ตอนที่ 8 พี่กันต์มีแฟนหรือยังคะ
ฟุบ!
ร่างบางทิ้งตัวลงเตียงกว้างหลังเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกปวดตามเนื้อตัวทว่าเมื่อมองไปยังกองรางงานที่ต้องนำเสนอพรุ่งนี้ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ภารกิจยังไม่เสร็จ มือเรียวคลำหาสมาร์ดโฟนแล้วกดโทรหาเพื่อนสาว
"ฮัลโหล~ ว่าไงย๊ะ หนีไปหาอะไรทำเพื่อตัดใจจากพี่เขาคืนแรกก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ"
เสียงแหลมดังออกมาจากสมาร์ดโฟนจนหญิงสาวต้องกดปุ่มเปิดลำโพงแล้ววางไว้บนเตียงนุ่ม
"เฮ้อ~ แกรู้ปะว่าฉันเจอใครที่นี่"
น้ำหนาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่แผนวางไว้กลับล่มไม่เป็นท่า
"เจอใครย๊ะ เดี๋ยวนะ! นี่แกกำลังจะบอกว่าเจอพี่กันต์ที่เขาใหญ่เหรอ"
เสียงจากปลายสายตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ก็ใช่น่ะสิ!"
"อร๊ายๆๆๆๆ พรหมลิขิตปะ"
น้ำหนาวเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียดหยิ๊บจนปลายสายต้องร้องกรี๊ดไปหลายต่อหลายครั้ง สองสาวพูดคุยกันกินเวลายาวไปเกือบชั่วโมง
"นี่อาจจะเป็นเวลาเหมาะสม ที่แกต้องเปิดเผยความลับที่ซ่อนมันมาตลอดสองปี"
"ฉันว่ามันยังเร็วไปหรือเปล่า ถ้าเกิดพี่เขามีคนในใจแล้วจะทำยังไง สถานะที่ตั้งไว้ในโซเชียลเชื่อถือไม่ได้นะ"
"แกควรพร้อมที่เผชิญหน้ากับความจริงได้แล้วนะน้ำหนาว ไม่มีอะไรเสียหาย หากพี่เขามีคนในใจแล้วแกก็ตัดใจได้ง่ายขึ้นและตัวแกเองจะได้ไม่ต้องเสียเวลาด้วย แต่ถ้าหากว่าพี่เขายังไม่มีคนในใจก็ถือโอกาสนี้เข้าหาก่อนที่พี่เขาจะมีคนคาบไปกินเสียก่อน"
"ฉันจะลองดูนะ"
หญิงสาวรับปากเพื่อนสาว ก่อนที่จะวางสายไป
วันถัดมา
น้ำหนาวไม่ได้นอนทั้งคืนเนื่องจากต้องท่องบทในการนำเสนองานวันนี้ อีกทั้งยังต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำหน้าที่รับลงทะเบียนบริษัทต่างๆที่มาเข้ารับฟัง
หลังทานข้าวเสร็จก็เตรียมตัวสำหรับการนำเสนอ การแข่งขันมีหลายประเภทเนื่องจากมีทุกวัยตั้งแต่นักศึกษาจนกระทั่งคนวัยทำงาน แต่เรื่องที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือห้องที่เธอต้องนำเสนอ คนที่ดูแลความเรียบร้อยกลับเป็นคนที่เธอกับหนูดีพึ่งพูดถึงเมื่อคืนนี้ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ขณะที่เดินไปหาชายหนุ่ม
"สู้ๆ นะครับ"
กันต์ยื่นไมโครโฟนให้หญิงสาวพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้าง นี่นับเป็นครั้งแรกที่น้ำหนาวได้รับรอยยิ้มจากชายหนุ่ม ทำเอาเดิมทีที่ตื่นเต้นอยู่แล้วยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่ ความง่วงก่อนหน้าหายไปจนหมดสิ้น มีเขาช่วยเติมพลังด้วยรอยยิ้มและคำพูดเพียงไม่กี่คำ น้ำหนาวยิ้มกลับไปให้ชายหนุ่มก่อนที่พยักหน้าด้วยความมั่นใจ ละทิ้งความกลัวและความตื่นเต้นไว้ที่ข้างล่างเวที เธอก้าวขาขึ้นไป ด้วยใบหน้าที่ฉายแววความมั่นใจ
โปรเจกต์ของทุกคนล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายาม ต่างมีอุปสรรคมากมาย ไม่มีผลงานชิ้นไหนที่ดีกว่าชิ้นไหนหากทำขึ้นมาด้วยความพยายามและตั้งใจ หน้าที่ของเธอคือนำเสนอให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เธอทำคืออะไร มีข้อดีอย่างไร คุณค่าของผลงานไม่ได้เกิดขึ้นจากชัยชนะ แต่ประสิทธิภาพที่ออกมาจากผลงานเป็นตัวบงบอกว่าเราพยายามมากแค่ไหนถึงทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ น้ำหนาวและแก้วใช้เวลาในการนำเสนอและตอบคำถามด้วยใบหน้าของความมั่นใจ
"ขอบคุณสำหรับการนำเสนอครับ"
คณะกรรมการที่นั่งอยู่เอ่ยกับสองสาวข้างบนเวที น้ำหนาวหันมาทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ เขายกน้ำโป่งสองข้างอย่างให้กำลังใจ
"อยู่ข้างบนเวทีไม่เห็นเราจะตื่นเต้น ทำไมลงมาถึงทำสีหน้าอย่างนั้น"
กันต์เอ่ยหยอกล้อน้ำหนาวที่กำลังยื่นไมโครโฟนให้คืน มือบางที่ยื่นให้เขาแอบสั่นเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น 'แล้วจะให้ไม่ตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ ก็ต้นเหตุของปัญหากำลังยืนถามอยู่ตรงหน้านี่ไง' หญิงสาวได้แต่เอ่ยกับชายหนุ่มในใจ
กันต์แอบสังเกตท่าทีของคนตัวเล็กที่มีต่อเขา จึงแกล้งขยับร่างกายเข้าไปใกล้เล็กน้อย ขนะที่มือทั้งคู่สัมผัสถูกกัน ก็เกิดไฟฟ้าสถิตไปชั่วขณะจนต้องชักมือกลับด้วยความเร็ว
"อากาศคงแห้ง ขอโทษนะคะ"
น้ำหนาวเอ่ยจบก่อนที่จะเลือกวางไมโครโฟนไว้ที่โต๊ะและรีบวิ่งออกไป กันต์เพียงมองตามหลังคนตัวเล็กที่วิ่งออกไปยังกับกระต่ายตื่นตูม พร้อมทั้งส่ายหน้าให้กับตัวเองเล็กน้อย
ณ ห้องทานข้าวของโรงแรม
การนำเสนอผ่านไปด้วยดี น้ำหนาวและรวมถึงคนอื่นๆกำลังพักทานข้าวกลางวันเนื่องจากต้องเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน
"เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะเด็กๆ เมื่อคืนหลับสบายกันดีไหม"
อาจารย์ขวัญเอ่ยถามขึ้นเพื่อให้บรรยากาศขณะที่ทานข้าวไม่เงียบจนเกินไป ทุกคนตอบกลับด้วยความเป็นกันเอง
"อ้าว น้องกันต์หาที่นั่งอยู่เหรอลูก มานั่งด้วยกันตรงนี้ก็ได้ ข้างๆหนูน้ำหนาว"
อาจารย์ขวัญเอ่ยชวนผู้มาใหม่ ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็เดินมานั่งด้วยความเต็มใจ น้ำหนาวที่กำลังตักอาหารเข้าปากแทบสำลักเมื่อได้ยินชื่อ ทั้งที่ยังไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มือบางเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มลดการประหม่าขณะที่หันไปหาชายหนุ่มที่ด้านข้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่กันต์หันมาพอดี ถูกเขาจับได้ในที่สุดว่าเธอกำลังแอบมองเขาอยู่
"เริ่มจะเชื่อที่ยัยหนูดีพูดแล้วจริงๆ ไปไหนก็เจอแต่เขา" หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ
"เอ่อ....พี่กันต์คะ พวกหนูมีเรื่องจะถามค่ะ"
นักศึกษาที่นั่งร่วมโต๊ะใจกล้าเอ่ยถามชายหนุ่มขณะที่เขากำลังตัดข้าวเข้าปาก โอกาสที่ได้นั่งร่วมโต๊ะชายหนุ่มดีขนาดนี้จะพลาดได้อย่างไร ใบหน้าคมเงยหน้ามองผู้หญิงเหล่านั้นก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไม่ได้ตอบอันใดจนบรรยากาศดูอึดอัด
"ถามมาสิ"
ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงทุ้มจึงเอ่ยตอบ หากไม่เกรงใจอาจารย์ขวัญที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย ชายหนุ่มไม่มีวันให้คนอื่นถามอะไรไร้สาระเกี่ยวกับตัวเองแน่
"เอ่อ.....พี่กันต์มีแฟนหรือยังคะ"
อัก!
คำถามของนักศึกษาสาวเหล่านั้นทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้างๆที่กำลังตั้งใจแอบฟังถึงกับสำลักน้ำ แต่สิ่งที่เหนือคาดไปกว่านั้นคือคนตัวโตที่อยู่ข้างๆรีบยื่นกระดาษทิชชูให้เธอพร้อมยกมือลูบที่หลังเบาๆอีกด้วย
"โอเคไหม"
ความใส่ใจของชายหนุ่มทำเอาผู้หญิงคนอื่นอิจฉาในความห่วงใยนี้ แววตาที่มองเธอมานั่นทำเอาคนตัวเล็กคอหดยิ่งกว่าเต๋าเสียอีก
"ขะ....ขอบคุณค่ะ"
"สรุปมีไหมคะ พี่กันต์มีแฟนหรือยัง"
พวกนักศีกษาเหล่านั้นยังคงต้องการคำตอบจากชายหนุ่ม
"ยัง"
คำตอบเพียงสั้นๆแต่กลับทำให้สาวๆที่นั่งร่วมโต๊ะพากันดีใจจนออกนอกหน้า ไม่เว้นแม้แต่น้ำหนาวที่ยกมือปิดปากตัวเองเนื่องด้วยพยายามหุบยิ้มแล้วทว่าทำไม่สำเร็จ
"อาจารย์ช่วยยืนยันได้อีกเสียง ตั้งแต่ป.ตรี จนตอนนี้ป.เอกแล้ว ยังไม่เคยเห็นแฟนเขาเป็นตัวเป็นตนสักคน"
อาจารย์ขวัญเอ่ยเสริม
"ป.เอก..... พี่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อาคารเครื่องมือเหรอคะ"
น้ำหนาวหันมาถามชายหนุ่มเสียงเบาอย่างคนลืมตัว กันต์หันมาสบตากับเธอเมื่อเหยื่อติดเบ็ดแล้ว เธอตั้งใจแอบฟังเขามาตั้งแต่ต้นจริงๆ
"ครับ!น้องน้ำหนาว อยากถามอะไรพี่อีกไหมครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยพลางยิ้มกว้างตอบเธอกลับไป
"มะมะไม่ ไม่มีค่ะ"
คนตัวเล็กที่พึ่งรู้ตัวเอ่ยปฎิเสธและรีบหันกลับกินข้าวต่อ เรียกได้ว่าตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา ข้าวมื้อนี้เธอทานเรียบร้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ ใครอยากจะมาโป๊ะแตกต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบกัน
กันต์ที่เห็นท่าทีของหญิงสาวเริ่มมั่นใจแล้วว่าคนข้างๆเขาต้องมีอะไรปิดบังไว้แน่ ประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขานั้นยืนยันได้ว่าเธอทำตัวมีพิรุธ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม
