บท
ตั้งค่า

จดหมายลา

เช้านี้คนสกุลลั่วมาที่จวนหวงแต่เช้า ก่อนจะพบจดหมาย3ฉบับวางเรียงกันพร้อมเงิน10ตำลึง

จดหมายฉบับแรกนั้นมอบให้ท่านลุง และท่านป้า

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาเพราะมีท่านลุงและท่านป้าคอยห่วงใยดูแล แต่เพราะคนบ้านหวงเช่นข้าและอาฟู่ ไม่อาจทำให้ผู้มีพระคุณหม่นหมอง คดีของบิดาข้านั่นเป็นเรื่องใหญ่นัก แม้ต้องแต่งงานเพื่อลบคำครหา แต่แน่นอนว่าไม่อาจหลุดพ้นการเป็นบุตรของคนโกงกินบ้านเมืองไปได้ ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทน วันหน้าหากข้าและอาฟู่ยังมีบุญจะต้องกลับมาตอบแทนท่านทั้งสองแน่นอนเจ้าค่ะ”

“เหวินหลง เหตุใดนางต้องหนีไปเช่นนี้“ เป็นฮูหยินลั่วที่ร้องไห้เมื่ออ่านจดหมายจบ

”นางใจเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก เมื่อวานคงคิดอะไรปุปปัป ข้าจะส่งคนออกไปตามหานาง“ ฮูหยินลั่วที่มีบุตรเป็นชายทั้งสามคน รักและเอ็นดูหวงอี้หนิงมาตั้งแต่แรกเกิด หมายมั่นจะให้แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้แต่นางกลับน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาจึงหนีไปเช่นนี้

”ช้าก่อนฮูหยิน เจ้าอย่าพึ่งวูวาม บางที…หนิงหนิงเองอาจอึดอัดใจหากแต่งงานเข้าสกุลลั่ว สักวัน…นางต้องกลับมาแน่นอน คนบ้านหวงถือบุญคุณเป็นเรื่องใหญ่“ ลั่วหยางหยางมองไปยังบุตรชายที่ยืนอ่านจดหมายอีกฉบับนิ่ง ไม่บ่งบอกว่าเขามีอารมณ์เช่นไร

“วันนี้ข้าคงต้องกล่าวลาท่านอย่างเป็นทางการ แม้ข้าเองจะอยากอยู่ภายใต้การคุ้มแดดคุ้มฝนของลั่วเหวินหลง แต่ความเป็นจริงแล้ว ข้าอาจนำความอับอายเข้ามาสู่สกุลลั่ว เป็นอีกครั้งที่ข้าต้องปฏิเสธการแต่งงานกับท่าน แน่นอนว่า…ข้าไม่รู้ว่าของหมั้นมีสิ่งใดบ้าง แต่จะหาให้มากที่สุดเพื่อนำมาคืนท่านให้ได้ ข้าไร้วาสนากับท่านแล้วจริงๆ สำหรับค่าตัวอิ่นหรง…ค่าขอชดใช้คืนให้ท่าน วันหน้าหากมีสตรีที่คู่ควร ไม่ต้องคำนึงถึงคำสัญญา ท่านสามารถเลือกสตรีที่มีบารมีเทียมท่านมาเป็นคู่ครองได้เลย…หวงอี้หนิง” มือหนากำกระดาษแน่นก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาและลืมขึ้นมาใหม่

“หากนางปีกกล้าขาแข็ง ทั้งๆที่เป็นนกปีกหักเช่นนั้น ท่านแม่ก็อย่าได้อาวรณ์นางนักเลย สตรีที่ทะนงในตนเอง…ย่อมไม่เหมาะที่จะเป็นภรรยาใคร!!” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนส่งจดหมายฉบับสุดท้ายให้คนของเขาจัดการส่งไปให้บิดาของนางตามคำขอและเดินออกไปจากจวนหวงทันที

“นางเพียงกำลังสับสน” ฮูหยินลั่วทำได้เพียงพูดตามหลังบุตรชาย

“ทุกอย่าง…นางใตร่ตรองมาดีแล้ว เอาเป็นว่า หากมีบุญวาสนาต่อกัน คงได้พบกันอีก ไปเถอะจะได้ให้กรมอาญามาจัดการเวนคืนจวนหลังนี้” ลั่วหยางหยางประครองภรรยาที่เสียใจนักเดินลงบ้าน พร้อมทั้งสั่งทหารที่เฝ้าจวนให้จัดการได้ตามควร ใจนึงเขาภาวนาให้บุตรสาวของผู้มีพระคุณได้มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย และทุกคนควรเคารพการตัดสินใจของนาง

ทางด้านคนที่พาน้องชายและสาวใช้ออกมาจากจวนหวงตั้งแต่เช้ามืด พยายามเดินลัดเลาะป่าด้วยความเร็ว

“คุณหนูด้านหน้ามีกลุ่มคนเจ้าค่ะ” อิ่นหรงที่อาสาไปล่วงหน้าวิ่งกลับมาบอก นางจึงดึงน้องชายเข้ามาใกล้อีกนิด

“อาจจะเป็นกลุ่มคนไม่ดี มีทางไปอีกหรือไม่” สาวใช้ยืนนึกเพียงครู่ก่อนพยักหน้า

“ลัดเลาะน้ำตกป่าทึบไปเจ้าค่ะ เส้นทางอาจอันตรายสักนิด แต่ข้าเชื่อว่าปลอดภัย เพราะสวนใหญ่มักเป็นเหล่าจอมยุทธเดินทาง” นางพยักหน้า อย่างน้อยๆหลายวันมานี้ก็ได้พักจนมีแรง ทั้งอาหารก็ยังไม่อด มั่นใจว่าเดินไหวแน่นอน

“เอ่อ ไว้ถึงน้ำตก เราค่อยพักกินข้าวเช้า” นางจูงมืดน้องชายก่อนจะเช็ดหยาดเหงื่อให้ อากาศวันนี้ไม่ร้อนมากนัก แต่เพราะเดินมาแต่เช้าย่อมมีอาการเหนื่อยอ่อนเป็นธรรมดา

“อาฟู่หากเจ้าไม่ไหว เจ้าขึ้นหลังพี่หญิงดีหรือไม่”

“ข้าไหวขอรับ ข้าเป็นบุรุษคนเดียวในตอนนี้อย่างไรก็ต้องไหว” นางยกยิ้มก่อนเริ่มออกเดินทาง ใช้เวลากว่าสองชั่วยามกว่าสาวใช้จะพานางเดินมาถึงธารน้ำตกที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว

“หากเราเลาะน้ำตกเส้นนี้ข้ามภูเขาไปจะถึงหมู่บ้านเจ้าค่ะ” ได้ยินแบบนี้ก็ใจชื้นไม่น้อยก่อนจะปูเสื่อพับที่นางเตรียมมาจากในมิติให้สาวใช้ยกอาหารออกมา ส่วนตัวนางเองเมื่อปูเสื่อเสร็จแล้ว จึงเดินไปตักน้ำตกมาไว้สำหรับล้างหน้าล้างตา ฉึบ อึก!!

ลูกธนูที่แล่นผ่านหัวนางไปอย่างเฉียดฉิวปักลงบนต้นไม้ใหญ่ นางจึงรีบหันไปมองทันที

”เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมาอยู่แถวนี้ เป็นใส้ศึกใช่หรือไม่!!“

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel