บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 คืนถวายตัว

ค่ำคืนนั้น บรรยากาศในวังหลังเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น แสงโคมไฟสลัวจากตำหนักต่างๆ สะท้อนกับพื้นหินที่ยังเปียกชื้นจากหยาดฝนในตอนกลางวัน หลินซีกลับมาที่ตำหนักเหมันต์นิรันดร์ด้วยร่างกายที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความหนาว แต่ดวงตาของนางกลับโชติช่วงด้วยไฟแห่งความหวัง

"พระสนม! ฝ่าบาทประทานเสื้อคลุมตัวนี้ให้ท่านจริงๆ หรือเพคะ!" ชิงเอ๋อร์อุทานอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ขณะช่วยประคองหลินซีเข้ามาด้านใน

"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ชิงเอ๋อร์" หลินซีกล่าวพลางปลดเสื้อคลุมขนสัตว์เนื้อละเอียดออก "รีบเตรียมน้ำอุ่นให้ข้า ข้าต้องล้างตัวจากคราบน้ำฝน และต้องเตรียม 'ต้อนรับ' แขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญที่สุดในชีวิต"

หลินซีรู้ดีว่าตามพล็อตนิยายเดิมที่เธอเขียนไว้ ฮ่องเต้เซียวอวี้เชนไม่เคยโปรดปรานสนมคนใดซ้ำสองในระยะเวลาอันสั้น ยกเว้นแต่จะมี "ความประทับใจ" ที่ฝังลึก ครั้งนี้นางไม่ได้แค่ต้องการให้เขามาหา แต่ต้องการให้เขารู้สึกว่าการอยู่กับนางคือการได้หลบพักจากพายุทางการเมือง

กับดักที่ซ่อนในความหอม

ในขณะที่หลินซีกำลังเตรียมตัว ที่ตำหนักจันทราฉายของฉินกุ้ยเฟยกลับเต็มไปด้วยไอสังหาร

"นางแพศยานั่นมันใช้มารยาเรียกฝ่าบาทไปหาถึงที่" ฉินกุ้ยเฟยเค้นเสียงรอดไรฟัน "ในเมื่อมันอยากจะถวายตัวนัก ข้าก็จะให้มันเป็นคืนที่มันจะไม่มีวันลืม... ตลอดกาล"

นางกำนัลคนสนิทเดินเข้ามากระซิบ "เตรียม 'ธูปราคะสลายวิญญาณ' เรียบร้อยแล้วเพคะพระสนม เพียงแค่จุดไว้ในมุมมืดของตำหนักเย็น เมื่อกลิ่นธูปผสมกับกลิ่นกายของสตรี มันจะกระตุ้นอารมณ์ใคร่จนควบคุมไม่ได้ แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป... หัวใจจะล้มเหลวทันทีหลังเสร็จกิจ"

"ดีมาก" ฉินกุ้ยเฟยยิ้มเหี้ยม "ให้คนของเราจัดการให้เงียบที่สุด หากฮ่องเต้ทรงพระประชวรหรือสิ้นพระชนม์ในตำหนักของมัน ตระกูลหลินก็อย่าหวังว่าจะเหลือซากไว้ให้ฝัง!"

แผนการรับมือของนักเขียน

หลินซีที่กำลังแช่น้ำอุ่นอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง นางนึกถึงนิยายตอนที่ 8 ที่นางเคยเขียนไว้ว่าฉินกุ้ยเฟยมักจะใช้เครื่องหอมในการกำจัดศัตรู

"ชิงเอ๋อร์!" หลินซีเรียกเสียงดัง "เจ้าไปเอาหัวหอมใหญ่กับขิงแก่ในครัวมา แล้วต้มน้ำให้เดือดจัด"

"พระสนมจะทำน้ำแกงหรือเพคะ?"

"ไม่ใช่ ข้าจะเอามา 'ล้างอากาศ' ในห้องนอน" หลินซีรู้ว่า 'ธูปราคะสลายวิญญาณ' มีส่วนประกอบของดอกราตรีป่า ซึ่งจะสลายฤทธิ์ได้ด้วยกลิ่นฉุนของสมุนไพรร้อน "นอกจากนี้ ให้เจ้าแอบไปสับเปลี่ยนกำยานในกระถางของข้า ใช้เพียงไม้จันทน์หอมแท้ๆ เท่านั้น ห้ามมีสิ่งเจือปน"

หลินซีจัดการวางแผนรับมืออย่างรัดกุม นางรู้ว่าถ้าหากฮ่องเต้เกิดเป็นอะไรไปในที่ของนาง นางจะเป็นคนแรกที่หัวขาด แต่นางจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น

คืนที่มังกรเยือนรังนกกระจอก

เวลาล่วงเข้าสู่ยามไฮ่ (21.00 - 22.59 น.) เสียงขบวนเสด็จที่แผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นหน้าตำหนักเย็น เซียวอวี้เชนก้าวลงจากเกี้ยวด้วยท่าทางเรียบง่าย เขาไม่ได้ใส่ชุดมังกรเต็มยศ แต่สวมเพียงฉลองพระองค์ผ้าไหมสีครามเข้ม

"ถวายพระพรฝ่าบาท" หลินซีย่อกายลงอย่างอ่อนช้อย

เขามองสตรีเบื้องหน้าอีกครั้ง คืนนี้นางสวมชุดผ้าไหมบางเบาสีขาวนวล ผมยาวสลวยไม่ได้เกล้าขึ้นแต่รวบไว้หลวมๆ ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ใบหน้าของนางไร้เครื่องประทินผิวหนาเตอะ มีเพียงกลิ่นหอมสะอาดของขิงและไม้จันทน์ที่จางๆ

"ข้าบอกแล้วว่าจะมาตรวจการบ้านเจ้า" ฮ่องเต้ตรัสพลางก้าวเข้าไปในห้องโถงเล็กๆ ของตำหนัก

ห้องนั้นถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบง่าย มีเพียงโต๊ะเตี้ย กู่เจิง และน้ำชาที่ส่งควันกรุ่น หลินซีรินชาให้เขาอย่างชดช้อย

"ทูลฝ่าบาท เรื่องต้นน้ำที่หม่อมฉันกล่าวถึง คือการจัดการกับขุนนางท้องถิ่นที่ถือครองที่ดินขวางทางระบายน้ำเพคะ" หลินซีเริ่มบทสนทนาที่แตกต่างจากสนมคนอื่น "หากเราไม่ทลายอำนาจท้องถิ่น ต่อให้ฝ่าบาทพระราชทานเงินลงไปเท่าไหร่ มันก็จะไม่ถึงมือราษฎร แต่จะไปอยู่ในกระเป๋าของขุนนางเหล่านั้น"

เซียวอวี้เชนจิบชา แววตาของเขาฉายความประหลาดใจ "เจ้าพูดจาคล้ายกับพ่อของเจ้า ใต้เท้าหลินเป็นคนซื่อตรงเกินไปจนมักจะถูกผู้อื่นกลั่นแกล้ง เจ้าเองก็นิสัยไม่ต่างกัน"

"ความซื่อตรงอาจจะนำภัยมาสู่ตัว แต่ถ้าความซื่อตรงนั้นเพื่อฝ่าบาท หม่อมฉันก็ยินดีเพคะ" หลินซีเงยหน้าสบตาเขา แววตาของนางสื่อความหมายลึกซึ้ง

ในขณะนั้นเอง หลินซีได้กลิ่นจางๆ ของดอกราตรีป่าลอยมาจากทิศทางหน้าต่าง นางรู้ทันทีว่าคนของกุ้ยเฟยลงมือแล้ว! นางรีบแสร้งทำเป็นไอเบาๆ แล้วเดินไปปิดหน้าต่าง

"ลมแรงนัก หม่อมฉันขออนุญาตปิดนะเพคะ"

นางหันกลับมาหาฮ่องเต้ ซึ่งตอนนี้เริ่มมีสีพระพักตร์ที่แดงระเรื่อและลมหายใจที่เริ่มหอบถี่ขึ้นเล็กน้อยจากฤทธิ์ธูปที่เล็ดลอดเข้ามา

"หลินเจี๋ยอวี๋... เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าเป็นสตรีที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ" เซียวอวี้เชนลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าเข้ามาหานาง เขาคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัว "เจ้าทำให้ข้าลืมความเหนื่อยล้า... แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าก็ทำให้ข้าเกิดความกระหายที่ควบคุมไม่ได้"

หลินซีใจเต้นแรง นางรู้ว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ นางค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสแผงอกของเขา "ฝ่าบาท... หม่อมฉันเป็นเพียงสนมตัวเล็กๆ ที่ถูกลืม หากคืนนี้ผ่านไป ทรงจะยังจำหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ?"

