ตอนที่ 11 กระต่ายน้อยตัวนี้มีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น
ทันทีที่น้ำหนาวมาถึงห้องก็โยนข้าวของก่อนที่จะล้มตัวลงนอนไปกับเตียงนุ่ม วันนี้เธอเหนื่อยทั้งกายและใจ ใครจะรู้ว่าขณะที่เธออยู่ใกล้ชายหนุ่มต้องเก็บอาการมากแค่ไหน นี่สินะอาการของคนที่แอบชอบใครมากๆต้องทำตัวให้ธรรมชาติที่สุด ไม่เผยพิรุธและข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้ เมื่อคิดมาถึงตอนนี้เธอก็รีบดีดตัวเองขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอไปเข้าเรียนสาย น้ำหนาวหยิบสมาร์ดโฟนขึ้นมาถ่ายขวดไวน์แดงเมื่อคืนและลงข้อความว่า 'ตัวต้นเหตุที่ทำให้ฉันถูกหักคะแนนวันนี้' เมื่ออัปเดตขึ้นโซเชียลเสร็จ เธอก็วางมันไว้เหมือนเดิม
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าก่อนที่เธอจะได้เดินไปไกล น้ำหนาวเดินถอยหลังกลับมาสองก้าวพร้อมเอนตัวมองที่หน้าจอว่าใครส่งข้อความมา ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอตาโต จนต้องยกมือป้องปากอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ชื่อเจ้าของข้อความที่ส่งมาคือชื่อเดียวกับที่เธอพิมพ์ในช่องค้นหาทุกคืนก่อนนอน เพื่อดูการเคลื่อนไหวของเขา น้ำหนาวหยิบขึ้นมาและเปิดอ่านข้อความด้วยมือที่สั่นเทา
กันต์ กิตติพัชร์ : นี่สินะ สาเหตุที่ทำให้เรามาสาย
น้ำหนาว : จะไม่กินอีกแล้วค่ะ
น้ำหนาวพิมพ์ตอบกลับด้วยมือสั่นขณะส่งข้อความกลับไป
กันต์ กิตติพัชร์ : กินได้ แต่วันไหนที่มีเรียนก็อย่ากินเยอะ ว่างๆชวนพี่ด้วยนะ
น้ำหนาว : ได้ค่ะ
กรี๊ด~~~~~
น้ำหนาวกรี๊ดออกมาขณะที่หมุดหน้าลงไปกับหมอนเพราะกลัวว่าเสียงดังจนรบกวนข้างห้อง ไม่รู้ว่าเธอต้องชอบเขามาขนาดไหนกันนะ ข้อความเพียงไม่กี่ประโยคกลับทำให้เธอมีความสุขมากมายถึงเพียงนี้
"เดี๋ยวนะ พี่เขารู้ได้อย่างไร"
น้ำหนาวพึมพำตนเองอย่างใช้ความคิด ก่อนที่จะดูที่การแจ้งเตือน จึงทำให้พบว่าเมื่อคืนเธอน่าจะเผลอส่งคำขอไปเพราะอาการเมา หลังจากส่องโซเชียลเขาก่อนนอนเหมือนทุกครั้ง
"แกก็มีประโยชน์เหมือนกันนะเนี่ยที่ปลุกความกล้าให้ฉันขนาดนี้ ไหนๆพรุ่งนี้ก็ไม่มีเรียนแล้ว งั้นดื่มแกเพื่อให้รางวัลสักหน่อยแล้วกัน"
เธอหันไปยังขวดไวน์จากนั้นก็รินใส่แก้วและยกดื่มฮัมเพลงเบาๆด้วยความอารมณ์ดี วันนี้ได้อยู่ใกล้พี่เขาตามลำพัง ได้ฉลองวันเกิดให้คนที่ตัวเองชอบ ได้ไปกินข้าวสองต่อสอง ได้ให้ของขวัญเป็นคุกกี้ที่ทำเอง อีกทั้งได้นั่งรถที่เขาเป็นคนขับ แค่คิดเรื่องราวต่างๆที่เกิดวันนี้ถึงมันจะแสนธรรมดาแต่มันก็ทำให้เธอฉีกยิ้มไม่หุบแล้ว ก่อนจะรีบโทรเล่าเรื่องดีๆแบบนี้ให้หนูดีฟัง ถึงความคืบหน้าเส้นทางการแอบรักพ่อหนุ่มตัวหอมของตัวเอง
......
ณ Behind the Mist Bar
ติ๊ง!
เสียงข้อความจากสมาร์ดโฟนดังขึ้นอีกครั้ง กันต์เปิดอ่านทันทีก่อนจะยิ้มกว้างให้กับข้อความที่ตอบกลับ ทำเอาเพื่อนทั้งสามที่สังเกตชายหนุ่มตั้งแต่มาถึง ต้องเข้ามาแอบดูว่าคุยกับใคร ทว่ากันต์กลับเอียงตัวหลบทัน
"อะไรของมึง! มาช้าแล้วมัวแต่นั่งยิ้มให้โทรศัพท์อยู่อย่างนั้น กูบอกเลยนะ วันนี้กูจะกินให้ยับจนมึงล้มละลายเลยคอยดู"
เมฆเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังน้อยใจเรื่องก่อนหน้านี้
"มึงก็ไปแซวมัน ดีแค่ไหนแล้วที่วันนี้มันเปลี่ยนใจมาได้ มาเร็วแบบนี้กระต่ายน้อยกระโดดหนีไปไม่ให้กินหรือยังไงว่ะ"
ตุลย์เอ่ยพลางหัวเราะ
"เก็บปากพวกมึงไว้แดกเหล้าเถอะ!"
"อะไรวะพูดแค่นี้หวง ก็ได้ๆ ในเมื่อกระต่ายน้อยตัวนี้มีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น ต่อไปกูก็จะไ่ม่แตะต้อง"
เมฆเอ่ยพลางยกเหล้าขึ้นดื่ม แต่สายตาครามที่นั่งอยู่ข้างๆกลับไปสะดุดเข้ากับคุกกี้ที่วางอยู่บนโต๊ะ เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแต่กลับถูกมือหนาตีหลังมือเข้าอย่างจัง จากนั้นหยิบมันมาถือเอาไว้ไม่ให้ใครแตะต้อง
"เป็นเหี้ยอะไรของมึง บอกพวกกูไม่ให้มีเค้กแต่มาหวงคุกกี้กับกูชิ้นเดียวเนี่ยนะ"
ครามเอ่ยถามอย่างคนอารมณ์เสีย เป็นเพื่อนกันเก้าปี ครามไม่เคยเห็นเพื่อนคนนี้กินขนมหวานเลยสักชิ้น มีแต่เบี่ยงหน้าหนีทุกรอบ มาหวงคุกกี้ที่ดูก็รู้ว่าหวานมากเป็นแน่ขนาดนี้ทำไมกัน
"น้องเขาให้มาเหรอ"
ครามกระซิบบถามเบาๆ
"มึงนี่ก็ขี้เสือกเหมือนไอเมฆเหมือนกันนะ"
"อ่าวไอเวร"
เมฆด่ากลับก่อนจะลุกเดินออกไปยังโต๊ะสาวสวยที่อยู่ไม่ไกล ปล่อยให้เพื่อนตัวดีนั่งยิ้มกับโทรศัพท์ไปคนเดียว
.
3 เดือนผ่านไป
"วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบปลายภาคแล้วนะครับ อาทิตย์หน้าอาจารย์จะพาพวกเราไปดูงานต่างจังหวัดของรายวิชานี้ อาจารย์หวังว่าทุกคนจะไปครบทุกคนนะครับ ใครจะไปลงชื่อกับพี่เมย์ได้เลยครับ"
อาจารย์ผู้สอนเอ่ยขึ้นหลังสอบเสร็จ เพื่อแจ้งให้ทุกคนได้รู้
"น้ำหนาวแกไปเปล่า"
ฝนที่ลงเรียนวิชานี้ด้วยทำให้ทั้งคู่สนิทกันเอ่ยถาม
"ฉันยังไม่ใจเลยอะฝน ช่วงนี้ฉันงานยุ่งมาก"
น้ำหนาวเอ่ยอย่างเป็นกังวลช่วงนี้เธองานเยอะจริงๆไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเรื่องเดียว เนื่องด้วยช่วงที่ไปดูงานตามวันที่อาจารย์แจ้งนั้นเป็นช่วงสิ้นเดือน งานเขียนของเธอจะต้องรีบปิดเล่มให้เสร็จตามเวลาที่วางไว้ ตอนนี้งานเขียนที่เธอเพิ่งเขียนไปยังไปไม่ถึงไหนเลย
"ถ้าแกไปฉันจะไป แต่ถ้าแกไม่ไปฉันเองก็ไม่ไป"
"ฉันว่าแกไปเถอะนะ โอกาสดีๆแบบนี้หายากนะ"
น้ำหนาวเอ่ยอย่างลำบากใจ เธอเองก็อยากไปเช่นกันแต่อย่างไรงานก็ต้องมาก่อนเสมอ
"ก็ฉันไม่มีเพื่อนนี่."
"มีใครยังไม่ลงชื่ออีกไหมคะ"
พี่เมย์เอ่ยถามอีกครั้งเสียงดัง เนื่องจากการไปดูงานครั้งนี้มีนักศึกษาส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดลงชื่อไป
กันต์หันมามองคนตัวเล็กที่แสดงสีหน้าเหมือนกำลังลำบากใจ แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลายเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้พูดคุยกับหญิงสาวอีกเลย เพียงแค่เห็นการเคลี่องไหวของเธอผ่านโลกโซเชียลเท่านั้น ตั้งแต่วันนั้นเขาแน่ใจแล้วว่าหญิงสาวนั้นมีใจให้เขาแน่ๆ แต่เป็นเพราะอะไรทั้งที่นี่คือโอกาสที่เธอจะได้อยู่ใกล้เขามากขึ้นแท้ แต่กลับมีสีหน้าลังเลแบบนั้น
"ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะไปหรือเปล่า สามารถมาลงชื่อทีหลังได้นะครับ"
กันต์เอ่ยขึ้นพร้อมหันหน้าไปทางน้ำหนาว เหมือนกำลังบอกเธอว่า...ถ้าตอนนี้ยังไม่แน่ใจก็เอากลับไปคิดก่อน หญิงสาวพยักหน้ารับ ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับไป
"เมย์ พี่ขอกระดาษรายชื่อคนไปดูงานหน่อยครับ"
"นี่ค่ะ"
เมย์เอ่ยพลางยื่นให้ชายหนุ่ม กันต์รับมาก่อนจะเขียนชื่อธันยกานต์ วรากุล ลงไป
"เมื่อกี้น้องเขายังไม่ให้คำตอบไม่ใช่เหรอ"
"พี่ต้องเอารายชื่อไปส่งอาจารย์แล้ว ค่าใช้จ่ายในส่วนของน้องน้ำหนาวพี่จะจ่ายให้เอง"
กันต์เอ่ยจบก็ยื่นรายชื่อให้หญิงสาวและเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งเมย์ยืนนิ่งเต็มไปด้วยความสงสัย สิ่งที่เขาทำเหนือความคาดหมายไปมากจริงๆ ถ้าถามว่ารุ่นน้องที่ชายหนุ่มสนิทที่สุดก็คงเป็นเธอ เพราะเธอไม่มีวันคิดเกินเลยกับเขาเหมือนคนอื่นๆอีกทั้งไม่ชอบผู้ชาย สิ่งนี้อาจทำให้กันต์สบายใจมากกว่าอยู่ใกล้รุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงคนอื่นๆ
