บท
ตั้งค่า

หาหนทาง

เช้านี้นางขออนุญาติฮูหยินลั่วที่มาหานางที่จวนแต่เช้า เพื่อแจ้งเรื่องสินเดิมที่จะได้กลับมาเป็นบางส่วน และท่านลุงจะเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด บอกเพียงว่าอยากพาน้องชายมาไหว้มารดาเท่านั้น แววตาเอื้ออารีย์ก็ฉายชัด แม้ความใจดีจะมีมาก แต่นางอยากยืนด้วยลำแข้งตัวเอง บอกตรงๆว่าเข็ดขยาดกับความรักที่ไม่สมหวังในโลกก่อน นางจึงไม่ควรพึ่งพิงสกุลลั่วไปมากกว่านี้

“พวกเจ้ารออยู่นี่เถอะ ข้าเคารพท่านแม่เพียงครู่” ภูเขาลูกใหญ่ด้านหลังหมู่บ้านคือสุสานของคนสกุลหวง แม้นางจะขออนุญาติออกมากับน้องชายเพียงสองคนแต่ท่านป้าใจดีที่เป็นห่วงจึงให้สาวใช้ตามมา

“ข้าขอไปเคารพฮูหยินด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้ที่นางไม่เคยเห็นหน้าเลยตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ยกมือขึ้นขออนุญาติ นางจึงหันไปมองน้องชาย

“พี่หญิง นี่อิ่นหรงเป็นพี่เลี้ยงของข้า พี่เขยไปไถ่ตัวนางมาจากกรมอาญาขอรับ” นางพยักหน้าเข้าใจก่อนจะพยักหน้าอนุญาติสาวใช้ให้ตามมา

ด้านหน้าหลุมศพทั้งแห้งแร้งและดูเคว้งคว้าง นางคุกเข่าลงก่อนรับสุราขึ้นมาเทลงดิน จากนั้นจึงคำนับ

“ข้าลี่หนิงมาเคารพท่านแม่ ฮูหยินสกุลหวง นับจากนี้ สกุลหวงเหลือทายาทสืบทอดเพียงหานฟู่ ข้าสัญญาจะดูแลเขาให้ดี ให้เติบโตไปอย่างดีที่สุด ข้าให้สัญญา” คำว่าลี่หนิงที่นางเอ่ย แม้จะสาวใช้และหานฟู่จะแปลกใจแต่เข้าใจได้ว่านางพึ่งฟื้นจากความตายอาจจะมีหลงลืมไปบ้าง

“ท่านแม่ขอรับ ตอนนี้ข้าไม่ได้เล่าเรียนที่หอศึกษาตามที่ท่านแม่ฝากฝังแล้ว และอีกไม่กี่ยามข้ากับพี่หญิงอาจจะต้องย้ายไปที่อื่น หรือบางทีเราอาจย้ายเข้าสกุลลั่ว แต่ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะดูแลร่างกายให้แข็งแรง ภายหน้าข้าจะปกป้องพี่หญิงเท่าชีวิต” คำพูดของเด็กวัยสี่หนาวทำนางน้ำตาคลอ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัว และหันไปมองสาวใช้ที่ประสานมือขึ้นมาคำนับจนหัวแนบพื้น

“ข้าอาอิ่นที่ฮูหยินวางใจให้ดูแลคุณชาย บัดนี้แม้สถานะไม่เหมือนเดิม ข้าก็สาบานต่อหน้าหลุมศพจะปกป้องและรับใช้คุณหนูทั้งสองอย่างดีที่สุด ดูแลด้วยชีวิตเจ้าค่ะ” คำพูดของอิ่นหรงทำนางหันไปยกยิ้มให้ ทำเจ้าตัวถึงกับผงะออก โดยปกติคุณหนูใหญ่ของบ้านมักไม่ยุ่งกับใคร ไปที่ใดล้วนไปกับฮูหยิน ไม่ผูกมิตรกับบ่าวรับใช้ แต่ก็ไม่ร้ายจนถึงขั้นทุบตี จึงค่อนข้างแปลกใจกับท่าทางเช่นนี้ แต่เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย

“พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้ามีบางสิ่งต้องพาอาฟู่ไปทำ” นางหันไปบอกคนของสกุลลั่วก่อนจะพยักหน้าให้อิ่นหรงตามไปได้แค่คนเดียว

”พี่หญิงจะไปที่ใดหรือขอรับ“ นางจูงมือน้องชายเดินเรียบตามแม่น้ำมาเรื่อยๆ

”ไปหาหนทางออกไปจากเมืองที่ใจร้ายนี้กัน“ เพราะไม่ว่าจะเดินไปทางใดท่าทางแปลกๆของชาวบ้านก็ทำให้นางคิดว่า น้องชายของนางไม่สามารถเติบโตท่ามกลางคนพวกนี้ได้จริงๆ

”ใจร้ายจริงๆขอรับ“ นางยกยิ้มด้วยแววตาเศร้าสร้อย

”เรื่องนั้นให้พี่หญิงของเจ้าจัดการเถอะ“ นางเดินไปเรื่อยๆสำรวจชาวบ้านไปด้วย พบว่าบางคนกำลังนั่งปิ่งแผ่นแป้งเพียงสองแผ่นและแบ่งให้ลูกหลานกิน

”อาอิ่น ตอนนี้เจ้ายังเป็นคนของสกุลหวงอยู่หรือไม่“ นางหันไปถามสาวใช้เมื่อขึ้นมายังสะพานชมเมือง

”แม้คนมอบชีวิตใหม่ให้เป็นนายท่านสกุลลั่ว แต่ข้ายังเป็นคนของสกุลหวงเจ้าค่ะ“ นางหันไปสบตาที่มีแต่ความแน่วแน่มั่นคงและตัดสินใจพูดบางอย่าง

”รู้หรือไม่ เจ้าถูกไถ่ตัวมาเท่าไหร่“ นางต้องทำอะไรบางอย่าง และการตัดสินใจต้องแน่วแน่ในวันนี้

”สิบตำลึงเจ้าค่ะ“ นางพยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่หอชมเมือง

”สงครามคงร้อนระอุไปทั่วทุกเมือง แน่นอนว่าเราย้ายไปเมืองหลวงไม่ได้และข้าไม่รู้ข่าววงในใดๆ คิดแต่เพียงว่าหากอยู่ที่นี่…อาฟู่จะลำบากในภายหน้า เช่นนั้น เจ้าพร้อมจะอพยพไปกับข้าหรือไม่“ นางหันไปถามอิ่นหรง หากสาวใช้คนนี้ไม่เต็มใจนางจะไม่บังคับ เพราะหนทางข้างหน้าคงมีแต่คำว่าลำบาก

”เรียนคุณหนู ให้บ่าวได้ไปดูแลรับใช้คุณหนูเถิดเจ้าค่ะ บ่าวไม่อาจเห็นคุณหนูใหญ่และคุณชายเล็กต้องลำบากเพียงลำพัง“ นางเข้าใจก็วันนี้ว่าเหตุใดคนในยุคสมัยนี้จึงมีพี่เลี้ยงติดตัว ทุกอย่างเพื่อความสะดวกสบายของลูกหลานนั่นเอง

”เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเราควรไปที่ใด“

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel