บท
ตั้งค่า

บทที่ 2-2 ตีกันอีกแล้ว

ฮ่องเต้วัยกลางคนเหลือบมองบุตรชายทั้งสองคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

"เจ้าใหญ่ ปีนี้เจ้าอายุยี่สิบสองแล้ว ควรแต่งพระชายาได้สักที เจ้ามีสตรีใดในใจบ้างหรือไม่ บอกพ่อมา พ่อจะได้จัดการไปสู่ขอนางให้เจ้า"

เซี่ยฮ่องเต้เอ่ยถามเซี่ยหลีบุตรชายคนโตอย่างใส่ใจ เซี่ยหลีเดิมทีควรแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่เพราะเขาเอาแต่สนใจเรื่องงาน จึงยังไม่ได้แต่งงานสักที เซี่ยหลียิ้มให้บิดาตนเล็กน้อย แล้วจึงตอบ

"เสด็จพ่อ ลูกยังไม่มีสตรีที่พึงใจพ่ะย่ะค่ะ ลูกยังไม่อยากแต่งงาน ยังอยากช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของเสด็จพ่ออยู่"

เซี่ยฮ่องเต้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา เซี่ยหลีแต่เล็กจนโตก็รู้ความอย่างยิ่ง ไม่เคยทำให้เขาปวดหัวเลยสักครา แต่เมื่อเขาหันไปมองเซี่ยหลิงองค์ชายสามแววตาก็ทอประกายเหนื่อยหน่ายขึ้นมาสายหนึ่ง

“เจ้าสาม อยู่ต่อหน้าข้าเจ้ายังกล้านั่งดื่มสุราอีกหรือ ดื่มสุราทั้งวันเจ้าไม่เบื่อบ้างหรือไรกัน เหอะ เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ หลายวันก่อนเจ้าไปถูกตาต้องใจนางโลมผู้หนึ่งเข้า จึงเรียกนางเข้ามาปรนนิบัติในจวน ซ้ำร้ายยังเข้าออกหอนางโลมเป็นบ้านหลังที่สอง เจ้าช่างทำตัวบัดซบยิ่งนัก สตรีในจวนของเจ้ามากมายปานนั้นเจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ จึงไปมุดหัวอยู่แต่ในหอนางโลมทั้งวันทั้งคืน เจ้าเป็นถึงองค์ชายสามแต่กลับทำตัวทุเรศทุรังเช่นนี้ เจ้าจะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"

เซี่ยหลีที่เห็นว่าเซี่ยหลิงถูกบิดาต่อว่าก็ปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะลอบส่งเสียงในใจ มีหรือเขาจะไม่รู้ แม้เสด็จพ่อจะด่าทอและไม่พอใจเซี่ยหลิงเพียงใด แต่กลับรักเซี่ยหลิงมากกว่าเขาเสียอีก ยามสนทนาพาทีกับเขาล้วนเป็นทางการ แต่กับเซี่ยหลิงนั้นกลับสนิทสนมยิ่ง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะไป๋กุ้ยเฟยเป็นสตรีที่เสด็จพ่อรักจากใจจริง ต่างจากเสด็จแม่ของเขาที่เสด็จพ่อจำต้องแต่งเข้ามาเพราะมีสัญญาหมั้นหมายผูกมัด

เซี่ยหลิงที่นั่งดื่มสุราอยู่บนเก้าอี้พลันหันมามองบิดาตนอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะลุกขึ้นและเดินมายืนข้างๆ เซี่ยหลี

"โธ่เสด็จพ่อ ท่านก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บ้างสิ มันจะไปยากอะไร อีกอย่างข้าไม่ได้ฉุดคร่าพวกนางเข้าจวนเสียหน่อย พวกนางเต็มใจมาปรนนิบัติข้าเอง ที่สำคัญข้าจ่ายเงินไปตั้งมาก ก็ย่อมต้องชื่นชมสาวงามให้เต็มที่สิจึงจะคุ้มกับเงินที่เสียไป บุรุษในเมืองหลวงก็ชอบเข้าหอนางโลมกันทั้งนั้น ข้าบัดซบตรงไหนกัน?"

เซี่ยฮ่องเต้ถึงกับยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วตนอย่างไม่สบอารมณ์ บุตรชายสองคน คนหนึ่งสง่างามรู้ความไม่เคยทำให้เขาปวดหัว คนหนึ่งทำตัวเหลวไหลไร้สาระ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

เซี่ยฮ่องเต้คร้านจะกล่าววาจาตักเตือนแล้วจึงไม่เอ่ยสิ่งใดอีก เซี่ยหลีที่เห็นเช่นนั้นจึงหันมาเอ่ยถามน้องชายต่างมารดาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"น้องสาม เจ้าทำตัวเช่นนี้ หากไป๋กุ้ยเฟยทราบเข้า คงต้องกระอักเลือดตายเป็นแน่ เจ้าก็ช่วยทำตัวให้มันดีดีหน่อยเถอะ ถือว่าเห็นแก่หน้าเสด็จพ่อ”

เซี่ยหลีที่สบโอกาศก็เอ่ยวาจาเหน็บแนมน้องชายต่างมารดาของตนทันที เซี่ยหลิงที่ได้ยินก็ยกยิ้มมุมปาก เขายกกาสุราขึ้นดื่ม ก่อนจะหันมาตอบพี่ชายด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท

"เสด็จแม่จะว่าอะไรข้าได้ ข้าอยากทำสิ่งใดก็จะทำตามใจตน ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวเหมือนเทพเซียนเสียหน่อย แล้วจะอยู่ในกฎระเบียบไปทำไมกัน หากอยากด่าใครข้าก็จะด่า อยากนอนกับสตรีคนใดข้าก็จะนอน ก่อนท่านจะว่าข้าก็ช่วยก้มมองเงาหัวตนเองหน่อยเถิด สภาพท่านเหมือนผู้ถือศีลละทางโลกเช่นนี้น่าเบื่อจะตายชัก วันๆ เอาแต่ทำตัวเป็นคนดี ใส่หน้ากากจอมปลอมอยู่ตลอดเวลา ท่านทำให้ผู้ใดดูกัน ช่างเสแสร้งเก่งจริงเชียว ท่านพี่ ข้าจะบอกอะไรให้ ท่านอย่าห่วงเสด็จแม่ข้าเลย แล้วก็ไม่ต้องห่วงหน้าเสด็จพ่อด้วย ท่านห่วงตนเองก่อนเถอะ หากวันใดท่านลุงของท่านเกิดตายอยู่ในสนามรบขึ้นมา ใครจะช่วยหนุนหลังท่านกัน ห๊ะ? ได้ยินว่าตระกูลโจวยังไม่มีทายาทสืบสกุลสักคน เห็นทีคงจะใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้วกระมัง"

เซี่ยหลิงเอ่ยวาจาตอบโต้เซี่ยหลีอย่างเผ็ดร้อน เซี่ยหลีจ้องมองเซี่ยหลิงอย่างไม่พอใจ เซี่ยหลิงเองก็ไม่หลบสายตาเช่นเดียวกัน

"เซี่ยหลิง เจ้าด่าข้าเช่นไรข้าไม่สน แต่เจ้าอย่ามาลามปามถึงท่านลุงและตระกูลโจวของข้า!"

"ข้าลามปามที่ใดกัน ข้าแค่เป็นห่วงเฉยๆ เมื่อครู่ท่านพี่ยังห่วงว่าเสด็จแม่ข้าจะกระอักเลือดตายอยู่เลย ข้าก็มีน้ำใจห่วงว่าท่านลุงของท่านจะตายอยู่ในสนามรบ ข้าผิดตรงไหนกัน คนเรามีใครบ้างไม่ตาย ไม่มีหรอก โลกนี้ไม่มีใครที่จะอยู่ค้ำฟ้า ท่านก็ด้วย จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้เลย"

"ข้าจะตายเมื่อใดก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า!"

"อ้อ บังเอิญว่าข้าเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเสียด้วยสิ โรคชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านของข้านี่มันแก้ไม่หายเลยจริงๆ ขออภัยด้วยนะท่านพี่"

พูดจบแล้วเซี่ยหลิงก็หัวเราะชอบอกชอบใจออกมาพลางยกกาสุราขึ้นดื่มอึกใหญ่ เซี่ยหลีที่เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงฮึ่มฮ่ำในลำคอ ก่อนจะซัดหมัดเข้าใส่ใบหน้าของเซี่ยหลิงอย่างเต็มแรง เซี่ยหลิงถูกต่อยจนเซก็เลือดขึ้นหน้า เขาจึงพุ่งเข้าไปสวนหมัดใส่พี่ชายต่างมารดาอย่างไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน หม่ากงกงหันไปมองเซี่ยฮ่องเต้ด้วยสีหน้าแววตาที่ตื่นตระหนก

"ฝะ ฝ่าบาท องค์ชายใหญ่กับองค์ชายสามตีกันอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"

เซี่ยฮ่องเต้มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเอือมระอาก่อนจะเขวี้ยงจอกชาลงไปบนพื้นอย่างแรง

"หยุดเดี๋ยวนี้ หากจะตีกันก็ไสหัวออกไปตีกันข้างนอก ข้าจะทำงาน!"

ฮ่องเต้ตะคอกเสียงดังด้วยความขุ่นเคืองพลางคว้าหยิบฏีกาฉบับใหม่ขึ้นมาอ่านต่อโดยไม่สนใจบุตรชายทั้งสองคนอีก เขาเห็นภาพเหล่านี้จนเคยชินมานานแล้วจึงไม่ได้รู้สึกตกใจอันใด

เซี่ยหลีถูกเซี่ยหลิงยั่วโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เห็นทีคงจะมีแต่เซี่ยหลิงที่สามารถทำให้เซี่ยหลีอารมณ์ขึ้นได้ เขาเองมีหรือจะไม่รู้ว่าบุตรชายทั้งสองคนไม่ค่อยจะลงรอยกัน แต่จนปัญญาจะห้าม ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็ให้พวกมันตีกันเสียให้จบๆ

เซี่ยหลีและเซี่ยหลิงผละออกจากกันทันที ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามทางใครทางมัน เซี่ยฮ่องเต้ก็ไม่คิดจะเอ่ยรั้ง ทำเพียงจ้องมองแผ่นหลังของบุตรชายทั้งสองที่เดินจากไปจนลับสายตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก

จะให้เขาเลือกองค์รัชทายาทได้เช่นไรกัน ในเมื่อบุตรชายสองคนยังกัดกันไม่เลิกเช่นนี้ หากใครคนใดคนหนึ่งมีตำแหน่งสูงกว่าอีกฝ่าย มันไม่ฆ่ากันตายเลยหรือ!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel