บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 แหวนวงนี้มันเป็นของนาง

‘นี่เขาตบหน้าตัวเองแรงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย’

“นี่... อี้ซวน”

“อะไร”

“ข้าให้”

อี้ซวนที่ยืนกอดอก ทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างของบุรุษหมวกสานที่ค่อยๆ เลือนหายกลมกลืนไปกับฝูงชนเบื้องหน้า หันขวับกลับมาจ้องมองหญิงสาวข้างกายด้วยความงุนงง

“อะไรของเจ้าเนี่ย”

“ขี้ผึ้งสมานแผลแก้รอยฟกช้ำน่ะ ใช้ดีมากเลยนะ ข้าพกติดตัวไว้ตลอดเลย”

“เอ่อ... แต่ว่าข้า”

“รับไปเถอะ นี่ก็สายมากแล้ว ข้าต้องรีบกลับบ้านก่อน”

หลิวซือซือยัดตลับขี้ผึ้งรักษาแผลที่เรียกออกมาจากระบบวิเศษใส่มือของอี้ซวนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

อี้ซวนยืนตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก ไม่นึกไม่ฝันว่านางมารร้ายที่เคยรังเกียจเขานักหนาจะยอมจับมือถือแขนโดยไร้ท่าทีรังเกียจเช่นนี้ พอกระพริบตาตั้งสติได้ อีกฝ่ายก็เดินลับตาไปไกลเสียแล้ว

อันที่จริง อี้ซวนหัวหน้านักเลงประจำเมืองเฉิงตูผู้นี้เป็นที่หวาดกลัวและเกลียดชังของชาวบ้านไม่น้อย ทว่าในทุกๆ วัน เขามักจะออกไปหาเรื่องพวกคนเมาสุราหรือพวกชอบกดขี่คนอื่น เพื่อริบเอาเงินทองมาซื้ออาหารแจกจ่ายให้คนไร้บ้านข้างถนน

และวันนี้ ขณะที่กำลังปะทะคารมกับหลิวซือซือ เขาก็ได้แอบฉวยโอกาสล้วงเอาแหวนของนางมาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น

มันเป็นเพียงแหวนไม้เรียบๆ ไม่ได้ดูงดงามหรือมีราคาค่างวดอันใด แต่เหตุใดนางถึงได้พกติดตัวไว้แน่นหนาเช่นนั้นกัน

ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดกำยำน่าเกรงขาม ยื่นมือไปลูบคลำที่อกเสื้อเพื่อจะนำแหวนวงนั้นออกมาดูอีกครั้ง ทว่าสีหน้าของเขากลับต้องเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกเมื่อพบแต่ความว่างเปล่า

‘หายไปไหนแล้ว? หรือว่าข้าทำหล่นไว้แถวนี้งั้นหรือ’

เขาเดินค้นหาทั่วบริเวณแผงขายของ เดินวนไปวนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหล่าลูกน้องพากันมองตามด้วยความงุนงง

“ลูกพี่... หาอะไรอยู่หรือขอรับ”

“แหวน... แหวนไม้อย่างไรเล่า ช่วยกันหาเร็วเข้าสิ!”

“แหวนไม้? แหวนไม้อะไรกัน แล้วลูกพี่ไปเอามาจากไหนกันล่ะขอรับ”

“ก็ข้า...” อี้ซวนชะงักเกือบหลุดปาก

“หือ?” ลูกน้องเอียงคอสงสัย

“มันเรื่องของข้า! พวกเจ้าช่วยกันหาก็พอ ข้าว่ามันต้องหล่นอยู่แถวนี้แหละ”

พูดจบ อี้ซวนก็ก้มหน้าก้มตาค้นทุกซอกทุกมุม แม้แต่ก้อนหินกรวดเม็ดเล็กๆ ก็ยังพลิกขึ้นมาส่องหา

‘ลูกพี่เราท่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ’ เหล่าลูกสมุนของเขาต่างก็ลอบสบตากันด้วยความปลงตก

“ไม่มี เป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าหยิบมันติดมือมาจริงๆ นี่นา” อี้ซวนยกมือหนาหยาบกร้านขึ้นมามอง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสน

“ไม่มีหรอกขอรับลูกพี่ เอ้อ…ว่าแต่ลูกพี่ให้อภัยนังแม่มดนั่นแล้วจริงๆ หรือขอรับ”

“พูดมากน่า”

“แต่ว่า...”

“หุบปากแล้วกลับบ้านกันได้แล้ว!”

“จะกลับเลยหรือขอรับ พวกเรายังไม่ได้...”

“หรือพวกเจ้าจะอยู่ให้ทางการมาจับกินหัวในคุกกันฮะ!”

อี้ซวนตวาดเสียงดังลั่นก่อนจะจ้ำอ้าวเดินนำลิ่ว ทิ้งให้ลูกสมุนยืนกะพริบตาปริบๆ มองตามด้วยความมึนงงว่าทำไมวันนี้ลูกพี่ถึงแปลกไปนัก

ทว่า ณ หัวมุมตรอกมืดสลัวไม่ไกลจากตรงนั้น ร่างของใครคนหนึ่งก้าวพ้นเงามืดออกมา ในมือกำสิ่งของบางอย่างไว้แน่น

‘หึ...’

เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังลอดลำคอ นัยน์ตาคมกริบภายใต้เงาหมวกจ้องมองตามหลังกลุ่มของอี้ซวนไปอย่างเงียบเชียบ แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ปนเย็นยะเยือก

ในฝ่ามือเรียวหมุนควงวัตถุชิ้นหนึ่งเล่นอย่างคล่องแคล่ว มันคือแหวนไม้ที่เจ้านักเลงฉวยโอกาสแอบฉกมาจากหลิวซือซือช่วงที่กำลังชุลมุนนั่นเอง

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก มองตามหัวหน้านักเลงที่กำลังเดินฟึดฟัดหัวเสียออกจากตลาดไป

“ของที่ไม่ใช่ของตน คิดหรือว่าจะช่วงชิงไปได้ง่ายๆ”

“นายน้อยขอรับ พวกเราจะกลับกันเลยหรือไม่ ป่านนี้ฮูหยินคงรอท่านนานแล้ว” ชายหนุ่มในชุดคนรับใช้ขยับเข้ามาเอ่ยถามด้วยความเคารพ

“อืม”

ซือหยางเก็บแหวนไม้เข้าไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินจากไป ท่ามกลางความพลุกพล่านของผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในเช้าวันนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel