มาถูกทาง
คำถามนิ่งๆนั้นทำคนบ้านใหญ่หาคำตอบไม่ทัน
“ข้า… ข้าแค่คิดถึงเจ้ารอง” จบคำพูดของนางเฒ่าสกุลเฉิงทำท่านปู่ของนางและท่านปู่ผู้นำหัวเราะออกมา
“ไท่ฟาง…ตอนเจ้ารองมีชีวิต เจ้าแยแสเขามากนักหรือ ข้าจำได้ว่าตอนที่เจ้ารองขอให้เจ้าไปจัดการเรื่องงานแต่งกับลู่หลินให้ เจ้าบอกมันว่าอะไร หึ…สะใภ้เช่นนี้เจ้าไม่รับเขาตระกูลเฉิงไม่ใช่หรือ ทั้งยังไล่พวกเขาให้ไปสร้างบ้านที่ใกล้สุสานอีก บัดนี้กลับคิดถึงขึ้นมา…เจ้าเห็นพวกข้าเป็นตัวอะไร!!” ท่านปู่ผู้นำไม่ลืมเรื่องในอดีต เขารอเวลาสะสางกับน้องสะใภ้ผู้นี้มานานแล้ว และวันนี้ถึงเวลาเสียที่ เจอคำตอบแบบนี้ไปคนพวกนั้นก็ไร้คำพูด ต่อให้เค้นสมองออกมาก็ไม่มีทางใดเลยที่เหลือไว้ให้เดิน
“หรือจริงๆแล้วเจ้าเสียดายที่ไม่ได้ขายหลันหลันกันแน่!!” เมื่อท่านปู่ของนางพูดขึ้นมา ทำคนบ้านใหญ่เบิกตากว้างรีบส่ายหน้าพัลวัล
“มะ ไม่ใช่ๆ ข้าไม่ได้…“ เฉิงไท่ฟางรนรานบอกปัด แต่ช้าไปเสียแล้ว ชายแก่แววตาอาฆาตเดินเข้ามาพร้อมคนของผู้ใหญ่บ้านเฉียน ชายผู้นั้นมองมาทางท่านย่าของนางบ่งบอกได้ดีว่าเคืองขุ่นเพียงใด
”เจ้าหลอกข้า!! เจ้าบอกว่ามารดานางเต็มใจจะขาย หาเงินรักษาตัว เจ้าเรียกร้องเงินถึงสิบตำลึง บอกว่านังเด็ก5หนาวนั้นทำงานได้ทุกอย่างนังแก่สารเลว!! เจ้าเอาเงินส่วนแรกของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้!!“ ชาวบ้านที่รอดูว่าความชั่วช้าของบ้านใหญ่จะไปจบที่ตรงไหน ต่างฮือฮา
”ข้าๆ ไม่ใช่ ซูหว่านเป็นเจ้าที่หาคนมา เงินเจ้าเอาไป2ตำลึง เจ้าสิเอาคืนให้เขาไป!!“ เมื่อเข้าตาจนก็โทษลูกสะใภ้ที่รัก แต่คนอย่างเฉิงซูหว่านหรือจะยอมเจ็บคนเดียว
“ท่านแม่ หากท่านทำเช่นนี้ข้าจะเอาสามีกลับบ้านเดิม ท่านก็เตรียมดูแลตัวเองไปเถอะ!!” เสียงขู่นั้นแผ่วเบาแต่เฉิงฟางเหนียงได้ยินเต็มสองหู เพราะนางอยู่ใกล้ที่สุด
ครานี้นางรู้เหตุผลที่ท่านย่ารักลุงใหญ่และป้าสะใภ้มากกว่าบ้านนางแล้ว เพราะอาสามนั้นแยกตัวไปไม่สนใจ บิดานางยินยอมให้เพียงเงินไม่ยุ่งเกี่ยว คนแก่คงคิดว่าเหลือเพียงลุงใหญ่ที่ฝากผีฝากไข้ได้
ส่วนลุงใหญ่ของนางนั้นรักและเชื่อฟังภรรยาจนสุดท้ายเฉิงไท่ฟางจำต้องตามใจสะใภ้ใหญ่ด้วย มุมปากที่แตกจากการตรากตรำทำงานและอดอาหารลอบยิ้ม
“ข้ามาถูกทางแล้ว”
