ตอนที่10 ไม่ใช่กระต่ายแต่เป็นแมวน้อยที่ซ่อนเคี้ยวเล็บ
ติ๊ง!
เสียงดนตรีในบาร์ดังจนกลบเสียงแจ้งเตือนข้อความ ทว่าหน้าจอสมาร์ดโฟนสว่างขึ้นจึงทำให้ชายหนุ่มรู้ตัว ตุลย์รีบเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาดูทันที ก่อนจะหัวเสียเมื่อได้อ่านข้อความจากเพื่อนตัวดีที่ผิดนัดอีกแล้ว
"เป็นอะไรของมึงว่ะ กูให้โทรตามไอกันต์เมื่อไหร่มันจะมาสักที"
เมฆหลังเห็นหน้าเพื่อนรีบเข้ามาบ่นทันที ก่อนจะชะโงกหน้าไปอ่านข้อความที่กันต์ส่งมา
'วันนี้กูไปไม่ทันแล้ว พรุ่งนี้ไว้ค่อยชดเชย'
ข้อความเพียงสั้นๆทำเอาเมฆโมโหไปอีกคน
"มาไม่ทันก็เหี้ยล่ะ! เพิ่งสองทุ่มเองวันเกิดมันแต่เจ้าตัวไม่มา ให้กูจัดทำหอกอะไร"
ติ๊ง!
ก่อนที่จะได้บ่นอะไรไปมากกว่านี้เสียงข้อความจากสมาร์ดโฟนของครามก็ดังขึ้น แต่ไม่ใช่ข้อความจากกันต์ที่ผิดนัด เป็นรุ่นน้องของเขาเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นหน้ามอ ส่งรูปเพื่อนตัวดีกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง
"จะมาได้ยังไง เสือของพวกมึงกำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองกระต่ายน้อยอยู่"
"กระต่ายน้อยที่ไหนของมึง"
เมฆเอ่ยพลางแย่งโทรศัพท์เพื่อนมาดู ก่อนจะพบว่าเป็นจริงอย่างที่เพื่อนพูด
"อ้อ กูก็ว่าทำไมช่วงนี้มันปฏิเสธนางฟ้าที่เข้ามาหาทุกครั้งเลยกูก็นึกว่ามันเรียนจนเหนื่อย ที่แท้ก็กำลังหลงกระต่ายน้อยอยู่นี่เอง"
"ถึงขนาดพาน้องเขาไปกินข้าวในวันเกิดตัวเอง กูว่ากระต่ายน้อยตัวนี้ไม่ธรรมดาว่ะ"
ตุลย์เอ่ยอย่างใช้ความคิด
"ถ้างั้นวันนี้กูจะกินให้ยับแล้วส่งบิลไปให้มันจ่าย โทษฐานที่ผิดนัดกู"
เมฆเอ่ยพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเหมือนคนหัวเสีย ก่อนจะพิมพ์ข้อความบางประโยคแล้วส่งไปหากันต์
......
ณ ร้านอาหาร
'อย่ากินข้าวจนอิ่มเกินล่ะ เดี๋ยวกินกระต่ายน้อยต่อไม่ได้ .....เพื่อนเหี้ย!'
กันต์อ่านข้อความที่เมฆส่งมาก่อนจะส่ายหน้าแล้วปิดสมาร์ดโฟนไว้
น้ำหนาวแอบชำเลืองตามองหน้าคนตัวโตเป็นพักๆ เธอรู้สึกทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะชวนเขาคุยอะไร แบบนี้เรียกเดทได้หรือเปล่านะ กินข้าวสองต่อสองกับคนที่ตัวเองแอบชอบมาสามปี ความสุขมันล้นใจจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้
"คือว่า....วันนี้ขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่ทำให้พี่ผิดนัดกับเพื่อน"
น้ำหนาวเอ่ยขึ้นอย่างชวนคุย
"เราก็รับผิดชอบพี่อยู่นี่ไง"
คำพูดสองแง่สองง่ามทำเอาคนที่ได้ฟังใจเต้น กันต์มองสำรวจใบหน้าเล็กที่นั่งฝั่งตรงข้าม นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้มองหน้าเธอชัดๆหลังคาดกันไปหลายครั้ง ผู้หญิงคนอื่นๆกล้าที่เผชิญเข้าหาเขาซึ่งๆหน้า แต่กับหญิงสาวแล้วเธอกล้าๆกลัวๆ เดิมทีเขาพอเดาออกแล้วว่าเธอรู้สึกยังไงกับตน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันท่าทีแบบนี้กลับเรียกความสนใจของเขาได้ เธอไม่ได้เดินหน้าเข้าหาเขาตรงๆ แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกลับสัมผัสได้ว่ามีเธอวนเวียนอยู่รอบตัวเขาตลอดเวลาๆ
"หนูไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดพี่มาก่อนเลยไม่มีของขวัญให้ งั้นข้าวมื้อนี้หนูขอเลี้ยงนะคะ ถือว่าขอโทษเรื่องของเพื่อนพี่ก่อนหน้านี้ด้วย"
"นี่!สาวน้อย หน้าที่เลี้ยงข้าวมันของผู้ชาย เรากำลังทำให้พี่เหลือตัวเท่านี้นะ"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางชี้ไปยังแมวน้อยที่นอนอยู่บนเบาะนุ่มไม่ไกล ทำเอาหญิงสาวหลุดหัวเราะออกมา น้ำหนาวที่ได้ยินแบบนั้นจึงเปิดกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบคุกกี้ออกมา
"งั้น.....รับเป็นคุกกี้แทนได้ไหมคะ"
"........"
กันต์รับมาก่อนจะพลิกดู มันคือคุกกี้โฮมเมดที่เธอทำเองไม่เหมือนกับที่ขายทั่วไป
"เอ่อ....หนูทำเองค่ะ หน้าตามันเลยแปลกนิดหน่อย แต่รับรองได้นะคะว่ากินได้แน่นอน"
หญิงสาวรีบอธิบายทันที กลัวว่าเขาจะไ่ม่กล้ากิน
"พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ขอบคุณครับ นี่คือของขวัญวันเกิดชิ้นแรกของปีนี้เลย"
กันตืเอ่ยพลางฉีกยิ้มกว้าง ทว่าจู่ๆขณะนั้นเองกลับมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งตรงมาที่โต๊ะของคนทั้งคู่ ใบหน้าคมแสดงความเบื่อหน่ายและเย็นชาออกมาทันทีจนคนตัวเล็กสังเกตได้ แววตาอาฆาตจับจ้องมาที่น้ำหนาวหลายคู่จนดวงตาคมต้องตวัดสายตาแรงใส่พวกเธอเหล่านั้น วันดีๆแบบนี้แต่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาแบบเธอกลับได้มานั่งกินข้าวสองต่อสองกับชายหนุ่มได้ มีหรือที่ใครจะไม่อิจฉา
"พี่กันต์ สุขสันต์วันเกิดนะคะ เค้กก้อนนี้ออมทำเองกับมือเลย แล้วก็มี....ผ้าพันคอนี่ด้วย"
ออมดาวคณะเอ่ยพลางวางมันลงบนโต๊ะต่อหน้าหญิงสาว
"เอ่อ...ถ้างั้นหนูกลับก่อนก็ได้ค่ะ"
น้ำหนาวเอ่ยพลางเก็บกระเป๋าเตรียมออกไป ไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกินคนทั้งคู่
"นั่งลง!"
เสียงทุ้มเอ่ยพลางมองมาทางหญิงสาว เธอจึงนั่งลงกับที่เช่นเคย
"แต่ออมมีเรื่องจะคุยกับพี่กันต์นะคะ"
หญิงสาวคนนั้นยังคงตื้อชายหนุ่มไม่หยุด
"วันนี้เรามีนัดกันเหรอครับ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามเพียงสั้นๆ
"ไม่ค่ะ แต่วันนี้วันเกิดพี่นะคะ กว่าออมจะหาพี่เจอว่าอยู่ที่นี่ก็เสียเวลาไปหาถึงร้านพี่ตุลย์เลย"
หญิงสาวไปหาชายหนุ่มที่บาร์แล้วแต่กลับไม่พบ พอถามสามหนุ่มก็ไม่มีใครยอมบอก จนเพื่อนของเธอส่งข้อความมาบอกว่าเขาอยู่ที่นี่จึงรีบตามมาทันที
น้ำหนาวดูท่าทีของคนทั้งคู่อย่างใช้ความคิด พี่กันต์ไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่ผู้หญิงที่ชื่อออมคนนี้ก็ตื้อไม่หยุด ก่อนหน้าเขาบอกว่ายังไม่มีแฟน นั่นก็แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แฟนเขา
"กลับไปครับ อย่ามายุ่งกับผม"
ถึงแม้ถ้วยคำจะสุภาพแต่สีหน้าและท่าทีกลับเหมือนคนกำลังหมดความอดทน
"ไม่เอาค่ะ วันนี้...."
"ขอโทษนะคะ กรุณามีมารยาทด้วยฉันกำลังทานข้าวกันอยู่"
น้ำหนาวเอ่ยออกไปด้วยความโมโห ผู้หญิงที่ชื่อออมทำอย่างกับว่าเธอเป็นธาตุอากาศ สนใจแต่สิ่งที่ตนเองต้องการ
"แล้วน้องมายุ่งอะไรด้วย"
ออมกำลังเอื้อมมือมากระชากน้ำหนาวที่ขึ้นเสียงใส่ทว่ากลับช้ากว่าเธอ มือเรียวคว้าข้อมือของออมไว้ได้ก่อน กันต์ที่ว่าเร็วแล้วกลับเข้ามาขวางช้ากว่าด้วยซ้ำ
"เทควันโดสายดำ จะลองดูก็ได้นะคะ แต่ฉันรับรองว่าขาของฉันไวกว่ามือของคุณมาก"
แววตาที่เต็มไปด้วยความโมโหจ้องเขม็งออมอย่างเอาเรื่อง กันต์ที่เห็นเช่นนั้นรีบดึงตัวออมออกไปให้ไกล ไม่ให้มายุ่งกับน้ำหนาวอีก ก่อนจะส่งสายตาไปให้เจ้าของร้านที่รู้จักกันดีเพื่อบอกเรื่องค่าอาหารมื่อนี้ ก่อนจะหยิบกระเป๋าของคนตัวเล็กที่วางอยู่จากนั้นโอบไหล่เธอออกไปขึ้นรถ
"เดี๋ยวสิกันต์ กันต์! กลับมาคุยกับออมก่อนสิค่ะ กันต์!"
เสียงของออมดังตามหลังคนทั้งคู่ไปกระทั่งรถหรูเคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว
......
บนรถ
"เรานี้ก็ดุใช้ได้เลยนะ"
ชายหนุ่มเอ่ยบอกหญิงสาวขณะที่กำลังขับรถไปส่งเธอ
"หนูทำให้แฟนของพี่โกรธหรือเปล่าคะ"
น้ำหนาวเอ่ยถามเสียงเบา เมื่อสักครู่เธอรำคาญจริงๆ อีกทั้งเธอไม่ชอบให้ใครมาแสดงกิริยาแบบนี้ต่อหน้าเธอ ถึงหน้าตาจะเป็นคนดูเหมือนหัวอ่อน ทว่ามันเป็นเพียงกำแพงที่สร้างขึ้นมาเพื่อไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายชีวิตที่เงียบสงบของเธอก็เท่านั้น
"ความใจกล้าเมื่อสักครู่หายไปไหนหมดน่ะ"
"....."
ท่าทีเงียบไปของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะข้างๆทำให้เขารู้สึกเอ็นดู ใครว่าเธอคือกระต่ายน้อยที่ไม่สู้คนกัน นี่มันแมวน้อยที่ซ่อนเคี้ยวเล็บได้อย่างมิดชิดต่างหาก มือหนาที่จับพวกมาลัยรถเอื้อมมาวางบนศีรษะเล็กเบาๆ ทำเอาน้ำหนาวสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ
"เขาโกรธแล้วยังไง เรื่องระหว่างพี่กับเขาจบไปนานแล้ว ออมไม่ใช้แฟนพี่สักหน่อย ตอนนี้พี่ไม่มีเจ้าของครับ"
"ค่ะ"
น้ำหนาวรับคำเพียงสั้นๆ
"หอเราอยู่ไหน พี่จะไปส่ง"
"เอ่อ....ไม่ต้องค่ะ ส่งที่อาคารเครื่องมือก็พอ น้ำหนาวต้องกลับไปเอารถกลับด้วย"
"ก็ได้ครับ"
กันต์เอ่ยพลางปล่อยมือจากศีรษะมาจับพวกมาลัยรถเช่นเดิม น้ำหนาวยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองจัดทรงเบาๆ "เขาไม่รู้หรือยังไงถ้าไม่รักไม่ชอบใครห้ามลูบหัว แบบนี้หัวใจสาวน้องของฉันจะต้านได้ยังไงกัน" น้ำหนาวเอ่ยกับตนเองในใจและแอบชำเลืองมองเขาเล็กน้อย เธอไม่อยากให้ถึงจุดหมายเร็วเลย อยากนั่งอยู่ข้างๆเขานานกว่านี้อีกหน่อย
