บทที่ 3-1 ภาระบนบ่า
เมื่อออกมาจากห้องทรงพระอักษรแล้ว เซี่ยหลีและเซี่ยหลิงต่างจ้องหน้ากันคราหนึ่งก่อนจะแยกย้ายต่างคนต่างไป เซี่ยหลีนั้นแวะไปเยี่ยมคารวะโจวฮองเฮาซึ่งก็คือมารดาของตนเองที่ตำหนักคุนหนิง ยามนี้โจวฮองเฮากำลังนั่งดื่มชาอยู่ในตำหนัก เมื่อได้ยินว่าบุตรชายมาเยี่ยมคารวะก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่พอได้เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของบุตรชายอันเป็นที่รักมีร่องรอยบาดเจ็บเด่นชัด นางก็รู้สึกตื่นตระหนกตกใจ
"หลีเอ๋อร์ เจ้าไปถูกผู้ใดทำร้ายมากัน ใครกันที่มันกล้าเหิมเกริมมาทำร้ายลูกชายของแม่ พวกเจ้าตายกันหมดแล้วหรือ รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจดูอาการขององค์ชายใหญ่เร็วเข้า!"
โจวฮองเฮารีบสั่งการนางกำนัลทันที ทำเอาตำหนักคุนหนิงวุ่นวายขึ้นมาอย่างฉับพลัน เซี่ยหลีจึงรีบบอกกับมารดาตนอย่างไม่ชักช้า
"เสด็จแม่อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ ลูกไม่เป็นอันใด"
โจวฮองเฮาหรี่ตามองบุตรชายแวบหนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม
“แม่ได้ยินว่าเซี่ยหลิงก็เข้าวังมาพร้อมกับเจ้าด้วย หรือว่ารอยแผลบนหน้าเจ้าจะเป็นฝีมือของเขา?”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยหลีไม่ตอบโจวฮองเฮาก็เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้ในทันที ดวงตาของนางฉายแววเย็นเยียบขึ้นมาอย่างไม่ปิดบัง
"เจ้าเด็กชั่วนั่นมันกล้าทำร้ายเจ้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่ได้การ พวกเราจะปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่เป็นหนามหยอกอกไม่ได้อีกต่อไปแล้ว หลีเอ๋อร์ ต่อไปนี้เจ้าจงทำงานที่เสด็จพ่อมอบหมายให้ดี และจะต้องทำให้ดีกว่าเซี่ยหลิงด้วย ตำแหน่งองค์รัชทายาทจะต้องตกเป็นของเจ้าเท่านั้น หากเจ้าได้ตำแหน่งนั้นมาครอบครองเมื่อใด แม่จะได้สบายใจเสียที จากนั้นก็ค่อยหาทางกำจัดไป๋กุ้ยเฟยและเซี่ยหลิงรวมไปถึงขั้วอำนาจของพวกมันให้สิ้นซากไปเสีย แม่ชังน้ำหน้านางนัก นังจิ้งจอกนั่นทำให้เสด็จพ่อของเจ้าหลงใหลจนคลอดตัวบัดซบอย่างเซี่ยอวิ๋นออกมาไม่พอ ยังมีเซี่ยหลิงมาเป็นหนามแทงใจแม่อีก เซี่ยหลี เจ้าต้องทำเพื่อแม่นะ ทำเพื่อความอยู่รอดของตระกูลโจวของพวกเรา ตำแหน่งองค์รัชทายาทต้องเป็นของเจ้า อย่าให้เซี่ยหลิงแย่งไปได้เด็ดขาด บิดาเจ้าเข้าข้างเขาขนาดนั้น แม่ละเจ็บใจยิ่งนัก อีกทั้งท่านลุงของเจ้าก็ไร้ทายาทสืบสกุล แม่กลุ้มใจเหลือเกิน เกรงว่าตระกูลโจวเราคงจะสิ้นชื่อก็ครานี้ อย่างไรเจ้าจะต้องได้ตำแหน่งนั้นมา ท่านลุงเจ้าบอกกับแม่เอาไว้แล้ว ว่าเมื่อใดที่เจ้าได้เป็นองค์รัชทายาท เขาจะมอบกำลังทหารทั้งหมดให้มาอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเจ้า"
เซี่ยหลีเมื่อได้ฟังที่มารดาเอ่ยจบแววตาก็ฉายแววเย็นเยียบคราหนึ่ง
ที่เสด็จแม่พูดมาไม่ผิด เสด็จพ่อปฏิบัติต่อพวกเขาสองแม่ลูกไม่เย็นชาและไม่ห่างเหิน แม้จะให้เกียรติแต่ความรักกลับเทียบไม่ได้กับที่เสด็จพ่อมอบให้ไป๋กุ้ยเฟยและบุตรของนาง
ชายหนุ่มหันมามองมารดาตนคราหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“เสด็จแม่อย่าทรงกังวลพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ เซี่ยหลิงทำตัวบัดซบเช่นนี้เหล่าขุนนางย่อมไม่สนับสนุนเขาแน่นอน ลูกจะตั้งใจทำงานให้ดี จะไม่ทำให้เสด็จแม่ผิดหวัง รอให้ฝ่ายนั้นเผยจุดอ่อนเมื่อใด เราก็ค่อยหาทางจัดการให้สิ้นซากในคราวเดียว”
“ดีมาก หลีเอ๋อร์ของแม่รู้ความที่สุด แค่องค์ชายที่เกิดจากสนมชั้นต่ำ จะเทียบกับเจ้าที่เกิดจากฮองเฮาได้อย่างไร”
“เสด็จแม่ตรัสได้ถูกต้องแล้ว”
เซี่ยหลียกยิ้มเย็นชาอย่างลำพองใจ หลายปีมานี้เขาสวมหน้ากากเป็นองค์ชายผู้แสนดีช่วยเหลือคนมาโดยตลอด ภายใต้หน้ากากคนดีของเขาแท้จริงแล้วกลับซ่อนความอำมหิตเอาไว้
ชายหนุ่มอยู่พูดคุยกับมารดาต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะขอตัวกลับจวนของตน โจวฮองเฮายังคงไม่ลืมกำชับบุตรชายว่าจะต้องคว้าตำแหน่งองค์รัชทายาทมาให้ได้ เซี่ยหลีพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น ยามนี้ในใจของเขากำลังครุ่นคิดแผนการมากมายเพื่อให้ตนเองได้ในสิ่งที่ปรารถนา
ด้านเซี่ยหลิงนั้นเดิมทีิเขากำลังจะกลับจวนองค์ชายสามอยู่แล้ว ทว่าไป๋กุ้ยเฟยกลับให้นางกำนัลมารั้งตัวเขาเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย พลางถือกาสุราเดินโซซัดโซเซไปยังตำหนักของผู้เป็นมารดาอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก
ไป๋กุ้ยเฟยที่เห็นสภาพของบุตรชายแล้วก็ส่ายหน้าออกมาอย่างเอือมระอา อยู่ๆ นางก็คิดถึงเซี่ยอวิ๋นบุตรชายคนโตที่ล่วงลับไปตั้งแต่วัยเยาว์ขึ้นมา น่าเสียดายที่เซี่ยอวิ๋นอายุสั้นนัก เขาล้มป่วยและตายจากนางไปก่อนวัยอันควร ตอนเซี่ยอวิ๋นยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็นเด็กที่รู้ความอย่างยิ่ง มีความสามารถไม่เป็นรองเซี่ยหลีเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเชี่ยวชาญโคลงกลอนและการต่อสู้ตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังวางตนได้เหมาะสมสูงส่งราวกับเทพเซียน เรียกได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าขุนนางเป็นอย่างมาก ผู้คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเซี่ยอวิ๋นของนางเหมาะสมกับตำแหน่งองค์รัชทายาทที่สุด แต่สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก เซี่ยอวิ๋นกลับมาด่วนจากนางไป เหลือไว้เพียงเซี่ยหลิงบุตรชายจอมเสเพลผู้นี้ แม้เซี่ยหลิงจะมีความสามารถแต่กลับทำตัวไม่เอาไหน งานการในราชสำนักเขาก็ไม่คิดจะช่วยทำ นอกจากดื่มสุราและเคล้านารีแล้ว เขาก็ไม่สนใจแยแสสิ่งใดอีก เรียกได้ว่าความสามารถที่มีล้วนเสียเปล่าโดยใช่เหตุ นางเจ็บปวดใจยิ่งนัก ตอนยังเยาว์วัยเซี่ยหลิงก็เชื่อฟังนางเป็นอย่างดี นางให้ทำสิ่งใดเขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย แต่พอเติบโตขึ้นกลับกลายเป็นพวกไม่เอาไหนไปเสียได้
"ถวายพระพรเสด็จแม่"
เมื่อเซี่ยหลิงเดินเข้ามาในตำหนักแล้วก็ทำความเคารพมารดาอย่างขอไปทีหนหนึ่ง ไป๋กุ้ยเฟยที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยกับบุตรชายตนอย่างไม่ใคร่จะสบอารมณ์เท่าใดนัก
"หลิงเอ๋อร์ เจ้าเมาสุราอีกแล้วหรือ วันๆ นอกจากดื่มสุรากับพานางโลมเข้าจวนแล้วเจ้าไม่คิดจะทำเรื่องอื่นบ้างเลยหรือ ฮะ? เจ้าไม่ทำให้ข้าปวดหัวสักวันมันจะตายหรือไรกัน แล้วหน้าเจ้าไปโดนสิ่งใดมา เจ้าไปมีเรื่องชกต่อยกับผู้ใดมาอีก ให้ตายเถอะ กลิ่นสุราเหม็นโฉ่ไปทั้งตัว อย่าบอกนะ ว่าเจ้าไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อของเจ้าในสภาพเช่นนี้!"
"ข้าก็มีสภาพเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร เสด็จแม่ยังไม่คุ้นชินอีกหรือ?"
ว่าจบเขาก็ยกกาสุราขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะยื่นมือไปดึงนางกำนัลน้อยผู้หนึ่งเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับใช้มือเชยปลางคางของนางขึ้นมา และหันไปเอ่ยกับมารดาทันที
"เสด็จแม่ นางกำนัลน้อยผู้นี้ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย ท่านรับนางเข้ามาใหม่หรือ ข้าขอได้หรือไม่?"
"เหลวไหล เจ้าปล่อยนางซะ อย่าได้ยุ่งกับคนในตำหนักของข้า!"
