บทย่อ
หลิวซือซือสาวน้อยวัยสดใสที่อยู่ๆ ชะตาชีวิตก็พลิกผันข้ามมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูใหญ่ผู้ตกอับ นางต้องเร่งช่วยเหลือครอบครัวด้วยระบบวิเศษที่มีอยู่ในมือก่อนภัยพิบัติครั้งใหญ่จะหวนกลับคืนมาอีกครั้ง!
บทที่ 1 ทะลุมิติ
‘จิ๊บๆ จิ๊บๆ’
เสียงนกร้องขานรับกันข้างหน้าต่างห้องนอน ปลุกให้หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นทั้งที่ยังคงงัวเงีย วันนี้ครบกำหนดหนึ่งเดือนเต็มพอดี ที่ หลิวซือซือ หญิงสาวจากยุคศตวรรษที่ 21 ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสตรีที่มีชื่อแซ่เดียวกันในยุคโบราณแห่งนี้
แม้แรกเริ่มจะรู้สึกอึดอัดและท้อแท้มากมายเพียงใด ทว่าเมื่อได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสงบและบรรยากาศอันร่มรื่นของชนบทแห่งนี้ นานวันเข้า… ความรู้สึกอยากหวนคืนบ้านในยุคศิวิไลซ์นั้นกลับค่อยๆ จางหายไป
ตรงกันข้าม นางกลับหลงรักความสุขสงบ ณ ที่แห่งนี้เสียด้วยซ้ำ ทว่าจะติดก็เพียงไม่กี่เรื่องที่ยังคงสร้างความรำคาญใจให้นางอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน!
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแผดลั่นอันคุ้นเคยที่ตวาดเข้ามา
“หลิวซือซือ! เจ้าตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ สายจนตะวันจะตรงหัวอยู่แล้ว รีบลุกขึ้นไปทำอาหารมาให้ข้ากับผิงเอ๋อเร็วเข้า!”
เสียงของสตรีผู้เป็นมารดาเลี้ยงตะโกนเข้ามาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในสถานที่แปลกตาแห่งนี้ สตรีผู้นี้ก็ดูเหมือนจะชิงชังนางอยู่ไม่น้อย พยายามหาเรื่องกลั่นแกล้งไม่จบไม่สิ้น ทว่ามีหรือที่คนอย่างหลิวซือซือจะใส่ใจ นางยังคงนอนฟังเสียงแผดลั่นนั้นอย่างใจเย็น คิดเสียว่าเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาที่บินผ่านไปก็เท่านั้น
เมื่อเห็นว่าข้างในไร้เสียงตอบรับ คนหน้าประตูก็ไม่รอช้า ถีบผลักประตูห้องเก่าคร่ำคร่าออกอย่างแรงดัง ปัง! ปรากฏร่างของเย่หลันยืนจังก้า เท้าเอวถลึงตาใส่อยู่ตรงหน้าบานประตู
“นังเด็กคนนี้! กล้าเมินเฉยต่อข้าเชียวหรือ”
ไม่ทันที่สตรีเจ้าของเสียงน่ารำคาญผู้นั้นจะได้เข้าถึงตัว หลิวซือซือก็เบิกตาโพล่งลุกขึ้นยกเท้าถีบเข้ากลางท้องอีกฝ่ายไปเต็มแรง
“กรี๊ด! นี่เจ้ากล้าถีบข้าเชียวหรือ” แม่เลี้ยงล้มตึงลงไปกองกับพื้น มือจับท้องตัวเองด้วยความเจ็บปวด
“แล้วเจ้าพรวดพราดเข้ามาในห้องของข้าทำไม” หลิวซือซือปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทีสบายอารมณ์
“นังเด็กบ้า! กล้าทำกับข้าถึงเพียงนี้ คอยดูเถิดว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไรแล้วอย่าหวังว่าบิดาของเจ้าจะช่วยอะไรได้อีก”
“ก็ลองเข้ามาสิ ข้าไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น โดยเฉพาะกับเจ้า… ยายแก่หนังเหี่ยว!”
“กรี๊ด! กล้าว่าข้าหนังเหี่ยวหรือ เจ้าอยากตายนักใช่มั้ย”
เย่หลันยกฝ่ามือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนลูกเลี้ยงผู้ดื้อรั้นให้เข็ดหลาบ ทว่าต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อได้ยินเสียงบุรุษผู้หนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล
“ซือซือ... พ่อกลับมาแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินเสียงสามีซึ่งเป็นบิดาแท้ๆ ของหลิวซือซือ เย่หลันก็สะดุ้งสุดตัว รีบผงะถอยห่างจากร่างของบุตรสาวคนโตด้วยความร้อนรน
หลิวซือซือมองตามแล้วแสยะยิ้มมุมปากด้วยความขบขัน เยาะเย้ยท่าทีตื่นตระหนกของอีกฝ่าย
“สามีของท่านเรียกหาแล้ว รีบไปเสียสิ... อย่ามาวอแวในห้องข้าอีก ไม่เช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน”
แม้ในใจจะอยากแก้แค้นให้สาสมเพียงใด แต่ทุกครั้งนางก็มักจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กลับไปทุกที เย่หลันทำได้เพียงถลึงตาใส่ กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะหมุนตัวจ้ำอ้าวออกจากห้องนอนของหลิวซือซือไปอย่างรวดเร็ว
เหตุใดหลิวซือซือจึงไม่เคยนำเรื่องที่ทะเลาะกันไปฟ้องบิดาเลยสักครั้งน่ะหรือ นั่นก็เพราะว่าหลิวซือซือคนเก่าร้ายกาจไม่ได้ด้อยไปกว่าแม่เลี้ยงผู้นั้นเลยน่ะสิ
ก่อนที่นางจะทะลุมิติเข้ามาในร่างนี้ เจ้าของร่างคนเดิมก็คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งสองแม่ลูกนั่นอยู่แทบทุกวัน แม่เลี้ยงก็ร้าย ลูกเลี้ยงก็ไม่ยอมคน คนที่ต้องรับกรรมและลำบากใจที่สุดจึงหนีไม่พ้น หลิวหลงเยี่ยน บุรุษเพียงคนเดียวในบ้านสกุลหลิวแห่งนี้
ทุกครั้งที่ทั้งคู่ทะเลาะกัน หลิวซือซือคนเก่ามักจะใช้มารยาความอ่อนแอ บีบน้ำตาจนบิดาใจอ่อนและไม่กล้าลงโทษนาง ทว่าราวกับเวรกรรมมีจริง ร่างกายที่เดิมทีก็ป่วยออดๆ แอดๆ อยู่แล้ว จึงยิ่งทรุดหนักและอ่อนล้าลงเรื่อยๆ จนกระทั่งคืนที่นางสิ้นใจ ก็เป็นวันเดียวกับที่หลิวซือซือจากศตวรรษที่ 21 ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้นี่เอง
‘เฮ้อ… เวรกรรมอะไรของข้ากันนะ’

