บท
ตั้งค่า

ชีวิตที่ยากลำบาก

หลังจากให้สาวใช้ออกไป นางเลือกที่จะเดินออกมาสำรวจด้านนอก เรือนเก่าที่ทรุดโทรมแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตพอดู และยังตั้งอยู่ในแถบที่มีผู้คนพลุกพล่าน หากได้รับความดูแลที่ดีคงไม่ผุพังเช่นนี้

“เจ็บใจจริงๆหากชิงเงินที่โจรนั่นขโมยไปได้ ตอนนี้คงมีเงินติดตัวมาได้อยู่แล้ว เอ๊…หรือมาไม่ได้กัน แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ หากนำมาได้เงินตั้ง10000หยวนคิดเป็นค่าเงินของโลกก่อน ถ้ามาอยู่ที่นี่ข้าว่า ข้าต้องเป็นเศรษฐีได้สบายๆเลยหล่ะ” แค่คิดถึงก็หงุดหงิดไม่น้อย ด้วยนิสัยเดิมนางเป็นคนสู้จนสุดหนทาง เรื่องที่ตามเอาเงินคืนมาไม่ได้จึงคาใจพอสมควร

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ” แม่บ้านหลี่ที่ยืนมองนางอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเรียก

“ป้าแม่บ้าน เอ่อ ป้าหลี่” นางพยายามจะกลมกลืนให้ได้มากที่สุด เพราะตอนนี้หากนางทำสิ่งใดผิดไปผู้คนอาจสงสัย

“มีสิ่งใดหรือ เหตุใดจึงทำหน้าตาเช่นนั้น!!” ท่าทางอ่อนแรงแบบนี้ทำนางใจไม่ดีรีบขยับเข้าไปพยุง

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพียงแต่ว่า…เมื่อครู่ข้าไปต่อแถวรอรับอาหารแจก แต่โดนคนเร่รอนวัยหนุ่มสาวผลักข้าออกจากแถว ต้องเริ่มกลับไปเข้าแถวใหม่ แต่เมื่อถึงเวลาที่ควรจะได้รับ อาหารบริจาคดันหมด ตอนนี้ข้าจึงไม่มีอาหารติดตัวกลับมาให้คุณหนูเจ้าค่ะ” คำพูดและท่าทางที่เศร้าใจทำนางกัดปากแน่น …เหตุใดจึงมีชะตากรรมชีวิตที่น่าเศร้าเช่นนี้กัน…

“เรื่องนั้นป้าแม่บ้านได้โปรดปล่อยวาง บัดนี้ข้าชิงมู่ได้ตื่นจากการหลับไหลแล้ว ท่านไม่อดตายแล้วแน่นอน” นางบีบมือให้คำมั่น ใจพะวงว่าจะพาคนพวกนี้ผ่านพ้นความอดอยากได้อย่างไร ลำพังคุณหนูเช่นนางแน่นอนว่า บ่าวรับใช้ที่ซื่อสัตย์ย่อมสละให้นางกินก่อน แต่แล้วอย่างไรหล่ะ ในเมื่อเกิดเป็นคนเฉกเช่นเดียวกัน คนพวกนี้ต้องมาอดแทนนางงั้นหรือ

“เมื่อครู่ก่อนออกมา ข้ามองออกไปที่นอกหน้าต่าง พบว่าชายป่าตรงโน้นมีต้นมันดินอยู่ ป้าหลินช่วยไปเก็บให้ข้าสัก3-4หัวได้หรือไม่ หากหัวไม่ใหญ่ ท่านก็เก็บมาสักสองมืออุ้ม” นาทีนี้ต่อให้ตอนนี้มีเพียงรากไม้ก็คงต้องกิน

“เจ้าค่ะ” แววตาแห่งความหวังทำนางน้ำตาซึม ก่อนจะหันหรี่หันขวางหาเชื้อฟืนสำหรับก่อไฟ นางคิดว่าบ้านใหญ่ของสกุลชิงต้องไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดแน่นอน แม้แต่ถ้วยชาม สายตาหวานสำรวจตรวจตราก่อนมองขึ้นไปบนต้นไม้ที่อยู่หน้าบ้าน มันกำลังออกดอกออกผล

“ตุ๋นสาลี่ได้คงดีไม่น้อย” ตุ๋นสาลี่แม้ใช้เครื่องปรุงไม่มาก แต่นางแน่ใจว่านางไม่มีอะไรเลยที่จะปรุงให้คนทั้งบ้านกิน

“เจี๋ยนเจี้ยน เจ้าลองวิ่งไปดูในครัวที พอจะหาหม้อให้ข้าและมีดได้สักหน่อยหรือไม่” นางอยู่เฉยต่อไปไม่ไหว จะให้รอเพียงแม่นมและแม่บ้านไปหาอาหารแจกฟรีมาให้กิน มันไม่ไหวจริงๆ

ในใจก็คิดอีกทีว่า หรือจริงๆแล้ว การที่น้องสาวกับอาสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องนางไปวัด ก็เพื่อไปหาข้าวกิน ไม่ได้ไปภาวนาเพียงให้นางฟื้น

”เฮ้อออออ ขอให้พวกท่านเอาตัวกันให้รอดเถอะนะ เพราะหากสามคนนั่นอิ่ม ที่เหลือก็ไม่ต้องหิ้วท้องทนความหิวเอาไว้ทั้งคืน“ นึกถึงเรื่องที่สาวใช้ข้างกายพึ่งเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เดินทางมาจากเมืองหลวงเพราะโดนขับไล่ บ่าวบางคนสละตัวเองไปขายให้ใต้เท้าที่ยังแอบให้การช่วยเหลือสกุลชิง เพื่อนำเงินมามอบให้อาสะใภ้ของนาง เป็นค่าหมอมารักษานาง

และยังมีท่านผู้พิพากษากรมอาญาที่ช่วยเรื่องทรัพย์สินมาบางส่วน นางไม่โกรธคนพวกนั้นที่หันหลังให้บิดานาง นาทีนี้เป็นใครก็ต้องเอาตัวให้รอดจากการถูกอาญาแผ่นดิน

”บ่าวในจวนท่านโหวนี่ต้องมีไม่น้อยแน่ๆ แต่ว่าคนที่ขายตัวเองออกไป ก็น่านับถือไม่น้อย“ ตลอดการเดินทางที่สาวใช้นางเล่าให้ฟัง มันช่างหน้าหดหู่ไม่น้อย ด้วยจำนวนคนที่เดินทางมาเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะมีคนชราเช่นท่านย่าของนางมาด้วย การเดินทางจึงต้องช้าเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับนาง

การที่ขายตัวเองของทาสในจวนโหว ยิ่งการันตีว่า เงินทองที่ได้มาจากการขายทาสไม่เยอะขนาดที่แบ่งความช่วยเหลือได้เป็นกอบเป็นกำ

และทุกคนก็คงเสียใจไม่น้อยที่ชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แม้แต่เจ้าของร่างเดิม ที่คงช็อกจนหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด

“ต่อให้ต้องดิ้นรนจนหมดแรง ก็ต้องช่วยพวกท่านแทนนางให้ได้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel