บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 รางวัลและริษยา

การเลื่อนขั้นจาก 'เจี๋ยอวี๋' สนมชั้นต่ำที่ถูกลืม สู่ตำแหน่ง 'หรงหัว' (สนมเอกขั้น 4) ภายในชั่วข้ามคืน สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวังหลัง ยิ่งฮ่องเต้เซียวอวี้เชนทรงมีราชโองการให้ย้ายนางออกจากตำหนักเหมันต์นิรันดร์ ไปประทับที่ 'ตำหนักทิพยมาศ' ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเขตพระราชฐานชั้นใน ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า "บุปผาที่เคยแห้งเหี่ยว" บัดนี้ได้กลับมาผลิบานอย่างรุ่งโรจน์เกินหน้าเกินตาใครต่อใคร

ขบวนย้ายตำหนักของหลินซีไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่นางกำนัลและขันทีที่เคยเดินก้มหน้าเลี่ยงนาง กลับเปลี่ยนท่าทีเป็นหมอบกราบอย่างพินอบพิเทา หลินซีในชุดไหมสีกลีบบัว นั่งบนเกี้ยวด้วยท่วงท่าสง่างาม สายตาเรียบเฉย แต่มองสำรวจรอบกายอย่างระแวดระวัง

"นี่แหละคือวังหลัง... ที่ที่อากาศหายใจต้องแลกมาด้วยอำนาจ" นางรำพึงในใจ

ตำหนักทิพยมาศ: กรงทองใบใหม่

เมื่อก้าวเข้าสู่ตำหนักทิพยมาศ หลินซีพบว่าฮ่องเต้ทรงใส่พระทัยกว่าที่คิด เครื่องเรือนไม้จันทน์ เครื่องประดับมุก และภาพวาดทิวทัศน์ที่นางเคยกล่าวชมในคืนนั้น ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต

"พระสนมเพคะ ดูสิเพคะ! เครื่องนอนเหล่านี้ทำจากไหมฟ้าเลิศภพเชียวนะเพคะ ฝ่าบาททรงโปรดปรานพระสนมมากจริงๆ" ชิงเอ๋อร์อุทานอย่างตื่นเต้น ขณะจัดแจงสัมภาระที่แทบไม่มีอะไรเลยของนายสาว

"อย่าเพิ่งดีใจไป ชิงเอ๋อร์" หลินซีเตือนเสียงเรียบ "ของขวัญยิ่งล้ำค่า ศัตรูยิ่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยามนี้เราเหมือนเดินอยู่บนยอดดาบ ก้าวผิดเพียงก้าวเดียวอาจหมายถึงชีวิต"

ยังไม่ทันขาดคำ ขันทีรับใช้หน้าตำหนักก็ร้องประกาศเสียงหลง:

"ฉินกุ้ยเฟยเสด็จ! สนมเสียนเฟยเสด็จ! สนมเต๋อเฟยเสด็จ!"

หลินซีชะงักไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่านี่คือ 'พิธีรับน้อง' ตามพล็อตนิยายที่นางเขียนไว้เป๊ะๆ สนมระดับสูงจะมาเยือนเพื่อกดข่มขวัญและสำรวจดูว่าศัตรูหน้าใหม่มีดีเพียงใด

สงครามฝีปากกลางตำหนัก

สตรีสูงศักดิ์สามนางเดินก้าวเข้ามาในห้องโถง นำโดยฉินกุ้ยเฟยที่สวมชุดสีแดงสดดูเคร่งขรึมและทรงพลัง ตามมาด้วยเสียนเฟยผู้ดูอ่อนโยนแต่แววตาซ่อนคม และเต๋อเฟยที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้าย

"ถวายพระพรพี่หญิงกุ้ยเฟย พี่หญิงเสียนเฟย และพี่หญิงเต๋อเฟยเพคะ" หลินซีย่อกายลงอย่างนอบน้อม ไม่ได้มีท่าทีโอหังจากความโปรดปรานที่ได้รับ

"ลุกขึ้นเถิดหลินหรงหัว" ฉินกุ้ยเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาที่จ้องมองหลินซีแทบจะเผานางให้เป็นจล "ตำหนักนี้กว้างขวางนัก เจ้าอยู่เพียงสองคนกับนางกำนัลตัวเล็กๆ ไม่เหงาบ้างหรือ?"

"ขอบพระคุณพี่หญิงที่เป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันเคยชินกับความเงียบเหงาในตำหนักเย็นมาแล้ว ที่นี่จึงถือว่าครึกครื้นมากสำหรับหม่อมฉัน" หลินซีตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

"เจ้าช่างปากคอเราะร้ายนัก!" เต๋อเฟยสะบัดพัดในมือ "ได้ยินว่าเจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมร่ายรำกลางสายฝนเพื่อล่อลวงฝ่าบาท สตรีตระกูลหลินนี่ช่างไร้ยางอายจริงๆ"

"เต๋อเฟยพูดแรงไปแล้ว" เสียนเฟยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มเคลือบยาพิษ "หลินหรงหัวคงเพียงแต่อยากแสดงความจงรักภักดี... แต่ว่านะ งานรื่นเริงอย่าง 'เทศกาลล่าสัตว์' ที่กำลังจะมาถึงนี้ เจ้าคงต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะฝ่าบาททรงโปรดสตรีที่มีความสามารถ ไม่ใช่แค่คนที่ยืนตากฝนเป็นอย่างเดียว"

หลินซีรู้ทันทีว่านี่คือคำท้าทาย ในนิยายเดิม หลินเจี๋ยอวี๋ถูกกลั่นแกล้งในงานล่าสัตว์จนตกม้าและกลายเป็นคนพิการ แต่นางในยามนี้ไม่ใช่หลินเจี๋ยอวี๋คนเดิม

