ให้ตายก็ไม่ร้องขอ!!
นางพูดไปกับสายลม คิดเสมอต่อให้ตอนนี้ร่างกายนี้หนาวเหน็บและเจ็บปวด นางต้องทนยืนหยัดจนกว่าจะหลุดพ้นจากบ้านนี้ให้ได้!!
“พอ!!” หากพวกเจ้ายังเกี่ยงกันไปมา ก็รอข้าจัดการเรื่องในบ้านก่อน จะให้คนของทางการมาลากพวกเจ้าไปขึ้นศาลเอาเถอะ“ เฉิงกังหยวนพูดอย่างไม่ใยดี หลายปีนี้เขาดัดนิสัยให้ภรรยาอยู่ตามอัธภาพ คิดว่าจะสำนึกที่ขายบุตรสาวของเขาออกเรือนไป กลับกลายเป็นว่านางร้ายขึ้นมากกว่าเดิม ความเห็นแก่ตัวไม่เคยลดลงเลยแม้แต่เสี้ยว
“เหนียงเหนียง เจ้าเป็นบุตรสาวคนโตของเจ้ารอง เช่นนั้นเจ้าตัดสินใจแทนมารดาเจ้าได้ เจ้าต้องการให้ปู่จัดการเช่นไร” นางรอเวลานี้มานาน ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวก่อนจะประสานมือไปข้างหน้าและค่อมหลังลง
“ท่านปู่ ชีวิตนี้ข้าไม่กลัวลำบาก ตราบใดที่มีลมหายใจ แม่กับน้องข้าต้องอิ่มท้อง สิ่งเดียวที่ข้าขอคือ ทำเรื่องแยกบ้าน ตัดขาดกันไม่ยุ่งเกี่ยว ต่อจากนี้ผู้ใหญ่บ้านสามเฉิงมีเพียงท่านปู่ และท่านปู่ผู้นำเท่านั้น ข้าไม่ได้อกตัญญู แต่ข้าตอบแทนไปหมดแล้ว” นางพูดจาฉะฉาน ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย นางอายุเพียงสิบหกหนาวก็จริง แต่แบกรับดูแลทุกคนในบ้านมานับขวบปี
“ไม่จริง!! เจ้าอกตัญญู เจ้ากล้าละเลยคนแก่ในบ้าน หากเจ้ารองอยู่จะไม่มีทางยอม!!” ท่านย่านางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นพร้อมทุบตีขาตัวเองอย่างไม่ยอม ทุกคนมองนางนิ่งๆไม่มีใครห้าม แม้แต่ลูกสะใภ้คนโตยังไม่กล้า
“หากเจ้าคิดว่าเหนียงเหนียงอกตัญญู เช่นนั้นก็ปล่อยให้นางกล่าวหาไปเถอะ หากเจ้าไปฟ้องร้องกรมอาญา ข้าจะไปเป็นพยานให้บ้านสามเอง” คำพูดของผู้ใหญ่บ้านเฉียนทำทุกอย่างเงียบกริบแม้แต่คนที่แกล้งร้องไห้ยังหยุดฉะงักอย่างไปต่อไม่ถูก
“นี่เป็นรายการเงินที่เจ้ารองทิ้งไว้ ทั้งค่าที่ทางการชดเชยคนที่ตายด้วยภัยร้ายทางธรรมชาติ” ท่านปู่ผู้นำหยิบกระดาษขึ้นมาก่อนจะไล่รายการอย่างใจเย็น และเสียงดังฟังชัด คนที่โดนน้ำป่าพัดตายในปีนั้นครอบครัวพวกเขาก็อยู่ที่นี่พยักหน้าเห็นด้วยทุกอย่าง
“เงินปลอบขวัญ 10ตำลึง ที่ดิน5หมู่ ข้าวขาว10จิน แป้งขาว10จิน ธัญพืช10จิน ของพวกนี้เป็นสมบัติที่จับต้องได้ ส่วนพวกอาหารที่บรรเทาทุกข์เห็นที่ว่าจะร้องขอคืนไม่ได้ เจ้าอยากได้มันคือทั้งหมดไหม” ท่านปู่ผู้นำหันมาถามมารดานาง แม้ก่อนนี้จะเกรงกลัวแม่สามี แต่เพราะดวงตาที่เปลี่ยนไปของบุตรสาวคนโตทำเฉิงลู่หลินมีแรงสู้ต่อ
”หากเจ้าอยากตัดสัมพันธ์เจ้าอยากได้สิ่งใดบ้างแม่ให้เจ้าเลือก“ เฉิงฟางเหนียงสูดลมหายใจลึก
”เงินเก็บบ้านรอง8ตำลึงท่านย่าเอาไปทั้งหมด ข้าวอาหารไม่เคยตกถึงท้องบ้านรอง ถือว่าตอบแทนท่านย่าแทนบิดาของข้า ข้าขอเพียงเงินสิบตำลึงเจ้าค่ะ ที่ดินห้าหมู่นั้นข้าให้เป็นของตอบแทนบ้านใหญ่ เสร็จสิ้นบุญคุณกันแต่เพียงเท่านี้ และขอให้ตัดขาดจากกัน ทุกคนเป็นพยาน ข้ามิได้อกตัญญูต่อคนเฒ่าคนแก่ในบ้าน จากนี้บ้างสามเฉิงไม่ขอพึ่งพาสิ่งใด วันหน้าตายก็จะไม่ร้องขอให้ช่วย“ นางหนักแน่นพอที่จะพาแม่และน้องไปเริ่มต้นใหม่
”เจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะไม่เอาที่ดินตรงนั้น“ แม้คนบ้านใหญ่อยากจะแย้ง แต่ปลายไม้เท้าท่านปู่ที่ชี้หน้าอยู่ตอนนี้ ทำให้พวกเขาสงบปาก สงบคำได้
”เจ้าค่ะ ถือว่าเป็นสิ่งที่ใช้ซื้อชีวิตคนบ้านสามคืน ขอเพียงจดหมายตัดขาด ห้ามระรานบ้านสาม ห้ามยุ่งเกี่ยวกัน เท่านั้นจริงๆที่ข้าต้องการ“
