
บทย่อ
การกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง แต่กลับมีเพียงเขาที่จำเธอได้ สิ่งนี้ทำให้เขาแทบบ้าเพราะคนที่เคยวิ่งตามเขายอมมอบให้เขาทั้งตัวและหัวใจ หกปีที่ห่างหายเธอเองมีคนของใจใหม่ สายตายามที่ได้พบเขาอีกครั้งเหมือนคนแปลกหน้า ท่าทีแบบนี้เธอไม่ได้โกหกแน่ ก่อนจากกันมันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เธอลืมทุกอย่างเกี่ยวกับเขาแม้กระทั้งชื่อ..... "ไม่ได้เจอกันนาน ไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนที่ทั่ววงการโลหะอยากได้ตัวไปร่วมงานด้วยมากที่สุด" "เรา....เคยเจอหรือรู้จักกันเหรอคะ" "รู้จักดีเลยล่ะ แม้กระทั้ง.....ปานเล็กๆที่อยู่ใต้ราวนม....ของเธอ" เพี๊ยะ! "หยาบคาย! ที่ฉันเลือกร่วมงานกับเอเพ็กซื สติล เพราะแนวทางบริษัทของคุณตรงกับความสามารถของฉัน หากรู้ว่าเจ้าของบริษัทปากเสียแบบนี้ ฉันไม่ตอบตกลงร่วมงานด้วยให้เสนียดติดตัวแน่ สัญญาที่เซ็นร่วมงานไปเมื่อสักครู่ฉันขอยกเลิก และหวังว่าเราจะไม่พบกันอีก!" "ไม่พบกันหกปีปากดีขึ้นเยอะเลยแหะ แต่ว่า....สายตาที่มองเหมือนว่าเธอไม่ได้โกหก จำฉันไม่ได้งั้นเหรอ...." สี่ปีในรั่วมหาลัยตั้งแต่วันที่เธอได้ตกหลุมรักเขา เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อมอบความรู้สึกดีๆให้ ในสายตาคนภายนอกเธอและเขาเป็นเพียงรุ่นพี่รุ่นน้องในสาขา แต่สิ่งที่เขามอบให้กลับเป็นเพียงคู่นอนในความลับ เขาใช้ความจริงใจของเธอสนองความต้องการของตนเอง เพราะรู้ดีว่ายังไงคนแบบเธอก็ไม่เปลี่ยนใจไปจากเขาได้ แต่วันสุดท้ายในงานรับปริญญา ผู้หญิงที่ยืนข้างกายเขากลับไม่ใช่เธอ เธอทำได้เพียงยืนมองเขาทั้งคู่จากที่ไกลและเดินออกมาพร้อมความเจ็บปวด เธอตัดสินใจเอาทุกความรู้สึกกลับมาที่ตนเอง พัฒนาทุกด้านจนไร้ที่ติ ไ่ม่ใช่เพื่อเอาใจเขา.... แต่เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นคำว่าไม่คู่ควร จนวันหนึ่งเธอจึงตระหนักได้ว่า เธอเดินมาไกล และมีค่ามากกว่าที่จะไปร้องขอความรักจากผู้ชายแบบเขาแล้ว กันต์ กิตติพัชน์พิชญเดชา เจ้าของบริษัทเอเพ็กซ์ สติล บริษัทผลิตจำหน่ายโลหะครบวงคร โดยมีเครือข่ายตั้งแต่การหลอมเหล็ก ขึ้นรูป ชุบแข็ง และส่งออกไปยังต่ายประเทศ น้ำหนาว ธันยการณต์ วรากุล นักศึกษามากฝีมือจากมหาลัยชั้นนำต่างประเทศ นับว่าเป็นคนที่บริษัทโลหะทั่วประเทศต้องการอยากร่วมงานด้วยตั้งแต่เรียนยังไม่จบ วิจัยและผลงานโด่ดเด่น เป็นเพชรเม็ดงามดวงใหม่
ตอนที่ 1 ความรู้สึกของคนที่คุ้นเคย
ณ บริษัททีเพ็กซ์ สติลไวม์
ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก!
เสียงเคาะปลายปากกาบนโต๊ะเบาๆอย่างใช้ความคิด ขณะที่มืออีกข้างกำลังกุมขมับมองกราฟรายงานคุณภาพหลังการอบชุปเหล็กด้วยความร้อนที่ดิ่งลง ดวงตาคมไม่ละสายตาไปจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะทำงานหรู ตลอดหลายปีมานี้ ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุด ประสิทธิภาพของเหล็กที่ผลิตมีคุณภาพลดลง ทั้งที่ตัววัตถุดิบและกระบวนการผลิตเหมือนเดิมทุกขั้นตอน หลายเดือนแล้วที่เขาพยายามหาทางแก้แต่กลับไม่พบจุดที่เป็นปัญหา
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาที่อยู่มุมโต๊ะ ตัวเลขบอกว่าตอนนี้เก้าโมงเช้าแล้ว แต่ถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานมีร่องรอยของการดื่มไปแล้วถึงสองแก้ว
"เข้ามา!"
สิ้นเสียงอนุญาตประตูก็เปิดออกพร้อมกับหญิงสาวอายุสามสิบแปดปี เลขาส่วนตัวที่ทำงานกับชายหนุ่มเข้าปีที่หกแล้ว
"คุณกันต์คะ นี่คือข้อมูลส่วนตัวของคุณเนตรนภาค่ะ เรามีนัดเซ็นสัญญาเริ่มทำงานที่คุณบอกจะคุยกับเธอเองเวลาสิบโมงตรง ตอนนี้เธอน่าจะกำลังเดินทางมาถึงแล้ว"
จินดาเอ่ยรายงานผู้เป็นนายก่อนจะวางแฟ้มข้อมูลส่วนตัวบนโต๊ะ
"อืม"
ชายหนุ่มเอ่ยรับเสียงเบาในลำคอ ไม่ได้สนใจแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยซ้ำ จินดาจึงเดินออกไปไม่รบกวนผู้เป็นนายอีก
ชายหนุ่มเองก็รับนักศึกษาจบใหม่มาทุกปี ไม่ว่าจะจบจากในประเทศหรือมหาลัยชั้นนำต่างประเทศ ในใจของเขาไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน ฝีมือโดดเด่น ผลงานยอดเยี่ยมจนบริษัทอื่นๆต้องแย่งตัวกันมากเพียงใด แต่พอเข้ามาทำงานจริงกลับแก้ปัญหาไม่ได้มีเยอะแยะ ส่วนคนนี้อาจารย์พ่อตอนที่เรียนปริญญาเอกแนะนำ จึงจำใจต้องแย่งมาโดยที่ในใจไม่ได้หวังเลยว่าเธอจะแก้ปัญหาให้กับบริษัทเขาได้
เฮ้อ~
ร่างใหญ่ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เอนกายพิงเก้าอี้ยกมือขยี้ตาตนเองเบาๆ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นนามสกุลบนหน้าปกของคนที่เขาต้องไปพบอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยความตะขิตใจ มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มมาเปิดดูผ่านๆ แต่ภาพของผู้หญิงในรายงานข้อมูลส่วนตัวทำให้คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย และยกยิ้มที่มุมปากด้วยความพอใจ
"เนตรนภา วรากุล งั้นเหรอ...เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนช่องทางการติดต่อ มิน่า....หกปีมานี้ฉันถึงหาเธอไม่พบ"
.........
ท่ามกลางตึกสูงใจกลางเมืองหลวง ที่รอบข้างเต็มไปด้วยการจราจรและผู้คนที่ดูเร่งรีบ กลับมีสำนักงานใหญ่ 3 ชั้น ที่ดูแตกต่างออกไป ตัวอาคารใช้กระจกผืนใหญ่เต็มบานเพื่อรับแสงธรรมชาติ ช่วยให้พนักงานไม่รู้สึกอึดอัด ตัดสลับกับระแนงไม้หรือโครงเหล็กสีดำ มีระเบียงยื่นออกมาในแต่ละชั้นเพื่อจัดเป็นสวนหย่อมลอยฟ้าให้นั่งพักผ่อน ดูจากรสนิยมแล้วเจ้าของบริษัทนับว่าใส่ใจลูกน้องเป็นอย่างมาก
เท้าเรียวก้าวขึ้นบันไดตรงเข้ามาในสำนักงานใหญ่ ในมือมีเอกสารฉบับหนึ่งกอดไว้แน่น แต่งกายด้วยชุดสุภาพดูก็รู้ว่าเธอเข้ามาติดต่อธุระแทนที่จะเป็นพนักงานประจำ
"สวัสดีค่ะ ฉันเนตรนภา วรากุล วันนี้เข้ามารายงานตัวเพื่อเซ็นสัญญาทำงานค่ะ"
หญิงสาวบอกชื่อตนเองและวันนี้เธอมาทำอะไรให้พนักงานต้อนรับได้รู้
"นี่คือคีย์การ์ดเปิดประตูไปยังห้องผู้บริหารอยู่ชั้นสามค่ะ หากขึ้นไปแล้วติดต่อที่คุณจินดาอีกครั้งนะคะ"
พนักงานต้อนรับเอ่ยพลางยื่นคีย์การ์ดให้เธอ
"ต้องเข้าพบผู้บริหารด้วยเหรอคะ"
หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอทำการบ้านมาก่อน ถึงแม้จะมีหลายบริษัทติดต่อมาแต่กันต์เพ็กซ์ สดิลไว์เป็นบริษัทใหญ่ มีบริษัทในเครือถึงสี่แห่ง ผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้ต้องลงมาคุยสัญญาเริ่มงานกับเธอด้วยตัวเองเลยเหรอ
"คุณกันต์แจ้งเอาไว้แล้ว เชิญคุณเนตรนภาขึ้นไปได้เลยค่ะ"
"อ่อ...ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวรับคำแบบงงๆก่อนจะเดินเข้าไปขึ้นลิฟต์ ในใจของเธอตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่าวันสอบวิทยานิพจน์จบเสียอีก ก็แน่อยู่แล้วนี่คืองานแรกในชีวิตหลังเรียนจบ ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา หญิงสาวเบาลมหายใจเข้าออกเบาๆอย่างเรียกสติ
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์ดังขึ้นบอกว่าเธอขึ้นมาถึงที่หมายแล้ว มันเร็วเหมือนกับว่าเธอวาบได้เสียอีก
"สู้ๆยัยหนาว เธอทำได้และจะทำได้ดีมากด้วยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจก่อนจะแตะคีย์การ์ดที่หน้าประตูแล้วเดินเข้าไป
"เอ่อ....สวัสดีค่ะฉันเนตรนภา"
"สวัสดีค่ะ พี่ชื่อจินดานะ เรามาก่อนเวลาห้านาที เดี๋ยวพี่ขอเข้าไปรายงานคุณกันต์ก่อนว่าสะดวกให้เข้าพบเลยไหม รอสักครู่นะจ๊ะ"
จินดาบอกหญิงสาวให้นั่งรอหน้าห้องก่อนจะหายเข้าไปด้านใน ตอนนี้มือของเธอเย็นเฉียบ แต่ก็ยืนรอไม่นานจินดาก็กลับออกมาพร้อมรอยยิ้ม
"น้องเนตรนภาเข้าไปได้เลยค่ะ คุณกันต์รออยู่แล้ว"
"พี่จินดาเรียกหนูว่าน้ำหนาวก็ได้ค่ะ"
"ได้จ๊ะ สู้ๆนะ คุณกันต์แกเป็นคนใจดีไม่ต้องกังวล"
จินดาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม หญิงสาวยิ้มกว้างตอบกลับไปก่อนจะผลักประตูเดินเข้าไปในห้อง
แสงอาทิตย์ในช่วงยามสายส่องผ่านกระจกหนาเกือบถึงพลางห้อง กระทบกับแว่นกรอบสีเงินเล็กๆบนใบหน้าคม ทว่าในห้องมิได้รู้สึกร้อนเลยแต่กลับเย็นยะเยือกจนขนลุก บุรุษในชุดสูทสีเทาดูเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เครื่องหน้านับว่าหล่อเหลายิ่งกว่าพระเอกซีรีส์ที่เธอชอบดู อีกทั้งได้กลิ่นหอมสะอาดจากน้ำหอมแบรนด์หรูปนกับกลิ่นหอมจางๆจากตัวของเขา ดูเป็นเอกลักษณ์ลอยมาประจุจมูกเรียวของเหยิงสาว กลิ่นนี้ช่างคุ้นเคยแต่จำไม่ได้ว่าเคยได้กลิ่นนี้ที่ไหน เหมือนกับว่า....เป็นกลิ่นในอดีต
"นี่เหรอคุณกันต์ กิตติพัชร์ พิชญเดชา เจ้าของบริษัทกันต์เพ็กซ์ สติลไวน์ มองด้วยเนื้อก็แล้วดูดีกว่าในข่าวที่ฉันเคยเห็นซะอีก นี่สินะอ่อร่าตัวเอกในชีวิตจริง ความสามารถก็ครบเครื่อง หน้าตาเอ่ย หุ่นเอ่ย มองจากระยะสองรอยเมตรก็รู้ว่าหุ่นแบบนี้ต้องมีซิกแพคกล้ามโตๆแน่เลย แต่ก็นะไม่เคยได้ยินข่าวเรื่องผู้หญิงของเขาเลย หรือว่า....เขาไม่มองหญิง โอ๊ย~ เสียดายของอ่า แต่ไม่เป็นไรฉันผันตัวไปเป็นสาววายได้ ขอแค่ได้มองหน้าหล่อๆแบบนี้บ่อยๆก็พอ" น้ำหนาวเอยกับตนเองในใจ ขณะที่ยังคงยืนอยู่ตรงประตูห้อง
"จะยืนจ้องฉันอีกนานไหม "