"หม่อมฉันจะจำคำสอนของพี่หญิงทุกท่านไว้เพคะ" หลินซีเงยหน้าขึ้นสบตาฉินกุ้ยเฟยอย่างไม่ลดละ "แต่สำหรับหม่อมฉัน... การทำให้ฝ่าบาททรงสำราญพระราชหฤทัยคือหน้าที่สำคัญที่สุด หากเรื่องร่ายรำกลางฝนทำให้พระองค์ทรงยิ้มได้ หม่อมฉันก็ยินดีจะทำอีกหมื่นครั้งเพคะ"

ฉินกุ้ยเฟยกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ นางรู้สึกได้ว่าหลินซีเปลี่ยนไป นางสนมที่เคยตัวสั่นงันงกคนนั้นหายไปไหน? คนตรงหน้านี้ราวกับเป็นปีศาจที่รู้ทันความคิดนางไปเสียทุกอย่าง

รางวัลที่แฝงไปด้วยคมดาบ

หลังจากเหล่าสนมเอกเสด็จกลับไป ขันทีจากพระตำหนักใหญ่ก็นำถาดรางวัลมามอบให้หลินซีอีกระลอก

"ฝ่าบาทประทาน 'ปิ่นหยกหงส์เหิน' และผ้าไหมซูโจวสิบพับให้หลินหรงหัวพ่ะย่ะค่ะ!"

หลินซีมองปิ่นหยกหงส์เหินที่สลักเสลาอย่างวิจิตร นางรู้ดีว่าปิ่นนี้คือ 'เผือกร้อน' เพราะตามกฎมณเฑียรบาล ลายหงส์เป็นสัญลักษณ์ของฮองเฮา หรือสนมเอกระดับสูงเท่านั้น การที่ฮ่องเต้ประทานปิ่นนี้ให้สนมขั้น 4 อย่างนาง คือการยืมมือสนมทั้งวังมาฆ่านางชัดๆ!

"เซียวอวี้เชน... ท่านนี่ร้ายกาจนัก" หลินซีพึมพำกับตัวเอง "ท่านอยากลองใจข้า หรืออยากให้ข้าเป็นเป้านิ่งเพื่อให้ท่านจัดการเรื่องอื่นได้ง่ายขึ้นกันแน่?"

ในฐานะนักเขียน นางรู้ว่าฮ่องเต้เซียวอวี้เชนกำลังใช้แผน 'เสือกินเหยื่อ' เขาต้องการกำจัดอำนาจของตระกูลฉินที่เริ่มล้นวัง จึงแกล้งประโคมความรักให้ศัตรูของฉินกุ้ยเฟย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันเอง

"ชิงเอ๋อร์ เก็บปิ่นนี้ไว้ในกล่องที่ลึกที่สุด อย่าได้นำออกมาใส่เด็ดขาด"

"ทำไมล่ะเพคะ? ของล้ำค่าขนาดนี้..."

"เพราะมันคือ 'กับดัก' อย่างไรเล่า" หลินซีเดินไปที่หน้าต่าง มองไปทางทิศเหนือที่ตั้งของตำหนักทรงพระอักษร "หากข้าใส่ปิ่นนี้ พรุ่งนี้ข้าอาจจะถูกกล่าวหาว่าตีตนเสมอฮองเฮา... ข้าต้องเริ่มเดินหมากตัวต่อไปแล้ว"

จดหมายจากบ้านตระกูลหลิน

กลางดึกคืนนั้น มีคนลอบส่งจดหมายฉบับหนึ่งเข้ามาในตำหนักทิพยมาศ มันคือจดหมายจากพี่ชายของนาง 'หลินมู่เฟิง' เนื้อความข้างในระบุว่า ยามนี้ใต้เท้าหลินพ่อของนางกำลังถูกตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อเครื่องหอมในงานพิธีหลวง ซึ่งเป็นแผนการป้ายสีของอัครเสนาบดีฉิน

หลินซีกำจดหมายในมือจนยับย่น ความเจ็บปวดที่บาดลึกในใจไม่ใช่ของนาง แต่มันคือความรู้สึกตกค้างจากเจ้าของร่างเดิมที่รักครอบครัวสุดหัวใจ

"ท่านพ่อ... พี่ใหญ่... ข้าจะไม่ยอมให้พวกท่านต้องรับโทษที่ไม่ได้ก่อ"

นางหยิบพู่กันขึ้นมา เขียนข้อความสั้นๆ ลงบนกระดาษแผ่นเล็ก:

'อดทนไว้ อย่ารับสารภาพ ข้าจะจัดการที่ต้นเหตุเอง'

หลินซีรู้ว่าเวลาของนางเหลือน้อยลงทุกที นางต้องข้ามขั้นจากความโปรดปราน ไปสู่ความ 'จำเป็น' ของฮ่องเต้ให้ได้ นางต้องทำให้เขารู้สึกว่าขาดนางไม่ได้ ไม่ใช่แค่ในฐานะสตรีบนเตียง แต่ในฐานะ 'กุนซือข้างกาย'

"ฉินกุ้ยเฟย... ท่านอยากเห็นข้าตกระกำลำบากในงานล่าสัตว์ใช่ไหม? ได้... ข้าจะจัดบทเรียนที่ท่านจะจำไปจนตายให้เอง"

หลินซียิ้มเย็น แววตาของนางฉายแววเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับนักเขียนที่ชอบหักมุมนิยายของตัวเองในนาทีสุดท้าย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel