ตอนที่ 21 ฉันมั่นใจว่าไม่มีคู่แข่ง...เพราะไม่มีใครเทียบได้
“นี่! พี่กันต์เมาแล้วเหรอ มาชนแก้วกับผมหน่อยเร็ว”
เอกที่เริ่มพูดไม่รู้เรื่องทรงตัวไม่ค่อยอยู่เดินเซมาทางชายหนุ่ม ทว่าจังหวะที่กำลังจะถึงตัวน้ำหนาวเขารีบเอามือมากันปกป้องเอาไว้ กลัวว่าคนอื่นจะถูกตัวเธอ
“มึงเริ่มไม่ไหวแล้ว”
กันต์เตือนเอกพร้อมชนแก้วในมือ
“เมาอะไรพี่ ผมเป็นพี่ใหญ่นะ….หมายถึงใหญ่รองลงมาจากพี่ จะมาแพ้น้องๆได้ยังไงกัน”
ตุบ!
ทว่าทันทีที่เขาเอ่ยจบกับฟุบตัวลงไปที่พื้นก่อนจะสลบไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำเอาทุกคนตกใจรีบเข้ามาพยุง
“เดี๋ยวผมพาพี่เขาไปส่งเองครับ หอพักผมอยู่ติดกันกับบ้านพี่เอก”
เจเจเอ่ยอย่างอาสา กันต์จึงส่งสัญญาณให้รปภ.มาช่วยหามเอกไปส่งที่รถน้ำหนาวยกมือขึ้นมองเข็มนาฬิกาที่ชี้เลขสิบสองพอดี เวลาตอนนี้เข้าวันใหม่แล้ว ส่วนเธอเองก็เริ่มมึนจนแทบจำสติตัวเองไม่ได้ แอลกอฮอล์วันนี้แรงจริงๆ แต่ก็รสชาติดีจนอดไม่ได้ยกดื่มเกินลิมิตตัวเองที่เคยตั้งเอาไว้
“พี่ๆคะ มะนาวกลับก่อนนะคะแฟนมารับแล้ว”
มะนาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แทบฟังไม่รู้เรื่องไม่ต่างกับเอก ค่อยๆลุกขึ้นโดยมีแฟนที่เพิ่งมาใหม่พยุงออกไปจากร้าน ตอนนี้เหลือเพียงสี่คนเท่านั้นที่ยังไม่ลุกออกไป น้ำหนาวล้วงเอาสมาร์ดโฟนออกมาก่อนจะโทรหาเพื่อนสาวที่บอกเอาไว้ก่อนแล้ว ถ้าเธอเมาจะรบกวนให้หนูดีออกมารับ ทว่าตอนนี้เธอโทรไปสายที่ห้าแล้วเพื่อนตัวดีก็ไม่รับเสียที
“พี่น้ำหนาวกลับยังไงครับ ให้ผมส่งไหม”
ต้นรีบอาสาก่อนทันทีเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวที่พยายามโทรติดต่อใครบางคนไม่สำเร็จ ไม่เช่นนั้นมีหวังถูกตัดหน้าไปก่อนแน่ แต่ตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆกลับยังคงนิ่งเรียบ ใจเย็นกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้กลัวว่าใครจะตัดหน้า แต่เพราะมั่นใจว่าอะไรก็ตามที่เขาต้องการไม่มีใครแย่งมันไปจากเขาได้
“ไม่เป็นไรจ๊ะ หอต้นอยู่คนละฝั่งกับพี่เลย”
หญิงสาวปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรครับผมอ้อมไปส่งพี่ได้ วันนี้พี่ดื่มไปเยอะแล้วผมเป็นห่วง”
คำว่าเป็นห่วงทำเอาหญิงสาวชะงักไป หันมามองคนตัวโตด้านข้างเป็นระยะ กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
“ต้นเองก็ดื่มเหมือนกันนิ่….”
“ไม่เป็นไรครับพี่ วันนี้ผมดื่มน้อยมาก รับรองพาพี่ไปส่งถึงที่อย่างปลอดภัยแน่นอน”
น้ำหนาวยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกต้นเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มอยากไปส่งหญิงสาวจริงๆและไม่อยากให้ปฏิเสธ
ป๊อก!
มือหนาเอื้อมมือไปวางแก้วที่โต๊ะเสียงดัง ก่อนจะมองไปทางหญิงสาวว่าเขากำลังไม่พอใจอยู่
“ดื่มมากดื่มน้อยก็คือดื่ม หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง ฉันจะไปส่ง”
เสียงทุ้มเอ่ยด้วยท่าทีนิ่งเรียบ
“ไม่เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอนครับ”
“นายเอาอะไรมารับรอง สติที่ไม่ครบของนายเหรอเดินให้ตรงทางก่อนเถอะ”
น้ำเสียงและสีหน้าดูจริงจังขณะที่หันมามอง ต้นดูเหมือนไม่พอใจเล็กน้อย เขายังมีอะไรที่อยากคุยกับหญิงสาวต่อทว่าหาจังหวะไม่ได้ จึงอยากใช้โอกาสนี้ไปพูดคุยกันสองต่อสอง
“พี่ว่าให้พี่กันต์ไปส่งเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”
น้ำหนาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจต้นแต่จากการประเมินสถานการณ์ของเธอตอนนี้ คนที่ดูมีสติครบถ้วนสุดคือคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ กันต์ลุกขึ้นเต็มความสูงจนหญิงสาวต้องเงยหน้ามอง
“ไม่ไปหรือยังไง”
“อ่อ…ค่ะ”
น้ำหนาวเอ่ยพลางรีบลุกขึ้นพยุงพี่หนิงที่หลับไปแล้วลุกขึ้น ต้นเองก็เข้าไปช่วยด้วยเช่นกัน ดวงตาคมเหลือบมองท่าทางทุลักทุเลของคนทั้งสามแต่กลับไม่ได้เข้าไปช่วย เพียงเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าของคนตัวเล็กมาช่วยถือ ก่อนจะยกมือบอกเพื่อนทั้งสามว่าจะกลับแล้วก็เท่านั้น
รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวออกไปส่งหนิงที่หอก่อน ทำให้ตอนนี้ในรถเหลือเพียงสามคนที่ได้สติ แต่ว่าตอนนั้นเองชายหนุ่มต้องเบรกรถจนหัวทิ่มเมื่อคนตัวเล็กที่อยู่ด้านหลังทำท่าจะอ้วก
อ้วก!
น้ำหนาวรีบเปิดประตูด้วยความเร็วก่อนจะอ้วกออกมาอย่างทนไม่ได้ วันนี้เธอดื่มเกินขีดจำกัดของตัวเองมาก มากกว่าหลายคนที่สลบไปแล้วเสียอีก แต่กลับมีเพียงเธอที่ยังประคองสติตัวเองอยู่ได้ นับว่าคอแข็งอย่างที่พูดไม่ผิด
“หนู! ไหมไหวครับ”
กันต์รีบลงจากรถไปลูบหลังหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง ต้นได้แต่ยืนมองเพราะเขาช้ากว่าชายหนุ่มมาก การเห็นผู้ชายคนอื่นดูแลใส่ใจผู้หญิงที่ตนชอบ เขาเองก็เริ่มหมดความอดทนแล้ว กันต์รับรู้ได้ทุกสิ่งแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจรีบประคองหญิงสาวที่อ่อนแรงเข้าไปในรถ จากนั้นคว้าสูทของตัวเองมาห่มให้เธออย่างใส่ใจก่อนจะออกรถอีกครั้ง
“ไปส่งพี่น้ำหนาวก่อนเถอะครับ”
โอกาสที่จะให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันสองต่อสองต้นไม่มีทางยอมแน่ ทว่ากันต์กลับทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดนั้นเลี้ยวรถไปส่งชายหนุ่มก่อน
“พี่ไม่ได้ยินที่ผมพูดเหรอครับ”
“แล้วฉันต้องทำตามที่นายพูดเหรอ”
“แต่ผมไม่ไหวใจพี่”
“แล้วก่อนหน้านี้ที่นายบอกว่าจะไม่ส่งเธอเอง มันน่าไว้ใจได้งั้นเหรอ”
“ผมบริสุทธิ์ใจไม่มีทางเอาเปรียบพี่น้ำหนาวแน่ อีกอย่างอย่าทำเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของเธอ”
“แล้วอย่างนั้นใครเป็นเจ้าของ…..นายเหรอ”
“…….”
ต้นถึงกลับพูดไม่ออก เขาชอบหญิงสาวมาสองปีแล้วเวลาที่เหลืออยู่น้อยจนใจหาย เขามั่นใจมาโดยตลอดว่าตัวเองไม่มีคู่แข่งเพราะไม่เคยเห็นเธอยุ่งกับผู้ชายคนไหนเลย จนกระทั่งวันนี้ถึงพบว่าคู่แข่งของตัวเองน่ากลัวมากแค่ไหน ไม่มีอะไรที่เขาเทียบได้เลยก็หวั่นใจ
“หึ! วันนี้ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช้เหรอ เธอมีคนที่ชอบแล้ว”
“ก็ไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะเป็นพี่”
“เป็นฉันไหม…อันนี้ไม่รู้ แต่ที่รู้คือคนๆนั้นไม่ใช่นายแน่นอน”
เอี๊ยด~
เสียงเบรกรถดังขึ้นเมื่อมาถึงหน้าหอพักของต้นพร้อมกับเสียงปลดล็อคประตู กันต์ส่งสายตาเชิงไล่ ต้นทำอะไรไม่ได้จึงจำใจต้องลงจากรถไปด้วยความโมโห ทำให้ตอนนี้ในรถเหลือเพียงหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถกับเขา
