บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 วสันต์กลางอุทยาน

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั่วทั้งวังหลังต่างสั่นสะเทือนด้วยข่าวลือที่ว่าฮ่องเต้เซียวอวี้เชนประทับอยู่ที่ตำหนักเย็นเกือบทั้งคืน บรรดาสนมต่างพากันนั่งไม่ติดที่ โดยเฉพาะที่ตำหนักจันทราฉาย เสียงเพล้งของแจกันกะไหล่ทองที่ถูกเขวี้ยงลงพื้นบ่งบอกถึงโทสะของฉินกุ้ยเฟยได้เป็นอย่างดี

"นังแพศยาหลินเจี๋ยอวี๋! ข้าปล่อยมันไว้เพียงไม่กี่วัน มันกลับกล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมเย้ายวนฝ่าบาทถึงในรังหนู!" ฉินกุ้ยเฟยกัดฟันกรอด "ข้าอุตส่าห์เมตตาไม่สั่งฆ่ามันที่ลานประหาร แต่มันกลับไม่รักดี!"

"พระสนมเพคะ... หรือว่าเราควรจะ..." นางกำนัลคนสนิททำท่าเชือดคอ

"ไม่ได้! ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังสนใจมัน หากมันหายไปตอนนี้ ข้าจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก" ฉินกุ้ยเฟยสูดหายใจลึก "ข้าจะดูสิว่า ความโปรดปรานเพียงชั่วข้ามคืนจะสู้รากฐานอำนาจของตระกูลฉินได้หรือไม่!"

แผนการในอุทยานหลวง

หลินซีรู้ดีว่าการที่ฮ่องเต้มาหานางที่ตำหนักเย็นเพียงครั้งเดียวนั้นยังไม่พอ ในวังหลัง "ความโปรดปราน" คือสายลมที่พัดมาแล้วก็ไป นางต้องทำให้เขารู้สึกว่านางคือ "ความสดชื่น" หนึ่งเดียวในท่ามกลางความเครียดขรึมของราชสำนัก

เย็นวันนั้น ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ลมพัดแรงคล้ายฝนจะตก หลินซีรู้จากพล็อตนิยายว่าวันนี้ฮ่องเต้จะเสด็จกลับจากตำหนักทรงพระอักษรผ่านทางอุทยานหลวงเพื่อไปเยี่ยมอาการป่วยของไทเฮา

"ชิงเอ๋อร์ เตรียมชุดสีเขียวอ่อนราวกับใบหลิวผลิใบให้ข้า ไม่ต้องผัดหน้าเข้ม ข้าต้องการความงดงามที่เป็นธรรมชาติที่สุด"

"พระสนมจะไปที่ใดเพคะ? ฝนกำลังจะตกแล้วนะเพคะ"

"ข้าจะไป 'ดักรอ' วสันตฤดูอย่างไรเล่า" หลินซียิ้มอย่างมีเลศนัย

หลินซีไปยืนรออยู่ที่ศาลาหกเหลี่ยมกลางอุทยานหลวง เมื่อเม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมา นางไม่ได้เข้าไปหลบในศาลา แต่นางกลับก้าวออกไปยืนอยู่ใต้ต้นหลิวที่กิ่งก้านลู่ลงมาตามแรงลม นางเริ่มขยับกายร่ายรำอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มหนาตา

มันไม่ใช่การร่ายรำที่อ่อนช้อยยั่วยวนแบบนางระบำในกองสังคีต แต่มันคือการเคลื่อนไหวที่ดูอิสระเสรี ราวกับนางคือภูตพรายที่ถือกำเนิดจากสายฝน หลินซีฮัมเพลงพื้นบ้านจังหวะสนุกสนานที่เคยเขียนไว้ว่าเป็นเพลงที่ชาวนาใช้ร้องเวลาฝนตกเพื่อเฉลิมฉลองผลผลิต

วสันตฤดูที่ผลิบานในใจมังกร

ขบวนเสด็จของเซียวอวี้เชนชะงักลงอีกครั้งเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ท่ามกลางฝนสีเทาที่มืดครึ้ม สตรีในชุดสีเขียวอ่อนกำลังหมุนกายไปมา หยาดน้ำฝนเกาะตามใบหน้าและอาภรณ์จนดูเหมือนนางทำมาจากแก้วใส

"นั่นใคร?" เซียวอวี้เชนถาม แววตาของเขาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับมีความฉงนและมีความเอ็นดูพาดผ่าน

"ทูลฝ่าบาท... นั่นคือหลินเจี๋ยอวี๋พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีข้างกายตอบ

ฮ่องเต้เดินกางร่มเข้าไปหาหลินซีที่แสร้งทำเป็นไม่เห็นเขาจนกระทั่งเงาของร่มคลุมเหนือศีรษะนาง หลินซีชะงักการร่ายรำ นางเงยหน้าที่เปียกปอนขึ้นสบตากับเขา ดวงตาของนางเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว

"ฝ่าบาท... หม่อมฉันเสียมารยาทแล้ว" นางทำท่าจะคุกเข่าลงบนพื้นดินที่แฉะชื้น

แต่เซียวอวี้เชนกลับคว้าต้นแขนของนางไว้ "เจ้าทำอะไรของเจ้า? ฝนตกหนักขนาดนี้ เหตุใดไม่ไปหลบในศาลา หากเปียกโชนจนไข้จับจะทำอย่างไร"

"ทูลฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงแต่คิดว่า ฝนนี้คือของขวัญจากสวรรค์ที่ช่วยดับความร้อนรุ่มของแผ่นดิน หม่อมฉันจึงอยากจะร่วมยินดีกับชาวบ้านทางใต้ที่กำลังจะได้เริ่มเพาะปลูกใหม่เพคะ" หลินซีตอบพลางยิ้มกว้าง ยิ้มที่ดูจริงใจที่สุดเท่าที่เซียวอวี้เชนเคยเห็นมาในวังแห่งนี้

"เจ้ายินดีแทนพวกเขา ทั้งที่ตัวเองถูกส่งมาอยู่ตำหนักเย็นงั้นหรือ?"

"ตำหนักเย็นหรือตำหนักทอง หากใจเราสงบ มันก็ไม่ต่างกันเพคะ" หลินซีขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นดินที่เปียกฝนผสมกับกลิ่นหอมสะอาดของนางทำเอาฮ่องเต้หัวใจเต้นผิดจังหวะ "อีกอย่าง... การที่หม่อมฉันได้เห็นฝ่าบาททรงมีสีพระพักตร์ที่ผ่อนคลายขึ้นเพียงนิด หม่อมฉันก็ถือว่าเป็นวสันตฤดูที่งดงามที่สุดของหม่อมฉันแล้วเพคะ"

เซียวอวี้เชนมองสตรีที่อยู่ตรงหน้า นางช่างแตกต่างจากสนมคนอื่นที่มักจะบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสาร หรือเอาแต่ประจบสอพลอ นางมีความฉลาดอย่างบุรุษ แต่มีความอ่อนโยนอย่างสตรี และเหนือสิ่งอื่นใด นาง 'รู้ใจ' เขาในแบบที่ไม่มีใครทำได้

"อากาศเริ่มเย็นแล้ว" ฮ่องเต้ถอดเสื้อคลุมคลุมไหล่ที่สั่นเทาของนาง "คืนนี้ข้าจะไปตรวจการบ้านที่เจ้าพูดเรื่องต้นน้ำและรากไม้... เตรียมชาป่าของเจ้าไว้ให้ดี"

หลินซีก้มหน้าย่อกาย แววตาที่ก้มต่ำนั้นฉายประกายแห่งชัยชนะ

"หมากตัวที่หนึ่งถูกเดินแล้ว ต่อไป... คือการทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลิน"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel