บทที่ 4 เพื่อนที่ดีมาพร้อมแผนที่ดี
ความเงียบเกิดขึ้นท่ามกลางคนทั้งสี่คน เมื่อการได้กลับมาเจอกันในสถานการณ์และสถานที่ที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมาเจอกันได้ ความอึดอัดเล็กๆก่อตัวขึ้นระหว่างสองหนุ่มและสองสาว และเป็นอมีนาที่ตัดสินใจพูดทักทายกลับไป
ในเมื่อเขาอยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าจะเดินหนีออกไปก็คงจะเป็นการเสียมารยาทเป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งเหตุผลที่อมีนาเลือกพูดก่อนเพราะเธอรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากสำหรับเดมี่ ที่จะเริ่มพูดกับลีออน เรื่องความรักของเพื่อนสาวเท่าที่เธอรู้ มันจบไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก และการที่เดมี่เอาแต่หันหน้าไปมองทะเล ก็เป็นเรื่องยืนยันได้ดี
“สวัสดีค่ะ พี่ลีออน...พี่เฮนรี่” ก็พยายามให้เป็นการทักทายแบบปกติแล้วนะ ยกมือไหว้ด้วย แต่การที่จะต้องสบตาแฟนเก่าตรงๆมันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน รู้สึกแปลกๆ แต่ไม่รู้สึกเลยจะดีที่สุด แต่ตอนนี้ทำอย่างไงให้เดมี่อ้าปากพูดให้ได้ก่อน
“เดมี่...” อมีนาเคลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของคนที่ไม่ยอมละสายตาจากทะเลเลย
“ทักทายพี่ๆเขาหน่อยเถอะ” อมีนาพูดแกมขอร้อง แต่คนอย่างเพื่อนสาวของเธอ ถ้าคุณเธอจะไม่ทำก็คือไม่ทำใครก็บังคับไม่ได้ ยกเว้น...
“เดมี่ลืมชื่อของพี่ไปแล้วแน่เลย ใช่ไหมคะ?” ลีออนถามพร้อมย้ายตัวเองไปยืนบังวิวทะเลที่เดมี่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ สองปีที่ผ่านมาก็เหมือนแค่สองวันเท่านั้นสำหรับลีออนในตอนนี้ ความรู้สึกทุกอย่างยังคงไม่จางหายไป
“สวัสดีค่ะ...พี่เฮนรี่” เดมี่สะบัดหน้าหนีจากลีออนแล้วหันมาทักทายเฮนรี่แทน เป็นการกระทำที่น่ารักมากสำหรับลีออน และนั้นทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
‘เดมี่ยังโกรธเรื่องวันนั้นอยู่ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี’ เพราะถ้าไม่ใช่เธอก็คงไม่ทำเหมือนยังโกรธและไม่พอใจเขาอยู่แบบนี้ และอาการแบบนี้ลีออนจะขอสรุปข้างตัวเองว่า ลึกๆแล้วเดมี่ก็ยังคิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนแต่ก็ขอมั่นไว้ก่อน
“สวัสดีค่ะเดมี่...” เฮนรี่ทักทายเดมี่ตอบพลางเลื่อนสายตาไปมองหน้าเพื่อนสนิทของตัวเอง เมื่อเห็นว่าลีออนไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจอะไร เขาจึงหันมายิ้มให้สาวๆต่อและตั้งใจจะถามสารทุกข์สุกดิบเนื่องจากพวกเขาไม่ได้เจอกันมานานมากพอสมควร แต่เฮนรี่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม เสียงของทีมงานคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน
“คุณลีออนครับ”
“ครับ?” ลีออนจำต้องละสายตาจากผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามหามาตั้งสองปี เพื่อหันไปคุยกับทีมงานที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาเขา
“การถ่ายแบบวันนี้เรียบร้อยแล้วครับ มีตรงไหนที่ท่านประธานอยากจะให้ทางผมแก้ไขไหมครับ หากมีตรงไหนที่ไม่ถูกใจพวกผมยินดีถ่ายให้ไหมทันทีเลยครับ” พูดด้วยน้ำเสียงที่ฮึกเหิมมาก อะไรที่ท่านประธานอยากได้ทีมงานพร้อมพลีกายถวายให้ ขอเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ โบนัสก้อนโต ก้อนโตๆ
“ไม่มีอะไรที่ต้องแก้ไขทั้งนั้น พวกคุณทำงานได้ดีมาก และผมขอบคุณทุกๆคนสำหรับการตั้งใจทำงานในวันนี้นะครับ ก่อนกลับผมรบกวนเช็กความเรียบร้อยด้วย”
พอได้ยินท่านประธานพูดออกมาอย่างนั้น รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทีมงานคนนั้นทันที ความรู้สึกเหมือนได้รับพรจากสวรรค์ก็ไม่ปาน
“ได้ครับ ผมจะเช็กให้เรียบร้อยอีกครั้งก่อนทุกคนจะเดินทางกลับครับ”
“ดีมากครับ ผมฝากด้วยนะโดยเฉพาะพวกขยะผมไม่อยากให้เหลือทิ้งไว้สักชิ้นเดียว วันนี้พวกเรามารบกวนสถานที่ของเขา เพราะฉะนั้นก่อนกลับเราก็ต้องทำให้มั่นใจว่า ทุกอย่างจะอยู่ในสภาพที่สวยงามเหมือนเดิม”
ทีมงานคนนั้นรีบโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะวิ่งกลับไปรวมตัวกับทีมงานคนอื่นเพื่อกระจายข้อมูลที่ได้รับจากลีออนออกไป
เดมี่ยืนมองการสนทนาของลีออนก็รู้สึกตงิดๆในใจขึ้นมา ท่านประธาน? บวกกับท่าทางการพูดการจาของลีออนที่มีมาดความเป็นหัวหน้าอยู่ไม่น้อย เท่าที่เธอรู้ งานวันนี้เป็นการถ่ายแบบอาหารเสริมตัวใหม่ให้กับบริษัท จีแอล กรุ๊ป ชื่อนี้เดมี่พอได้ยินมาอยู่บ้าง แต่ยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของตัวจริงมาก่อน หรือว่า...
“เจ้าของงานวันนี้คือใครเหรอคะ พี่เฮนรี่” แม้จะอยากรู้จนอดถามไม่ไหวแต่ก็ยังคงฟอร์มไม่ยอมถามลีออนตรงๆ
เฮนรี่แบบปวดหัวตุบอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องมาทำตัวเป็นคนกลางคอยส่งสารจากเดมี่ไปหาลีออน แต่เขาก็พอจะเข้าใจหญิงสาวได้อยู่ เรื่องเมื่อสองปีที่แล้วคงทำเดมี่เจ็บปวดมากเธอถึงได้ทำท่าเหม็นหน้าเพื่อนสนิทของเขาอยู่แบบนี้ แต่ก่อนที่เฮนรี่จะตอบออกไปเขาก็ไม่ลืมหันไปมองหน้าเพื่อนเป็นเชิงถามว่า
‘มึงจะให้กูพูดไหม หรือมึงจะพูดเอง ไอ้ฟาย!’
“เจ้าของงานวันนี้คือพี่เองค่ะ” ลีออนเป็นฝ่ายตอบคำถามของเดมี่ด้วยตัวของเขาเอง คำตอบของลีออนทำเอาเดมี่กับอมีนาหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย
ถ้าเขาเป็นเจ้าของงานวันนี้ก็เท่ากับว่าลีออนเป็นเจ้าของสินค้าที่เธอมาเป็นนางแบบให้กับเขา และนั่นหมายความว่าเขาคือคนที่จ้างเธอ นายจ้าง...แล้วจะต้องทำตัวอย่างไรดี ตอนแรกที่พบหน้าเขาก็คิดแค่ว่าเป็นความบังเอิญ เขาเพียงผ่านมาแถวนี้เท่านั้น แต่ความจริงคือ เขาเป็นเจ้าของบริษัทและเป็นคนจ่ายเงินให้เธอด้วย ตายแล้วเดมี่!
“พะ พี่ลีออน เอ้ย! คุณลีออน” เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงที่เขาเป็นคนจ้างเธอ ยิ่งทำให้เดมี่รู้สึกทำตัวลำบากมากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกไม่อยากมองหน้าเขาเพราะเธอยังไม่สามารถลืมเรื่องราวในอดีตได้ แต่ว่าเมื่อรู้แล้วว่าเขาเป็นใครเธอก็ไม่ควรทำตัวเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ มันลำบากใจมากนะรู้ไหม จะปั้นหน้ายิ้มให้เขามันยากนะ
“เรียกพี่เหมือนเดิมดีกว่าค่ะ พี่ชอบให้เดมี่เรียกพี่ลีออน” โครตเคืองหูเลยบอกตามตรง เขาไม่ชอบให้เดมี่เรียกแบบนั้นเลย ไม่ชอบมากๆ มันดูห่างเหินกันเกินไป เขารู้ว่าเดมี่คงไม่อยากจะทำอะไรก็ตามแต่ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเขา แต่ไม่ยอม! ลีออนจะไม่ยอมให้ระหว่างเราเกินช่องว่างอีกต่อไป โอกาสพุ่งมาหาเขาแล้วและเขาจะไม่ยอมเสียไปอีกครั้งแน่
“แต่ฉัน...”
“แล้วสาวๆกำลังกลับกันเหรอครับ” เดมี่ยังพูดไม่ทันจบประโยคลีออนรีบพูดแทรกเดมี่ทันที ได้ไง? จะเรียกแทนตัวเองว่าฉัน หึ ‘พี่ไม่ยอมหรอกค่ะเดมี่ของพี่ลีออน’
“เอ่อ...ค่ะ ใช่ๆ พวกเรากำลังจะกลับกรุงเทพกันค่ะ”
มีนาเลือกที่จะเป็นคนตอบคำถามนี้แทน อีกครั้ง! ก็ดูหน้าคุณเพื่อนเธอสิ ทำตาเขียวใส่คนจ้างงานได้ไง เดมี่ไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ลีออนทำเป็นไม่สนใจว่าเธอจะท้วงที่เขาไม่ยอมให้เธอเรียกเขาตามความเหมาะสม แถมยังจะมาเปลี่ยนเรื่องอีก
“แล้ววันนี้มากันอย่างไงเหรอ” เฮนรี่ถามขึ้นไม่ละสายตาไปจากดวงตาคู่สวยของอมีนา ‘สดใสเหมือนเดิม’ ได้แต่พูดกับตัวเองในใจ
“เดมี่ขับรถมาค่ะ” มีนาตอบแล้วรีบหลบสายตาคมของเฮนรี่ หัวใจดวงน้อยของเธอสั่นไหวแปลกๆ แต่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่
“จริงเหรอคะ? พี่จำได้ว่าเดมี่ขับรถยังไม่แข็งเลย” ลีออนหันไปถามอย่างสนใจ มองเดมี่ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขารู้ว่าเดมี่อยากขับรถเก่งๆแต่เท่าที่สอนมาเองกับมือ บอกเลยว่าตอนนั้นห่างไกลจากคำว่าขับรถเป็นเยอะมาก แบบนี้แสดงว่าเด็กน้อยของเขาโตขึ้นเยอะและมีความตั้งใจมากขึ้นอีกด้วย
“...” เดมี่ไม่ตอบแถมทำหน้าไม่พอใจใส่อีกต่างหาก
“เก่งมากค่ะ” เอ่ยชมพร้อมรอยยิ้มละมุนใจดีแท้ คำชมของลีออนทำเอาคนที่หน้าหงิกงอเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นเม้มปากเข้าหากันเพื่อกลั้นไม่ให้ตัวเองหลุดยิ้มออกไปให้เขา อาวุธลับที่ของลีออนที่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ นั่นก็คือรอยยิ้มของเขารอยยิ้มที่ยิ้มให้แค่เดมี่คนเดียว และไอ้รอยยิ้มโลกถล่มทลายนั้นทำให้เดมี่ใจอ่อนมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เพียงแค่เธอไม่เคยบอกให้เขารู้
‘บ้าจริง! แค่เขายิ้มเราจะมารู้สึกแบบนี้ไม่ได้นะ อย่าลืมเรื่องเมื่อสองปีที่ผ่านมาเด็ดขาด!’ เดมี่รีบเตือนสติตัวเองในใจทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนไหวที่ไวเกินไปของตัวเอง
