บทย่อ
ตายเพราะวิ่งตามโจรที่ฉกเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต จู่ๆชิงมู่ก็ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวขุนนางที่ถูกยึดทรัพย์ ภายในบ้านเก่าๆมีเพียงสตรีและเด็ก นางจะใช้คลังวัตถุดิบที่มีพาทุกคนผ่านพ้นให้ได้!!
ชิงมู่หยวน
“เอาของฉันคืนมานะ ไอ้โจรบ้า!!” เพราะพึ่งเรียนจบ พร้อมข่าวร้ายที่พ่อพาแม่เลี้ยงเข้าบ้าน เธอจึงตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตคนเดียว เพราะทนคำพูดจาถากถางของแม่เลี้ยงไม่ไหว แต่ใครเลยจะรู้ ออกจากบ้านมายังไม่ถึง3วันดี กลับโดนโจรชั่ววิ่งราวเอากระเป๋าที่มีเงินอยู่น้อยนิดของเธอไป
“ช่วยด้วยยยย ไอ้โจรบ้า” มือบางจับรองเท้าผ้าใบที่เธอสวมขึ้นมาถือไว้ให้มั่น ก่อนเขวี้ยงมันออกไปให้ตรงเป้าหมาย ปัก!!
“ยังไม่หยุดวิ่งอีกไอ้บ้าหนิ่” เพราะยืนทำอาหารมาทั้งวัน อาชีพเชฟที่ได้ทำงานดีๆในภัตคารใหญ่กลางเมือง วันนี้กลับเจอบททดสอบชีวิตหนักหนา และเพราะเหนื่อยจนเกินไป ร่างกายหยุดชะงักฉับพลัน พรึบ
“ช่วยเร็วเข้า เป็นลมไปแล้วๆ” เสียงอื้ออึงเข้ามาแต่สมองอันน้อยนิดมีแต่เงินก้อนสุดท้ายในกระเป๋า
”ปั๊มหัวใจเร็ว ไม่ตอบสนองๆ“
“เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า” เสียงร้องโหวกเหวกทั้งที่เธอไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว
“หัวใจวายเฉียบพลันคับ หมอเสียใจด้วยคับ” ติ๊ดดดดดดดดด
”ท่านหมอตรวจดูคุณหนูหน่อยเถอะ เพราะวิ่งตามรถม้าของนายท่านแท้ๆ จู่นางก็หลับไปไม่ฟื้น“ ภาษาโบราณไม่คุ้นหูดังแทรกโสตประสาทเจ้ามาจนนางต้องรีบลุก พรึบ
”อ่าาาา ข้าหัวใจเกือบวาย“ หมอวัยกลางคนยกมือขึ้นกุมอกข้างซ้ายแน่น
”โธ่คุณหนู ใจข้าจะขาดอยู่แล้ว“ เธอไม่สนคำทักท้วง ไม่สนว่าท่านหมอที่รักษาตกใจจนกลิ้งลงไปอยู่ข้างล่างแล้วนอกจาก…
“กรี๊ดดดดดดดด” เหล่าสตรีในเรือนไม้ผุพังรีบวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ หมอเฉินและแม่นมจางถอยกรูออกไปตรงหน้าประตู พร้อมจับหัวใจที่เต้นรัวเอาไว้ด้วยความตระหนก
“ของจริงนี่นา มีชีวิตจริงๆด้วย หายใจได้ด้วย ได้กลิ่นด้วย” เสียงพึมพำที่คนอยู่ห่างหลายฉือได้ยินไม่ชัด นางค่อยๆหันไปมองใบหน้าที่ตกตะลึง
“หวะ หวัดดี ข้าชิงมู่หยวน” ทะลุมาอีกมิติแน่นอน ดูจากการแต่งกายและสภาพเรือนร่างของนาง
“หรือว่าต้องตามหมอผีกัน” หมอเฉินตกใจจนเกาะขอบประตูห้องเอ่ยถามเสียงกล้าๆกลัวๆ
“คุณหนูของข้าสับสนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่าน…อย่ากังวลไป” แม่นมจางรีบแก้ต่างตอนนี้สถานการณ์ในสกุลชิงไม่ปกตินัก หากมีข่าวเล็ดลอดออกไปว่าคุณหนูใหญ่ของบ้านถูกผีสิง ได้จบเห่กันอีกรอบแน่นอน!!
คนที่ทุบอกปุๆอยู่กลางเตียงที่ทั้งเก่าและโทรม พึ่งรู้ตัวว่าคิดผิดที่ส่งเสียงกรี๊ดออกมาเช่นนั้นตอนนี้ลำคอนางแห้งผากจนแทบเป็นผุผง และตอนนี้ต้องคิดหาทางเอาตัวรอดก่อนเพราะนางทำคนอื่นแตกตื่น
“เอ่อ คือ มีสิ่งใดต้องคุยกับข้าหรือไม่” คำโบราณที่พยายามเรียบเรียงผิดๆถูกๆพอที่สมองจะประมวลได้ถูกนางถามแผ่วเบา แม่นมจางที่เห็นว่าสถานการเริ่มปกติรีบเขามานั่งเกาะที่ขอบเตียง
“คุณหนูใหญ่ ท่าน…วิ่งตามรถม้าของนายท่านไปจนถึงชายแดนแคว้นทางเหนือ จู่ๆก็ล้มพับไป จวนใหญ่ของเราถูกริบคืน นายท่านสั่งให้ข้าพาคุณหนูทุกคนมาพักที่เรือนเก่าเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เหลืออยู่เจ้าค่ะ” นางพยักหน้าพร้อมกวาดตามอง มันก็เก่าจริงๆดั่งแม่นมคนนี้พูด ผุพังจนแทบจะล่มสลายอยู่ร่อมร่อ
“ที่นี่มีใครอยู่บ้าง“ แม่นมผู้ซื่อสัตย์จับขาของเจ้านายเอาไว้ ก่อนก้มหน้าลงพร้อมปล่อยหยาดน้ำตาออกมา
“คุณหนูบัดนี้กรมอาญามีคำสั่งให้เกณฑ์บุรุษในจวนไปช่วยงานที่โรงเลี้ยงม้า เหลือไว้เพียงสตรี” แม้พึ่งตื่นมาและมึนงงไม่น้อย แต่นางจะทำอะไรได้ ทำได้เพียงนอนนิ่งๆฟังสิ่งที่คนตรงหน้ารายงาน
“ฮูหยินใหญ่หนีไปพร้อมท่านเสนาบดีหลังหย่าขาดจากท่านโหว ในจวนนี้แม้ไม่ถูกทางการยึดแต่ก็ยากนักที่จะผ่านพ้นความอดอยาก” นางกลืนน้ำลายลงคอ แน่นอนว่าการมาอยู่ในร่างนี้เป็นเรื่องที่นางตั้งใจ แต่ใครจะคิดว่านี่มันคือยุคโบราณ!!
“เจ้า…ค่อยคุยเถอะ ข้าขอน้ำกินสักอึกได้หรือไม่”

