังเสบียง

44.0K · จบแล้ว
ภัสสพิชชา
28
บท
4.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อนักสังคมสงเคราะห์ถูกโจรฆ่าชิงทรัพย์พร้อมแฟนหนุ่ม ทะลุมิติมาอยู่ในยุคโบราณที่บ้านเมืองกำลังร้อนเป็นไฟ เธอเอาตัวรอดโดยการใช้ของในมิติให้เป็นประโยชน์ “หากข้ารอด พวกท่านก็ต้องรอด!!”

นิยายจีนโบราณข้ามมิติกลอุบายในวังคนธรรมดาฟินๆเลือดร้อน

เตี้ยน เตี้ยน

”เราจะเอาตัวนางไปเป็นภาระทำไมกัน ให้นางนอนตายตรงนี้เสียยังดีกว่า“

”ใช่ข้าเห็นด้วย อาซือกับอาเหยียนเป็นบุรุษอย่างน้อยก็ควรเอาไปด้วย“

”พวกเราจะแบกรับภาระบ้านรองไปทำไม รอดก็มีบุญ ตายก็ถือว่าหมดกรรม“ เสียงพูดคุยที่นางได้ยินทุกคำแต่คล้ายว่าขยับตัวไม่ได้ทำนางจำใจต้องหลับตาอยู่อย่างนั้น

ก่อนจะมีภาพแทรกซ้อนเข้ามาในหัว เป็นภาพหญิงสาวที่อยู่ในจวนใหญ่โต แต่กลับถูกกดขี่หลังผู้เป็นบิดาออกไปราชการที่ชายแดนแล้วไม่กลับมาอีกเลย ไม่เคยได้ยินข่าวคราว จนทุกคนทำใจว่าบางทีถานต้าอู๋อาจไร้ชีวิตแล้วในภพนี้ นางมีน้องชายวัย2ขวบและพี่ชายกำลังรอการสอบเป็นบัณฑิต ตั้งแต่สูญเสียมารดาผู้ให้กำเนิด ภาระทั้งหมดตกอยู่บนบ่าของถานเตียนเถียนและเพราะเป็นบ้านรอง แม้มีผู้ใหญ่ในบ้านแต่ก็ไร้คนช่วยเหลือ

“เตี้ยนเตี้ยนฟื้นเถอะ หากเป็นเจ้าต้องตายให้พี่ใหญ่ตายเสียยังดีกว่า” เสียงแหบเล็กๆข้างหูทำนางขมวดคิ้ว คล้ายกับว่ามีใครบางคนไม่ยอมให้นางลืมตา แต่อยากให้นางจำทุกอย่างเอาไว้ก่อน

”ทำไมถึงได้ยินภาษาแปลกๆ ทำไมถึงเห็นและรับรู้เรื่องราวพวกนี้!!“ ในสมองของนางประมวลทุกอย่างอย่างยากลำบาก คนที่ชื่อเดียวกันหน้าตาเหมือนกันนี่คืออะไร ไม่ใช่ว่า เธอเป็นถานเตียนเถียนที่ทำงานในองค์กรการกุศล แล้วถูกฆ่าชิงทรัพย์เมื่อคืนนี้เหรอ เหตุใดตอนนี้จึงไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ที่หน้าแปลกคือแม้แต่ความคิดนางก็ยังใช้ภาษาโบราณได้อย่างคล่องปาก

ระหว่างที่คิดทบทวน มีภาพมากมายผุดขึ้นมาในหัว เห็นว่าเด็กสาวที่ชื่อถานเตียนเถียนชื่อเดียวกับนาง ป่วยเซาะแซะมาหลายวัน แต่ฝืนร่างกายออกไปทำงานบ้าน จนเมื่อคืนนี้จู่ๆก็หยุดหายใจไปดื้อๆ

”ฝากที่ใหญ่กับน้องเล็กด้วย ข้าคงไม่มีวาสนา มีเพียงของที่ให้ไว้ช่วยเหลือเจ้า!!“ เสียงที่ผ่านลมมาทำนางผุดลุกขึ้นนั้ง พรึบ

”ทะลุมิติงั้นเหรอ!!“

สายตาหวานกวาดมองไปรอบด้าน ตอนนี้นางอยู่ในบ้านเก่าๆแต่ยังถือว่าดีกว่าในนิยายที่อ่านเจอว่านางเอกทะลุมิติมาในคอกหมู เป็นแบบนั้นสู้กัดลิ้นตายอีกรอบดีกว่า แต่กลิ่นเหม็นอับจนแทบขย้อนออกมานี่ก็ไม่ต่างกันนัก

“ที่นี่ที่ไหน” จึกๆ นิ้วๆเล็กๆจิ้มลงมาบนแขนผอมแห้งจนนางต้องหันไปมอง

“เจ้า…น้องสามงั้นหรือ” ดวงตาแป๋วแหว๋วที่ส่งมาทำนางน้ำตาปริ่มๆจะไหล

“น้องรอง” เสียงแหบทุ้มของบุรุษทำนางกลั้นใจเงยหน้าขึ้นไปมองฝั่งตรงข้าม

“พี่ใหญ่หรือ” แม้อยากกรี๊ดออกมาดังๆแค่ไหนก็ทำได้แค่ข่มใจ ใบหน้านวลเริ่มเบะออกมากวาดตามองไปรอบๆ ตายด้วยความทรมานในโลกเดิมไม่พอ ทะลุมิติมาแล้วยังรันทดกว่าเดิมอีก!!

“ข้าดีใจที่เห็นเจ้าฟื้นขึ้นมาเสียที” คำพูดที่แฝงความดีใจแต่สายตากลับเศร้าสร้อยทำนางรู้ว่าเป็นเพราะอะไร

“พวกเขา…หมายถึง…คนที่มาเมื่อครู่ จะทิ้งข้าไว้ที่นี่งั้นหรือ” นางพึ่งตะหนักได้ถึงลำคอที่แห้งผากเมื่อเอ่ยออกไปแล้ว

“ดื่มน้ำเสียหน่อย” พี่ใหญ่อย่างถานปิงเหยียนรีบเทน้ำชาเย็นชืดให้น้องสาว แม้จะไม่อยากกินอะไรแต่ก็ต้องกลั้นใจยกขึ้นมาดื่ม

“ท่านย่าและป้าสะใภ้จะพาพวกข้าย้ายไปที่เหิงเตียน พวกเขา…” สายตาคมหลบตาน้องสาววูบก่อนจะถอนหายใจ

“พวกท่านคงมีแค่ท่านกับน้องสาม ท่านอยากไปหรือไม่” นางจำได้ดีถึงการฝากฝังของคนในความฝัน แต่จะทำอย่างไรหากบุรุษตรงหน้าอยากไป แล้วนางรั้งไว้ได้หรือ ทุกอย่างต้องถามความสมัครใจทั้งนั้น

“ข้าไม่อยากไป แต่ว่า…เตี้ยนเตี้ยนตอนนี้สงครามกำลังรุนแรงขึ้น ไม่ช้าจะมีทหารเข้ามาเต็มพื้นที่ หากข้าไม่ไป…ความฝันที่จะได้เป็นบัญฑิตคงจบลง” นางกระพริบตาปริบปริบ

“เช่นนั้นเอาน้องเล็กไว้กับข้า” เด็กที่นั้งตาแป๋วอยู่ข้างนางมีอายุเพียง2ขวบปีเห็นจะได้ นางจะปล่อยให้ไปลำบากลำบนได้อย่างไรกัน

“เช่นนั้นเจ้าต้องพูดกับท่านย่าเอง เตี้ยนเตี้ยนที่พี่ยอมทิ้งเจ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัว แต่หากพี่มีชีวิตที่มั่นคงกว่านี้ จะปกป้องเจ้ากับน้องเล็กได้ หากเราอยู่ด้วยกัน เราอาจจะตายระหว่างหนีจากภัยสงคราม” คนพูดดวงตาแดงก่ำ ไม่กล้าสบตานางตรงๆ

“ข้า…เพราะว่าพ่อแม่ฝากฝังไว้ให้ดีกับท่านและน้องเล็กให้มาก ลองทบทวนอีกทีดีหรือไม่ ไปตอนนี้ก็ใช่ว่าจะได้สอบบัญฑิต สงครามเกิดเช่นนี้ไม่แน่ว่า…อาจจะต้องเลื่อนไปก่อน ท่านจะอยู่กับความกดดันของบ้านใหญ่ได้หรือ” ในฝันนางเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่เมื่อก่อนจนปัจจุบัน นางรู้ดีว่าคนพวกนั้นต้องการถานปิงเหยียนไปเพราะเป็นบุรุษเอาไว้พึ่งพาได้เท่านั้น

“ข้าจะขัดคำสั่งบ้านใหญ่ได้อย่างไร หากทำเช่นนั้นเจ้ากับน้องเล็กคงถูกทุบตี” นางพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเงียบเสียงลงและใช้ความคิด

“หากท่านป่วยใกล้ตายก็ไร้ประโยชน์มิใช่หรือ!!”