"ข้าจะจำเจ้า... ในฐานะสตรีที่กล้าสั่งสอนฮ่องเต้ และในฐานะสตรีที่ข้าอยากจะครอบครองที่สุดในเวลานี้"

เขาโน้มกิ่งลงประทับริมฝีปากกับนางอย่างเร่าร้อน หลินซีใช้โอกาสนี้ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเขา นางแอบเอากระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ชุบน้ำสมุนไพรแก้ฤทธิ์ธูปราคะที่นางเตรียมไว้ แตะที่จมูกของเขาเบาๆ อย่างเนียนๆ ราวกับเป็นการหยอกล้อ

เมื่อลมหายใจของเขากลับมาเป็นปกติจากการได้กลิ่นสมุนไพรแก้พิษ ความปรารถนาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ความหิวกระหายจากยาปลุกกำหนัด แต่เป็นความต้องการที่มาจากเบื้องลึกของหัวใจจริงๆ

พลิกชะตาบนเตียงมังกร

ภายในห้องบรรทมที่เรียบง่าย แสงเทียนวูบไหวตามแรงลมที่ลอดเข้ามาตามรอยแตกของฝาผนังไม้ บรรยากาศไม่ได้โอ่อ่าเหมือนตำหนักใหญ่ แต่มันกลับอบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด

เซียวอวี้เชนบรรจงวางร่างของหลินซีลงบนเตียงไม้หลังเก่า เขาจ้องมองใบหน้าของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและความสงสัย "เจ้ามีความลับอะไรซ่อนอยู่อีกกันแน่? เหตุใดเจ้าถึงรู้ใจข้าไปเสียทุกเรื่อง"

หลินซียิ้มละไม มือเรียวสวยลูบไล้ไปที่ใบหน้าของเขา "หม่อมฉันไม่มีความลับหรอกเพคะ มีเพียง 'ความภักดี' ที่ล้นปรี่ และความปรารถนาที่จะเห็นฝ่าบาททรงเป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"

"เจ้าพูดเหมือนเจ้าเห็นอนาคต..."

"หม่อมฉันไม่ได้เห็นอนาคตเพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ 'เขียน' มันขึ้นมาในใจ" หลินซีกระซิบข้างหูเขา "และในอนาคตของหม่อมฉัน... จะต้องมีพระองค์อยู่เคียงข้างเสมอ"

บทเพลงรักบทใหม่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของตำหนักเย็น มันไม่ใช่การร่วมอภิรมย์เพื่อหน้าที่ แต่มันคือการผูกมัดทางใจที่หลินซีจงใจสร้างขึ้น ทุกสัมผัส ทุกคำกระซิบ นางใช้ความรู้จากการเขียนนิยายรักแนวบีบคั้นอารมณ์มาปรับใช้จนฮ่องเต้ผู้เย็นชาถึงกับหลงระเริงอยู่ในมนต์เสน่ห์ของนางอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน

รุ่งสางแห่งการเปลี่ยนแปลง

เมื่อแสงตะวันเริ่มจับขอบฟ้า เซียวอวี้เชนตื่นขึ้นมาพบกับหลินซีที่ยังคงหลับไหลอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าของนางยามหลับดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอม เขาจูบที่หน้าผากนางเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า

"หลี่กงกง!" ฮ่องเต้เรียกหัวหน้าขันทีที่รออยู่หน้าประตู

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"

"ถ่ายทอดคำสั่งของข้า... หลินเจี๋ยอวี๋มีความดีความชอบในการถวายคำปรึกษาเรื่องการปกครอง และปรนนิบัติได้ถูกใจข้า ให้เลื่อนขั้นเป็น 'หลินหรงหัว' (สนมขั้น 4) และให้ย้ายออกจากตำหนักเหมันต์นิรันดร์ ไปประทับที่ 'ตำหนักทิพยมาศ' ทันที!"

หลินซีที่แสร้งทำเป็นหลับอยู่ลอบยิ้มใต้ผ้าห่ม การเลื่อนตำแหน่งข้ามขั้นแบบนี้คือการประกาศสงครามกับฉินกุ้ยเฟยอย่างเป็นทางการ!

แต่ความสำเร็จย่อมมาพร้อมกับภัยมหันต์ เพราะในขณะเดียวกันนั้นเอง ข่าวเรื่องความล้มเหลวของ 'ธูปราคะสลายวิญญาณ' ก็ไปถึงหูของฉินกุ้ยเฟย นางโกรธจนแทบจะกระอักเลือด และแผนการต่อไปของนางจะไม่ใช่แค่การวางยา... แต่เป็นการกำจัดตระกูลหลินให้สิ้นซากเพื่อตัดรากถอนโคน!

หลินซีลืมตาขึ้นเมื่อฮ่องเต้เสด็จจากไป นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้น

"ฉินกุ้ยเฟย... เกมกระดานนี้ ข้าเพิ่งเริ่มเดินหมากตัวที่สอง เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย!"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel