บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่หรือ

‘ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่หรือวะเนี่ย’

“ข้าก็แค่มาซื้อของตามคำสั่งของคุณชายเท่านั้น ของพวกนี้ข้าไม่ได้ซื้อไปใช้เองเสียหน่อย ข้าไม่ได้มีเงินถุงเงินถังขนาดนั้น”

“อ้อ... ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”

หลิวซือซือมองบุรุษตรงหน้าทั้งสองสลับกันไปมา นางไม่เข้าใจความคิดของบรรดาชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับนางในยุคนี้เลยสักนิด

ด้านอี้ซวน หัวหน้านักเลงก็นึกหงุดหงิดในใจ ความจริงวันนี้ที่เขาเดินเข้ามาหา ไม่ได้ตั้งใจจะมาเกี้ยวพาหลิวซือซือแต่อย่างใด

แต่เป็นเพราะยังผูกใจเจ็บที่เคยโดนนางด่าทอไว้ในอดีตจนเขาอับอายไปหลายต่อหลายครั้ง ทว่าเมื่อนางยอมเอ่ยปากขอโทษทั้งยังไร้ซึ่งท่าทีจองหองดังเก่า เขาจึงยอมสงบปากสงบคำลง

แต่น่าแปลก เหตุใดพอจ้องมองสตรีร้ายกาจตรงหน้านานเข้า นางกลับดูเป็นสาวน้อยน่ารักงดงามปานนางฟ้าไปได้เล่า

อี้ซวนยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองแรงๆ ก่อนจะตบหน้าตัวเองอย่างแรงเพื่อเรียกสติ

‘เหอเหอ... ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ไปเห็นนางมารร้ายอย่างนางเป็นนางฟ้าได้อย่างไรกัน’

“เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ”

เสียงหวานใสเอ่ยถามขึ้นพลางขยับก้าวเข้ามาใกล้ จนระยะห่างของคนทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ

“จะ เจ้าถอยออกไปหน่อยสิ! จะเดินเข้ามาใกล้ข้าทำไมกัน”

“ทำไมล่ะ กลัวข้าหรืออย่างไร”

‘ยังจะมาถามอีก!’ อี้ซวนถลึงตาใส่ จนหลิวซือซือที่มองอยู่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกฉงน

“อะไรของเจ้ากัน” หลิวซือซือถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าว พลางเอียงคอมองอี้ซวนอย่างไม่เข้าใจนัก

“ข้าแค่เห็นเจ้าตบหน้าตัวเองก็นึกว่ามีแมลงมาเกาะ เลยว่าจะช่วยดูให้ก็เท่านั้น คิดว่าข้าจะไปทำอะไรเจ้าได้กันเล่า”

พูดจบ หญิงสาวก็เลิกสนใจอี้ซวน แล้วหันกลับมาจ้องมองบุรุษหมวกสานตรงหน้าอีกครั้ง

“ท่านจะซื้อกำไลหยกจากข้าจริงๆ หรือ”

“แน่นอน”

“เช่นนั้นข้าคิดราคาท่านเพียงสองพันอีแปะก็แล้วกัน”

“ทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก ของซื้อของขายนะ” ชายหนุ่มหมวกสานขมวดคิ้วท้วงขึ้นมาทันควัน

“เจ้าเอาแต่ลดราคาเช่นนี้แล้วเมื่อใดจะได้กำไรกัน ข้าจะจ่ายให้เจ้าเต็มจำนวน ไม่สิ! ข้าให้เจ้าหนึ่งตำลึงสำหรับของล้ำค่าพวกนี้เลย”

ไม่รอให้หลิวซือซือทันเอ่ยปากปฏิเสธ บุรุษตรงหน้าก็จัดแจงยัดก้อนเงินใส่มือของนางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรวบเอากำไลหยกทั้งหมดไปถือไว้ ราวกับกลัวว่าจะมีใครมาช่วงชิงไปอย่างไรอย่างนั้น

‘บ้าไปแล้ว... กำไลแค่ไม่กี่ชิ้นถึงกลับยอมจ่ายหนึ่งตำลึงเลยหรือเนี่ย’

อี้ซวนที่ยืนอยู่ด้านข้างหรี่ตาลง จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจับผิด ก่อนจะโพล่งขึ้นว่า

“ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าเป็นพวกเดียวกันกับนาง แต่ตอนนี้คงไม่ใช่แล้วมั้ง เจ้านั่นแหละไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน กำไลไม่กี่ชิ้นยอมจ่ายตั้งหนึ่งตำลึง เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร”

“นั่นสิ... ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” หลิวซือซือตั้งท่าจะยื่นเงินคืน

ทว่าชายผู้นั้นกลับขยับถอยหลัง พลางส่งยิ้มกว้าง

“แม่นางอย่าได้กังวลไปเลย เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินของข้าหรอก”

“อ้าว?” เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงของคนทั้งกลุ่ม บุรุษสวมหมวกสานก็ยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยต่อว่า

“ข้าเป็นบ่าวในจวนของท่านนายอำเภอนามว่าซือหยาง ได้รับคำสั่งให้มาหาซื้อเครื่องประดับสตรีกลับไปให้ฮูหยินที่จวนก็เท่านั้นเองขอรับ”

“อ๋อ... เป็นเช่นนี้นี่เอง”

เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของทุกคน ทำเอาซือหยาง บุรุษผู้มีใบหน้าแสนทะเล้นในสายตาของหลิวซือซืออดไม่ได้ที่จะขำขันในใจ เขาไล่สายตามองกลุ่มคนตรงหน้า โดยเฉพาะสตรีเจ้าของใบหน้ารูปไข่ที่แม้ไร้เครื่องประทินโฉม ทว่ากลับงดงามชวนมองไม่วางตา

“แม่นาง... ข้าติดตามนายท่านและฮูหยินไปมาหลายเมือง เคยเห็นเครื่องประดับมาก็มาก แต่กำไลพวกนี้แปลกตาและงดงามกว่าที่ข้าเคยเห็นนัก ให้ท่านหนึ่งตำลึงยังนับว่าน้อยไปด้วยซ้ำ”

“จริงหรือ”

เขายิ้มรับ ก่อนจะเอ่ยลา “นายท่านของข้าคงรอนานแล้ว เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อนนะขอรับ”

“เดี๋ยวสิ!”

ไม่ทันที่หลิวซือซือจะได้รั้งไว้ ซือหยางก็รีบก้าวเท้าฉับๆ มุ่งหน้าไปยังตรอกเล็กๆ ไม่ไกลจากแผงขายของ แล้วเดินลับหายเข้าไปในซอยนั้นอย่างรวดเร็ว

หลิวซือซือได้แต่มองตามด้วยความงุนงงเช่นเดียวกับพวกของอี้ซวน ก่อนที่นางจะหันกลับมาสังเกตเห็นว่า บนแก้มของอี้ซวนเริ่มมีรอยแดงเป็นรูปฝ่ามือปรากฏขึ้นเด่นชัด

‘นี่เขาตบหน้าตัวเองแรงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย!’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel