ตอนที่ 4 ประกาศิตตัดขาด
บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ภาคินในยามเช้าตรู่เต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของรัญธิดาที่ก้าวลงมาจากบันไดวนด้วยความมั่นคงและเด็ดเดี่ยว เรียกให้สายตาทุกคู่ในบ้านต้องหันไปมองเป็นตาเดียว
บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง แม่บ้านใหญ่ และ มินตรา กำลังนั่งหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่พวกเธอเพิ่งโดนคาดโทษและถูกยื่นคำขาดจากปากของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของบ้านตัวจริง
รัญธิดายืนกอดอกมองสองแม่ลูกด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความสงสารหรือเยื่อใยใด ๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
“ในเมื่อพวกเธอเลือกที่จะทำลายทุกอย่างเพื่อความโลภ และคิดจะฮุบสมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเอง... วันนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องเก็บกวาด ‘ขยะ’ ออกไปจากชีวิตฉันเสียที” เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นด้วยความเฉียบขาด ทรงอำนาจจนแม่บ้านใหญ่ต้องรีบพุ่งเข้ามาคุกเข่ากอดขาเธอทันที
“คุณรัญธิดาคะ! เมตตาพวกเราด้วยเถอะค่ะ! ให้พวกเราอยู่ที่นี่ต่อเถอะนะ ป้ากราบล่ะ...” แม่บ้านใหญ่ร้องไห้โฮฟูมฟาย ยกมือไหว้ท่วมหัวด้วยความสิ้นท่า
รัญธิดาก้มมองด้วยหางตาอย่างไม่แยแส ก่อนจะสะบัดขาออกจากการเกาะกุมอย่างเย็นชา “ความเมตตาของฉัน... หมดไปตั้งแต่พวกเธอร่วมมือกันทำร้ายครอบครัวฉันแล้ว! และข้าวของเครื่องใช้รกหูรกตาของพวกเธอ ที่ฉันอุตส่าห์ยอมให้รกบ้านอยู่ตั้งนาน... วันนี้ก็สมควรแก่เวลาที่จะต้องขนทิ้งลงถังขยะเสียที!”
สิ้นคำสั่งเด็ดขาดของรัญธิดา ทีมงานแม่บ้านและบอดี้การ์ดร่างยักษ์นับสิบชีวิตก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาภายในบ้านทันที พวกเขาเริ่มปฏิบัติการเก็บกวาดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพง เครื่องประดับจอมปลอม และข้าวของรกๆ ที่สองแม่ลูกขนเข้ามาเน่าเฟะในบ้านหลังนี้ ถูกกวาดใส่ถุงดำใบใหญ่จนหมดเกลี้ยงอย่างไม่ไว้หน้า
“กรี๊ด! อย่ามาแตะกระเป๋าฉันนะ! ของพวกนี้ฉันซื้อมาเองนะ!” มินตราแผดเสียงกรีดร้องสติแตก พยายามจะพุ่งเข้าไปยื้อแย่งข้าวของของตัวเองคืน แต่กลับถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ขวางทางไว้จนล้มพับลงไปกองกับพื้น สภาพของอดีตคุณหนูผู้เย่อหยิ่งในยามนี้ช่างน่าสมเพชเวทนาและไร้ซึ่งศักดิ์ศรีโดยสิ้นเชิง
“ของที่ซื้อด้วยเงินที่โกงคนอื่นมา... แม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่มีสิทธิ์เอาออกไปจากบ้านหลังนี้!” รัญธิดาเอ่ยเสียงกร้าว นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความสะใจ “เก็บกวาดให้หมด! อย่าให้เหลือเศษซากความอัปยศของคนพวกนี้อยู่ในบ้านฉันอีกแม้แต่ชิ้นเดียว!”
ถุงดำใบใหญ่ถูกลากออกไปกองรวมกันที่หน้าคฤหาสน์ ก่อนจะถูกโยนทิ้งลงถังขยะใบใหญ่หน้าบ้านอย่างไร้ค่า เช่นเดียวกับชีวิตของสองแม่ลูกที่กำลังจะพังทลายลงไม่เป็นท่า
รัญธิดายืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ อดีตอันเน่าเฟะและคนเห็นแก่ตัวถูกชำระล้างออกไปจนหมดสิ้น... บัดนี้ บ้านหลังนี้และทุกสิ่งทุกอย่างได้กลับมาสะอาดบริสุทธิ์ และเป็นของเธออย่างแท้จริงแล้ว
