บทที่ 5 ขอพี่ไปส่งนะครับ
“ขอบคุณสำหรับงานวันนี้นะคะ” แม้ไม่เต็มใจแต่ เดมี่ก็รู้จักความอะไรควรอะไรไม่ควร สองมือเล็กพนมขึ้นไหว้งามๆขอบคุณคนที่ทำให้เธอได้เงินไปต่อชีวิตตัวเอง ถึงเขาจะไม่ได้เป็นคนที่เลือกเธอมาเองก็ตาม แต่เขาก็คือคนที่สร้างงานนี้ขึ้นมาและเป็นผลให้เธอได้งานทำ
“ไม่ต้อง...” ลีออนไม่อยากให้เดมี่ทำแบบนี้เลย ยกมือไหว้เขาทำไมกัน เมื่อก่อนก็ไม่เคยทำแบบนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกมีระยะห่างมากไปอีกจะยกมือไปจับมือน้องก็ไม่กล้า ขอเวลาอีกหน่อยก่อน
“พวกเราขอตัวกลับก่อนนะคะ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว มีนาไม่อยากให้เดมี่ขับรถตอนกลางคืน ขอตัวก่อนนะคะ” มีนาก็อีกคน รีบยกมือไหว้สองหนุ่ม เดมี่ก็ทำเช่นกัน และสองสาวก็พากันควงแขนและรีบหันหลังเดินหนีพวกเขาออกมา
ทว่า พอเดินมาถึงรถของเดมี่สาวๆถึงกับยืนอึ้งกิมกี่ เมื่อพบว่าล้อรถทั้งสี่ข้างแบนแต๊ดแต๋อย่างกับมีใครจงใจมาปล่อยยางรถอย่างไงอย่างนั้นเลย
“กรี๊ด!! ใครทำกับรถของเดมี่แบบนี้” เดมี่ปล่อยเสียงกรี๊ดออกมาอย่างคนหัวเสีย มันจะไม่ให้เธอโมโหได้อย่างไรกัน ยางแบนทั้งสี่ล้อแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ มันต้องมีคนจงใจแกล้งเธอ แต่จะเป็นใครกัน เธอไม่รู้จักใครที่นี้ ไม่เคยทำเรื่องเดือดร้อนใครด้วย หรือว่า...
“ต้องเป็นเจ้าหนี้ที่เดมี่ไปยืมเงินมาแน่เลยอะมีนา งือ พวกนั้นมาทวงกันถึงพัทยาเลยเหรอ โหดร้ายไปไหม”
“ใจเย็นก่อนนะเดมี่ มีนาคิดว่าไม่น่าจะเป็นเจ้าหนี้หรอก ถ้าเป็นแบบนั้นพวกมันเอารถเดมี่ไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ” แม้ความคิดของมีนาจะแอบสะเทือนใจเดมี่ไปนิด แต่มันก็มีเหตุผล
“แล้วใครกันล่ะ ที่ทำเรื่องใจร้ายแบบนี้กับเดมี่ได้” ใกล้จะร้องไห้แล้วนะ เปลี่ยนยางรถเองก็ไม่เป็นถึงจะเปลี่ยนได้ยางอะไหล่ก็มีแค่ล้อเดียวแต่นี่แบนแต๊ดทั้งสี่ล้อ
ระหว่างที่สาวๆกำลังยืนคอตกอยู่นั้น เฮนรี่กับลีออนกำลังเดินเข้ามาพอดี อันที่จริงสองหนุ่มตั้งใจเดินตามมาห่างๆอยู่แล้ว ลีออนน่ะเป็นห่วงอยากเดินมาดูว่าเดมี่จะขับรถกลับได้ไหมส่วนอีกคน ตั้งแต่เดินมายังไม่ยอมหุบยิ้มเจ้าเล่ห์ของตัวเองเลย
“เห้ย!” ลีออนแทบวิ่งเข้าไปหาเดมี่ เมื่อเห็นรถของเธอยางแบน แต่มือหนาของเฮนรี่คว้าไหล่ของเขาเอาไว้ก่อน
“เชี่ย! มึงจะหยุดกูทำไมวะ ไม่เห็นเหรอว่ารถเดมี่ยางแบน” ด่าแม่ง คนยิ่งใจร้อนรนอยู่
“สัส! ลีลอน มึงฟังกูก่อน”
“...” คนโดนด่ากลับยืนพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่การที่เฮนรี่รั้งเขาไว้แบบนี้แปลว่ามันต้องมีอะไรสำคัญที่จะพูดแน่
“จำที่กูบอกมึงได้ไหม ที่บอกว่ามึงต้องมาขอบคุณกู”
“เออ! กูจำได้...เชี่ย!! อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือมึง” ลีออนหันมาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ และพอเห็นหน้าตาเจ้าเล่ห์ของเฮนรี่ก็เป็นคำตอบได้ทันที แม่งทำไปได้!
“เฮนรี่ มึงแม่ง...โครตเจ๋งเลยว่ะ ทำไมไม่ชวนกูมาปล่อยยางรถด้วยวะ ทำคนเดียวได้ไง” นอกจากจะไม่ด่าเพื่อนต่อแล้ว ยังมอบความดีความชอบให้เพื่อนไปอีก
“กูก็จ้างคนมาปล่อยยางสิวะ แค่เสียเวลาถามว่าน้องคนสวยๆจอดรถไว้ตรงไหน เท่านี้ก็จ้างคนมาปล่อยยางรถน้องเดมี่ได้แล้ว เป็นไงแผนกู เลวดีไหม ถ้าจะขอบใจมึงก็ทำตอนนี้ได้นะ”
ลีออนแทบกระโดดกอดเพื่อนรักของเขา แผนมันเลวจริงแต่เป็นความเลวที่เขาได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ เผลอๆมันก็ทำเพื่อตัวเองด้วยแหละ แผนสูงนะมึง!
“ขอบใจมากเลยเพื่อนรัก กูรักมึงว่ะเฮนรี่” จะหาความรู้สึกผิดจากเฮนรี่ตอนนี้คงไม่มี จะมีได้ไงในเมื่อเขาเป็นคนคิดแผนนี้ขึ้นมาเอง ลีออนมีแต่จะสนับสนุน ลองมันเอ่ยปากชวนสิ เขาจะรีบตอบตกลงและคงทำมากกว่าปล่อยยางรถอีก บอกเลยเขาอาจจะถอดล้อออกไปทิ้งเลยก็ได้
“กูเต็มใจช่วย มึงทำเนียนๆด้วยนะเว้ย” สองหนุ่มพยักหน้าให้กันแค่มองตาก็รู้แล้วว่าจะต้องทำอะไรต่อ เริ่มจากทำสีหน้าตกใจขั้นสุดและรีบวิ่งเข้าไปหาสาวๆ
“เดมี่! มีปัญหาอะไรเหรอคะ” ลีออนถามพร้อมแอบสบตาเฮนรี่เล็กน้อย เป็นไงมึง กูเนียนใช่ไหมล่ะ เฮนรี่แอบพยักหน้ารับเบาๆ เนียนสัส
“มีคนปล่อยยางรถของเด...ของฉันค่ะ” เกือบหลุดพูดเหมือนปกติกับลีออนแล้ว อย่าหวังเลยว่าเธอจะยอมมองเขาเหมือนเดิม ไม่มีทาง แต่ตอนนี้ทำอย่างไงให้รถกลับมาใช้งานได้ก่อน
“โห้!” เสียงร้องตกใจของเฮนรี่ทำเอาคนที่เหลือต้องหันมามองเขาเป็นตาเดียวกัน แต่ลีออนอดส่ายหน้าเบาๆไม่ได้เลยจริงๆ
‘มึงตกใจเวอร์ไปไหมเพื่อน’
“ยางแบนหมดทั้งสี่ล้อเลยนะครับน้องเดมี่ เอาอย่างนี้ดีไหม ให้พวกพี่ไปส่งกลับกรุงเทพ ส่วนเรื่องรถเดี๋ยวลีออนจะหาคนมาจัดการให้”
หันไปส่งซิกผ่านทางสายตาและลีออนก็ตอบแผนเขาได้เป็นอย่างดี เรื่องแบบนี้ไม่ต้องพูดเยอะแค่มองก็รู้กันแล้ว อะไรดีๆขอให้บอก ดีที่มันไม่ถูกจับสะก่อน
“เอ่อ เออ! ใช่ค่ะ เดี๋ยวพี่ให้ลูกน้องหาช่างมาเปลี่ยนยางให้เดมี่นะคะ แล้วพรุ่งนี้จะให้ขับไปส่งถึงที่เลย เดมี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” น้ำเสียงจริงใจกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แต่...จะสั่งให้ไปส่งรถตอนไหนอันนี้ขอคิดดูอีกที
ความลังเลเกิดขึ้นในทันที โดยเฉพาะกับเดมี่ เธอเป็นห่วงรถมากไม่อยากทิ้งรถเอาไว้แบบนี้เพราะรถเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เธอเหลืออยู่ นอกนั้นเอาไปฝากโรงจำนำไว้หมดแล้ว และอีกอย่างเธอรู้สึกไม่สบายใจเลยที่จะต้องอยู่ใกล้กับลีออน
ความตั้งใจแรกเลยเดมี่เลือกที่จะปฏิเสธน้ำใจจากสองหนุ่ม สุดท้ายก็ไม่พูดออกไปเพราะสงสารอมีนา เธอไม่ควรเอาความไม่พอใจส่วนตัวมาสร้างความลำบากให้กับเพื่อน จริงอยู่ว่าอมีนาพร้อมที่จะโบกรถตู้ประจำทางแล้วกลับกรุงเทพไปด้วยกัน แต่ว่า
สายตาที่เฮนรี่มองอมีนามันทำให้เดมี่เห็นแก่ตัวไม่ได้ เฮนรี่ยังรู้สึกเหมือนเดิมกับเพื่อนรักของเธอและมันแสดงออกมาชัดผ่านทางสายตาของเขา ลึกแล้วเดมี่ก็รู้ว่าอมีนายังมั่นคงกับเฮนรี่ไม่เคยเปลี่ยน แต่เหตุจำเป็นทำให้ทั้งคู่ต้องจบความสัมพันธ์กัน
“เดมี่เลือกแบบไหน มีนาก็จะตามใจเดมี่นะจ๊ะ” บอกแล้วว่าอมีนาต้องพูดแบบนี้
เดมี่ยิ้มให้เพื่อนก่อนจะหันไปมองหน้าลีออน มองใบหน้าจริงใจ(หรือเปล่า)ของเขา และรอยยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว เมื่อตัดสินใจกับตัวเองได้เธอจึงตอบออกไป
“เราสองคนคงต้องรบกวนพี่เฮนรี่กับคุณลีออนแล้วค่ะ” จบคำตอบของเดมี่ สองหนุ่มหันมองหน้ากันด้วยความดีใจอากงอาการไม่เก็บเลยสักนิด
“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้หญิง” ลีออนรีบเดินไปแย่งสัมภาระของเดมี่โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของด้วยพร้อมผายมือเชิญให้เดมี่เดินตามเขามา หญิงสาวมองตามมือก่อนจะเลิ่นสายตามามองหน้าเขาเล็กน้อย ‘คงไม่มีอันตรายหรอกมั้ง’ แอบคิดแต่ก็ยอมเดินคู่กับลีออนไปพลางหันกลับไปมองอมีนาเล็กน้อย
“พี่ขอถือให้นะครับ” เฮนรี่ยืนมือออกไปข้างหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาอาสาจะถือกระเป๋าเครื่องสำอางให้อมีนา ใบมันก็ไม่ได้ใหญ่มากหรอก แต่เขาอยากถือให้ด้วยความเต็มใจมาก
“ขอบคุณค่ะ”
อมีนายอมส่งกระเป๋าให้เฮนรี่เป็นคนถือ เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าไม่ยอมรับน้ำใจนี้ เขาก็จะแย่งไปจากมือของเธออยู่ดี เพราะเขาเป็นแบบนี้ เสมอ...
“เราจะนั่งไปกันหมดจริงๆเหรอคะ?” จะไม่ให้เดมี่ถามแบบนี้ได้อย่างไง เพราะรถของลีออนเป็นรถสปอร์ตสุดหรูรุ่นใหม่ล่าสุดที่นั่งได้แค่สองคนเท่านั้น แต่เรามีสี่คนจะนั่งไปอย่างไงหมด
“หมดค่ะ เพราะเดมี่จะนั่งไปกับพี่ ส่วนน้องมีนาจะไปนั่งคันของไอ้เฮนรี่” ชี้ไปยังรถแบบเดียวกันแป๊ะที่จอดอยู่ข้างๆ จะไม่ให้เหมือนกันได้ไงเพราะสองหนุ่มเขาเลือกซื้อด้วยกันและความบ้าทำให้เลือกรุ่นเดียวกันสีเดียวกันและต้องออกวันเดียวกันอีกต่างหาก ทำตัวเหมือนผัวเมียก็ไม่ปาน
“เชิญค่ะ” ลีออนเปิดประตูฝั่งข้างคนขับเพื่อให้หญิงสาวเข้าไปนั่งข้างใน แต่เดมี่ยังไม่ยอมเธอมองไปยังอมีนาที่พึ่งเดินมาถึงและใบหน้าของอมีนาก็มีคำถามเหมือนกันกับเดมี่เปี๊ยบ
“เอาไงมีล่ะมีนา เดมี่ไม่อยากแยกกับมีนา เราเปลี่ยนไปนั่งรถตู้กลับกันดีไหม”
อมีนาเกือบจะเห็นด้วยกับเดมี่อยู่แล้ว แต่พอมองเลยใบหน้าของเพื่อนไปยังลีออน เท่านั้นอมีนาก็รู้ว่าลีออนคงอยากใช้เวลาอยู่กับเดมี่มากกว่า
