เหตุผลอะไร?
ชั่วโมงยามแห่งความหวาดกลัวมาถึง เฉิงฟางเหนียงกำมือตัวเองแน่น ก่อนจะโขกศรีษะลงกับพื้น แรงโกรธแค้นในใจของร่างเดิมมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกถูกเอาเปรียบ ภาพพวกนั้นวนในหัวสมองเหมือนหนังที่ถูกฉายซ้ำๆ
“ท่านปู่ ขอบคุณท่านที่มาโปรด ท่านแม่กับน้องข้าจะอดตายกันอยู่แล้วเจ้าค่ะ” ทันที่นางพูดจบ เฉิงลู่หลินรีบทรุดเข่าลงตรงหน้าพ่อสามี
“หากวันนี้ท่านพ่อเมตตา อยากถามข้าอีกครั้งข้ายังยืนยัน ข้า…หวังให้ลูกๆของข้ามีชีวิตที่ดีกว่านี้เจ้าค่ะ” ร่างกายที่ผอมแห้ง ริมฝีปากแตกระแหง ผมเพ้าถูกมัดอย่างลวกๆ ดวงตาดูแดงกล่ำหน้าสงสาร ใครเห็นสามแม่ลูกบ้านเฉิงสามย่อมต้องปวดใจเช่นเดียวกัน
“เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะทำหน้าที่พ่อสามีให้ดีที่สุด เฉิงหวังเจ้าจะเลิกหลบหลังภรรยาเจ้าได้หรือยัง!!“ เสียงนั้นไม่ได้ตวาดแต่เย็นเหยียบจนหน้ากลัว เรียกบุตรชายคนโตที่ยืนหลบอยู่ที่มุมนึงของบ้าน ร่างสูงใหญ่อย่างคนอยู่ดีกินดีค่อยๆเดินออกมา เฉิงหวังคือพี่ชายของบิดานาง เป็นที่เชื่อฟังเมียที่สุด บัดนี้เขายืนประสานมือพร้อมก้มหน้าต่อหน้าบิดาผู้ให้กำเนิด
“ที่ผ่านมา เจ้าไม่เห็นหรือว่าบุตรสาวของเจ้ารองที่เป็นหลานแท้ๆของเจ้านั้นลำบากเพียงใด ข้าให้เจ้าอยู่ดูแลเป็นผู้นำครอบครัวที่นี่ เจ้าทำหน้าที่นั้นได้ดีแค่ไหน!! เป็นบุรุษเสียเปล่า เจ้าควรปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในตระกูลเฉิงอย่างนั้นหรือ!!” แค่ท่านปู่ของนางขึ้นเสียงคนบ้านใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าปริปาก ปลายไม้เท้าเชยคางบุตรชายให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา
“เจ้าตอบข้ามาสิ พวกนางทำผิดอะไรกัน!!“ ในความทรงจำของร่างเดิม บอกเพียงว่าท่านปู่เป็นคนเด็ดขาด และคนบ้านใหญ่ล้วนหวาดกลัว แต่นางไม่คิดเลยว่าจะกลัวขนาดนี้
”ทะ ท่านพ่อ เหนียงเหนียงยังเด็กการถูกสั่งสอน เป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ ท่านแม่เองก็กำลังหาคู่ครองให้นาง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น“ เสียงหัวเราะในลำคอของท่านปู่ยิ่งนำพาความหวาดกลัวเข้ามาในใจคนบ้านใหญ่ เพราะความรู้สึกนั้นมันส่งไปไม่ถึงดวงตาของเขา
”ดี!! หากเจ้ายืนยันว่าสิ่งที่ทำมันถูก เช่นนั้น นั่งลง!!วันนี้พี่ใหญ่ของข้าที่เป็นผู้นำตระกูลเฉิง และผู้ใหญ่บ้านเฉียนจะอยู่เป็นพยานที่นี่ พวกเจ้าสามคนแม่ลูกลุกขึ้นมานั่งดีๆ” เฉิงฟางเหนียงพยุงมารดาให้ลุกขึ้น บาดแผลที่ถูกตียังเจ็บไม่น้อย แต่ร่างกายมารดาอ่อนแอกว่า น้องสาวอย่างเฉินหลานเฟินเองก็ห่วงพี่สาวมากทีเดียว รีบนำเศษผ้ามาแปะบนบาดแผลให้อย่างเด็กรู้ความหวังเพียงให้เลือดหยุดไหล
“พี่ไม่เป็นไร หลันหลันเด็กดี เจ้าไปเอาผ้าคลุมไหล่มาให้ท่านแม่ที” เด็กน้องวิ่งไปทางห้องเก็บฟืน เมื่อเริ่มได้ยินเสียงมารดาไอ ชาวบ้านบางคนเดินกลับไปเอาน้ำอุ่นมาให้มารดาของนางด้วยความเวทนา ภาพสามแม่ลูกตอกย้ำความร้ายกาจของคนบ้านใหญ่อย่างที่สุด
“ลู่หลินคราก่อนที่เจ้ารองตาย เจ้าตามหาเจ้ารองจนเจอโดยไม่ย่อท้อ ข้าซึ้งใจกับน้ำใจของเจ้า วันนั้นข้าจมอยู่กับความเสียใจไม่ทันได้จัดการชีวิตพวกเจ้าสามคนแม่ลูกให้ดี วันนี้เจ้ากับลูกต้องได้รับความเป็นธรรม” ความอบอุ่นแล่นพล่านไปตามเส้นเลือด
เฉิงฟางเหนียงกุมมือมารดาไว้เพื่อให้กำลังใจ นางนึกขอบคุณความจำในร่างเดิมที่รู้ว่าหากวันนี้นางไม่ตื่นมาและดิ้นรนให้รอดพ้น คนบ้านใหญ่ต้องทำเรื่องเลวทรามสำเร็จแน่นอน
“ท่านพี่ ท่านกลับมาก็ยื่นมือช่วยเหลือพวกนาง ไม่ถามถึงความดีข้าหน่อยหรือ” ท่านย่าของนางยังคิดยื้อด้วยท่าทีร้อนรน นางยังมีบางอย่างปิดบังและเรื่องนั้นเฉิงฟางเหนียงรู้ดี
“เช่นนั้นเจ้าตอบคำถามข้ามา เหตุผลอะไรที่เจ้าอยากเก็บพวกนางไว้”
