บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 นางคงบ้าไปแล้วจริงๆ

‘ซวยแล้วสิ! จะหยิบอะไรออกมาขาย ทำไมไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนนะหลิวซือซือ... เหตุใดเจ้าถึงได้โง่เขลาเช่นนี้’

“เจ้าเป็นพวกเดียวกับนางหรืออย่างไร ถึงได้ออกหน้าแก้ตัวแทนกันเช่นนี้” หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ยืนกอดอก จ้องหน้าชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยสายตาเอาเรื่อง

“แล้วพวกเจ้าเป็นอะไรนักหนา ถึงได้อยากใส่ร้ายข้านัก!” หลิวซือซือจ้องตอบใบหน้าหยาบกร้านของบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่าจังหวะนั้นเอง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็พลันพรั่งพรูเข้ามาในหัว

ที่แท้บรรดาบุรุษในเมืองนี้ต่างก็เอือมระอาหลิวซือซือคนเก่ากันทั้งนั้น แม้ใบหน้าจะหมดจดงดงาม แต่ปากกลับร้ายกาจยิ่งกว่าแม่มด ตวาดด่าทอทุกคนที่เข้าใกล้จนหัวหดกันไปหมด

‘มิน่าเล่า... ถึงไม่มีใครยอมซื้อของของนาง ที่แท้เพราะเหตุนี้นี่เอง’

“อะ อะไรของเจ้า! หากหมอนี่โกหกเพื่อช่วยเจ้า แล้วถ้าพวกข้าซื้อของๆ เจ้าไป จะไม่มีใครมาทวงคืนแน่น่ะหรือ”

“ของพวกนี้ข้าได้มาอย่างสุจริต จะมีใครมาทวงได้อย่างไรกัน ว่าแต่เจ้าน่ะ… ชื่ออะไรนะ”

“หา?” หัวหน้าชายฉกรรจ์ถึงกับทำหน้าเหวอ สับสนไม่น้อยที่อยู่ๆ หลิวซือซือก็เปลี่ยนเรื่อง หันมาถามชื่อแซ่ตนเสียอย่างนั้น

“ข้าถามว่าเจ้าชื่ออะไร”

“ขะ... ข้าก็ชื่ออี้ซวนอย่างไรเล่า เจ้าอย่ามาทำเป็นจำไม่ได้ไปหน่อยเลย ลืมไปแล้วหรือว่าทำอะไรกับข้าไว้บ้างน่ะ!”

“เอาน่าอี้ซวน... ไม่ว่าที่ผ่านมาข้าจะร้ายกาจกับเจ้าเพียงใด แต่วันนี้ข้าลืมเลือนไปจนหมดสิ้นแล้ว อาจเป็นเพราะโรคร้ายมันกัดกินแทะสมองเน่าๆ ของข้าไปจนหมดแล้วก็เป็นได้ ดังนั้นวันนี้พวกเรามาเริ่มต้นใหม่ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเถอะนะ”

“หา?”

‘ที่ผ่านมาร้ายกาจใส่ข้าขนาดนั้น วันนี้กลับพูดออกมาหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่านางจะสติฟั่นเฟือนไปแล้วจริงๆ’

ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้านักเลงอ้าปากค้าง จ้องมองหลิวซือซือราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

อี้ซวนยอมรับว่า ในอดีตเขาเคยพึงใจนางอยู่ไม่น้อย ด้วยใบหน้าสวยหวานแต่แฝงความดุดันมีเสน่ห์ ทว่าเพราะปากอันร้ายกาจของนางจึงทำให้เขาแปรเปลี่ยนเป็นความชิงชัง

คนทั้งเมืองเฉิงตูต่างรู้ดีว่า นางมีน้องสาวต่างมารดาอย่างหลิวผิงเอ๋อ ที่งดงามและน่าถนอมไม่แพ้กัน อาจเพราะเหตุนี้หลิวซือซือจึงเกิดความริษยาและคอยรังแกน้องสาวอยู่เรื่อยมา บรรดาบุรุษในเมืองจึงพร้อมใจกันเกลียดชังนางไปตามๆ กัน

ทว่ามาวันนี้ นางกลับเอ่ยขอโทษและทำเหมือนเรื่องเลวร้ายในอดีตเป็นเพียงเรื่องลมปาก แล้วจะไม่ให้เขาประหลาดใจได้อย่างไรกัน

‘เมื่อครู่ข้าต้องหูฝาดไปแล้วแน่ๆ’

“เจ้าผีเข้าหรืออย่างไร”

“ใช่”

“หา!”

“เจ้าพูดคำว่า ‘หา’ มาสามรอบแล้วนะ ข้องใจอะไรในตัวข้านักหนากันหรือ แต่เอาเถอะ… ที่ผ่านมาไม่ว่าข้าจะร้ายกาจเพียงใด หากพวกเจ้าจะไม่ให้อภัย ข้าก็ไม่อาจบังคับแต่ได้โปรดอย่ามาขวางทางทำมาหากินของข้าเลยนะ”

“อะ เอ่อ...”

กลุ่มของอี้ซวนถึงกับชะงักค้าง พูดไม่ออกไปเสียดื้อๆ มีเพียงชายหนุ่มปริศนาเท่านั้นที่จ้องมองนางด้วยสายตาชื่นชม ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด

“แม่นาง วาจาของเจ้าช่างคมคายยิ่งนัก นักรบย่อมมีบาดแผล ทำการค้าย่อมมีศัตรู นี่เป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่เจ้าจัดการได้ดีเยี่ยมจริงๆ”

“เอ่อ จริงๆ แล้วข้าแค่...”

“กำไลพวกนี้ราคาเท่าใดหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่นางจะทันพูดจบ

“กำไลหรือ? อะ... อันละห้าร้อยอีแปะ”

“เช่นนั้นข้าเหมาหมด”

“เหมา? เจ้ามีเงินเยอะขนาดนั้นเลยหรือ กำไลหยกเขียวพวกนี้มีตั้งห้าอัน อันละห้าร้อยอีแปะ รวมๆ แล้วก็สองพันห้าร้อยอีแปะเลยนะ เจ้าจ่ายไหวแน่หรือ”

“นั่นน่ะสิ ดูอย่างเจ้าเนี่ยนะจะมี...”

อี้ซวนที่ยืนเงียบฟังอยู่นานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถากถาง เขาจ้องมองชายหนุ่มด้านข้างตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้การแต่งกายจะดูเรียบง่ายเหมือนชาวบ้านทั่วไป ทว่าเนื้อผ้ากลับสะอาดสะอ้าน รอยตัดเย็บเนียนกริบสีผ้าสดใสฉูดฉาดผิดหูผิดตา

‘ใช่ชาวบ้านธรรมดาแน่หรือวะเนี่ย’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel