ไร้วาสนา
ทันทีที่กลับมาและล้มตัวลงนอนนางทบทวนภาษาโบราณหลายคำ ท่องจำการเรียกชื่อคน จากการที่นอนนิ่งๆฟังคนสกุลลั่วพูดคุยกันมาหลายวัน ไหนจะคิดถึงคำพูดที่เหมาะสมหากสนทนากับคนในยุคนี้
“เอาหน่า อักษรจีนโบราณใช่ว่าจะไม่เคยเรียน ซีรี่ย์จีนย้อนยุคดูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ต้องรอดสิหนิงหนิง” เพียงไม่กี่อึดใจก็ได้ยินเสียงคนมากมายเดินขึ้นมาที่จวน โดยคนเดินนำหน้าวิ่งตึงตังเข้ามาหานาง ตามด้วยบุรุษร่างสูงใหญ่เดินเอามือไขว้หลังพร้อมสาวใช้ที่ยกเสื้อผ้า อาหารมากมายเข้ามาในจวนหวง
“พี่หญิงข้ากลับมาแล้ว” เสียงของหานฟู่ทำนางลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
“ข้าไปที่หอศึกษากับพี่เขย ตอนนี้ข้าไม่ได้เล่าเรียนที่หอศึกษาแล้ว เพราะเมืองเผยแห่งนี้วุ่นวายเกินไป” ร่างเล็กเดินไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัว ก่อนนำกระดาษแผ่นนึงขึ้นมาพับเล่น นางที่ได้สานสบตากับบุรุษตรงหน้าก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้น
“ข้ากับอาฟู่ต้องย้ายออกจากเมืองเผยใช่หรือไม่” ชายตรงหน้าคือลั่วเหวินหลง คู่หมายที่หมั้นหมายกับนางมาตั้งแต่เด็กแต่ความรู้สึกใดในใจกับไม่มี ความผูกพันธ์แต่เก่าก่อนก็ไม่มี นางจึงมั่นใจว่า ทั้งคู่ไม่ผูกสัมพันธ์ใดกันนัก
“นอกจากเจ้าจะเข้าพิธีแต่งงาน” น้ำเสียงเย็นชาทำนางถอดใจ เกิดใหม่ในยุคที่บุรุษและสตรีไม่มีความเท่าเทียมเช่นนี้ แต่งไปนางอาจทุกข์หนักกว่าเดิมเพราะสังคมรอบข้างของเขา
“บิดาข้าเป็นนักโทษ มารดาข้าป่วยตาย สกุลหวงเหลือเพียงข้าและอาฟู่ สินเดิมอาจจะได้คืนหรืออาจจะไม่ได้คืน ท่านคิดว่า…ท่านสามารถแบกรับคำครหาของคนในราชสำนักได้หรือไม่” แม้ไม่รู้ว่าชายผู้นี้ทำงานอะไร แต่มั่นใจว่าเขาไม่ใช่เพียงชาวบ้านธรรมดาแน่นอน เพราะการที่ยังให้คนในสกุลหวงอาศัยอยู่ในจวนเดิมได้ คนธรรมดาหรือพ่อค้าร่ำรวยคงทำไม่ได้แน่
นางไม่มีความทรงจำใดของร่างเดิมเหลืออยู่ ทุกอย่างเป็นการที่นางได้ยินคำพูดของคนรอบข้างและนำมาปะติดปะต่อเท่านั้น
“สกุลลั่วไม่เคยผิดคำสัญญา” ใบหน้าที่นิ่งตึงทำนางยกยิ้ม
“ไว้ให้ข้ามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ คงกล้าจะยื่นมือไปขอพึ่งใบบุญท่าน แต่เพราะตอนนี้แม้แต่ที่ซุกหัวนอนข้ากับน้องก็ยังไม่มี ท่านคิดหรือว่า…ข้าจะสามารถส่งเสริมท่านได้” นางพูดออกไปทั้งหมดเพื่อให้การแต่งงานเป็นโมฆะ นางไม่อาจใช้ชีวิตคู่กับคนที่ไร้รักได้จริงๆ
“เจ้ากำลังปฏิเศธการแต่งงานกับข้าเป็นครั้งที่สอง” มือหนายกกาน้ำชาขึ้นมารินลงแก้วใบเล็ก เอ่ยคำพูดที่ดูอย่างไรก็ไม่เสียใจสักนิด แม้ว่าจะโดนปฏิเสธการแต่งงานถึงสองครั้งก็ตาม
“ข้าคงไร้วาสนาได้เคียงข้างบุรุษรูปงาม งามด้วยกายและงามด้วยทรัพย์อย่างท่าน หากแต่งไปข้าได้เป็นภรรยารอง ข้าอาจจะทุกข์ใจมากกว่าต้องออกไปผจญภัยร้ายข้างนอก” มือหนาที่กำลังจะยกชาขึ้นดื่มถึงกับชะงักงัน เพราะสิ่งที่นางพูดนั้นเป็นเรื่องจริงทุกคำ การที่นางถูกริบศักดินาเพราะบิดาต้องโทษ นางไม่มีทางที่จะได้ขึ้นมาเป็นเมียเอกได้
“เจ้าคงหมายความว่า ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าต้องทนอยู่เป็นภรรยารองของข้า แม้ว่า…การแต่งงานกับข้ามันทำให้เจ้าไม่ลำบากสินะ” นางพยักหน้า ก่อนจะมองไปยังบ่าวที่ยกของใช้เข้ามา ทุกคนล้วนเป็นคนของสกุลลั่ว หากออกไปนางอาจจะลำบาก แต่นางมั่นใจว่าจะเอาตัวรอดได้
“เรื่องนั้นเห็นทีว่าแม่ข้าคงยอมไม่ได้” พูดจบเขาก็ยืนเต็มความสูงเมื่อคนสนิทเข้ามารายงานบางอย่าง
“ตอนนี้หน้าที่ของเจ้าคือรักษาตัวให้หายดี จะเป็นภรรยาของข้าหรือไม่ ค่อยว่ากัน” พูดจบเขาจึงเดินออกไปทันที