เอาจริงๆเธอเองก็แอบลุ้นให้ทั้งสองคนกลับมาคบกันเหมือนเดิม ตอนนั้นลีออนอาจจะพลาดไปแต่ดูจากตอนนี้อมีนารับรู้ได้ถึงความตั้งใจของเขา และเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้ชายคนไหนที่จะดูแลเดมี่ได้ดีเท่าลีออนอีกแล้ว เธอกล้าคิดแบบนั้นเพราะลีออนแสดงออกชัดเจนมาตลอดและดูแลเดมี่จนคนรอบข้างพากันอิจฉา อยากมีผู้ชายดีๆมาดูแลแบบนี้บ้าง คนเรามันตัดสินใจพลาดกันได้ และเราควรจะให้โอกาสเขาได้แก้ไข
“มันเริ่มค่ำแล้วนะเดมี่ เราสองคนเป็นผู้หญิงด้วย มีนาว่าเราแยกกันไปคนละคันก็ได้จ้ะ เพื่อความปลอดภัยนะ ห่างกันแป๊บเดียวเองเดี๋ยวพรุ่งนี้มีนาจะไปหาเดมี่นะจ๊ะ” ใบหน้าของเดมี่หมองลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่แย้งอะไรอมีนาออกไป เพราะเพื่อนเธอก็พูดถูกทุกอย่าง
“มีนาฝากเดมี่ด้วยนะคะพี่ลีออน ครั้งนี้ ดูแลให้ดีนะคะ” ชายหนุ่มยิ้มรับและเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของอมีนา
“ครับ พี่จะไม่ทำพลาดอีก ขอบคุณนะ” ทั้งสองพูดกันเสียงเบาจนเดมี่เริ่มอยากรู้แล้วว่าเขาคุยอะไรกัน แต่คงไม่ได้มีโอกาสถามเพราะอมีนาหันมากอดเธอแน่นๆและรีบเดินไปหาเฮนรี่ที่เปิดประตูรถรอเธออยู่แล้ว
“ขับรถดีๆนะเว้ยลีออน แล้วเจอกัน”
“เออ มึงก็ด้วย เจอกันเพื่อน” ลีออนโบกมือยืนรอให้เฮนรี่ขับรถออกไปก่อน
“ไปกันเลยไหมคะเดมี่” เอ่ยถามหญิงสาวที่ยังทำหน้าเศร้ามองตามรถของเฮนรี่ไป
“ค่ะ” ตอบเขาออกไปสั้นๆและก้าวเข้าไปนั่งในรถ เมื่อเห็นคนตัวเล็กจัดท่านั่งเรียบร้อยแล้ว ลีออนจึงก้มตัวเข้ามาเพื่อจะจัดการรัดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ
ห้องโดยสารภายในรถก็ดูเล็กเหลือเกิน เดมี่แทบกลั้นหายใจตัวเองตอนที่ลีออนรัดเข็มขัดให้เธอ เป็นอย่างนั้นเพราะแก้มข้างขวาของชายหนุ่มอยู่ห่างจากปลายจมูกของเดมี่เพียงลมหายใจกลั้น หากเธอปล่อยลมหายใจออกมาปลายจมูกอาจจะไปโดนแก้มของเขาก็ได้ ‘ยังใช้น้ำหอมกลิ่นเดิมเหรอ?’
“เรียบร้อยค่ะ”
“...” ช็อกสิจ๊ะ เพราะจังหวะที่ลีออนหันหน้ามาพูดกับเธอถึงแม้ว่าเขาจะขยับใบหน้าออกห่างประมาณหนึ่งแล้วแต่มันก็ไม่ห่างมากพอ จึงทำให้ปลายจมูกโด่งๆของทั้งสองคนชนกันอย่างแผ่วเบา
ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคม ทั้งสองมองสบกันนิ่งไม่มีใครกล้าขยับแม้กระทั้งจะหายใจยังไม่กล้าเลย ลีออนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ทำเขาหลงไหลไม่เคยเปลี่ยนและนั่นทำให้เขาเห็นความสั่นไหวในดวงตาคู่นั้น ความสั่นไหวนั่นไม่ใช่เกิดจากความกลัวหรือตกใจ แต่เป็นอย่างอื่นและมันเริ่มทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงขึ้น
