ตอนที่ 22 นำพาเธอที่ไม่ประสาสู่ความปรารถนาที่ไม่คุ้นเคย
เสียงสมาร์ดโฟนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบแต่ว่าน้ำหนาวกลับหลับไปแล้ว มือหนาจึงเอื้อมมือไปกดรับแทน เพราะชื่อที่โทรเข้ามาเป็นชื่อเดียวกับคนที่หญิงสาวพยายามติดต่อไปตอนอยู่ที่ร้าน
“ฮัลไหล่~ โทษทีนะแกฉันเผลอหลับอ่ะ”
เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นทันทีที่กดรับ เสียงที่ดูเป็นกันเองของหนูดีถึงแม้จะเป็นเสียงผู้ชายทว่าเขาก็เดาได้ว่าเป็นชายไม่แท้
“สวัสดีครับ!”
กันต์เอ่ยตอบเสียงในสาย แต่เสียงนั้นทำเอาหนูดีชะงักไป
“เอ่อ….ใครพูดคะ แล้วน้ำหนาวอยู่ไหนทำไมคุณมารับสายแทนเธอได้”
หนูดีรีบรัวคำถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน อยู่ดีๆมีผู้ชายที่ไหนไม่รู้มารับโทรศัพท์แทนตอนที่เพื่อนกำลังเมาอยู่ได้ยังไงกัน
“พี่ชื่อกันต์ครับ”
“พี่กันต์…..กิตติพัชน์ พิชญเดชา ใช่ไหมคะ”
หนูดีทวนชื่อคนที่เธอกำลังพูดด้วยอีกครั้ง ในใจแทบร้องกรี๊ดแทนเพื่อนสาว นี่เธอพลาดเรื่องอะไรไปงั้นเหรอทำไมจู่ๆแม่นางตัวดีถึงได้ผู้ชายที่ตัวเองชอบหัวปักหัวปำ มารับสายแทนแบบนี้
“ดูเหมือนว่าเรารู้จักพี่ดีนะครับ”
น้ำเสียงของปลายสายดูมีพิรุธจนปิดไม่มิด แต่ว่าเรื่องที่คนตัวเล็กชอบเขานั้นถูกเปิดเผยตั้งนานแล้ว
“รู้จักค่ะ แล้วตอนนี้ยัยหนาวโอเคไหมคะ”
“เมาหลับไปแล้วครับ พี่ขอที่อยู่หอพักทีครับ”
“ได้เลยค่ะ แต่หนูขอถามเรื่องหนึ่งนะคะ ก่อนที่ยัยหนาวจะหลับ มันยอมให้พี่ไปส่งจริงใช่ไหม ขอโทษที่ต้องถามแบบนี้นะคะแต่เรื่องนี้ต้องได้รับอนุญาตจากเพื่อนหนูก่อน”
“ครับ! หากเราไม่เชื่อพี่ปลุกเพื่อนเราได้นะ”
ชายหนุ่มเข้าใจในความเป็นห่วงของคนปลายสายดี
“ถ้าพี่พูดแบบนี้ก็ไม่ต้องปลุกแล้วค่ะ หนูรู้จักมันดี ถ้างั้นฝากพี่ดูแลเพื่อนหนู ส่งให้ถึงที่ด้วยนะคะ ส่วนที่พักเดี๋ยวหนูดีจะส่งให้ทางแชท”
“ครับ”
กันต์เอ่ยรับ ก่อนปลายสายจะถูกวางไป
ใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาทางที่พัก ใบหน้าคมหันมามองคนตัวเล็กที่หลับเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็ได้แต่ยกยิ้มพร้อมส่ายหน้า หากวันนี้ไม่ได้บังเอิญเจอเขาจะเป็นยังไงกันนะ พอคิดไปว่าอาจจะมีคนอื่นฉวยโอกาสเข้าใกล้เธอก็รู้สึกโมโหขึ้นมาซะงั้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ต้นพยายามเข้าใกล้เธอ
“หนูครับ! น้ำหนาว ถึงหอแล้วครับ”
กันต์ปลุกเธอเบาๆ ทว่าคนตัวเล็กกลับปัดมือออกด้วยความรำคาญ ชายหนุ่มถึงกับต้องเท้าเอวมองเธอ
“ตอนเมาแบบนี้ดื้อใช้ได้เลยนะ”
กันต์เอ่ยกับคนตัวเล็กก่อนจะจัดเสื้อของคนให้ปิดกระโปรงที่วันนี้สั้นกว่าปกติของเธอ จากนั้นก้มลงไปอุ้มหวังว่าจะอุ้มเธอทว่าในหัวกลับเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหน้ารถหยิบกล่องสี่เหลี่ยมมันวาวใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนหันกลับมาอุ้มเธอเข้ามาในอ้อมกอดตรงดิ่งเดินขึ้นไปบนห้อง เพราะหมายเลขห้องและรหัสเข้าหนูดีส่งมาบอกแล้วเรียบร้อย
“อื้อ~ หล่อจัง!”
คนตัวเล็กมุดออกมาจากอ้อมอกขณะที่ลิฟต์กำลังเปิดออกพอดี มือเรียวยกขึ้นคล้องคอชายหนุ่มเพราะกลัวว่าตัวเองจะตก ชายหนุ่มอดที่จะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้ วันนั้นเธอเองก็ชมกับเขาแบบนี้เหมือนกัน
“หล่อแล้วยังไงต่อ…. คนหล่อก็มีเยอะแยะ”
ชายหนุ่มเอ่ยตอบในขณะที่มืออีกข้างก็เอื้อมไปใส่รหัสห้อง
“ไม่เหมือนกันค่ะ”
“……”
“เพราะในสายตาหนู คนเดียวที่หล่อคือพี่กันต์คนเดียว คนที่หนูแอบชอบมาเกือบสี่ปี”
“ครับ! พี่รู้แล้ว”
ชายหนุ่มเอ่ยพลางวางเธอลงที่โซฟาในห้อง จากนั้นเดินไปรินน้ำเปล่าให้คนตัวเล็กเผื่ออาการเมาจะดีขึ้น แต่กลับถูกมือเรียวดึงให้นั่งลงไปด้วยกัน เนื่องด้วยเกรงว่าน้ำในแก้วจะหกใส่ตัวเธอ ชายหนุ่มที่ตั้งตัวไม่ทันกลายเป็นล้มทับเธอไปกับโซฟา ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ
“ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ”
“แบบไหนถึงเรียกว่าน่ารักคะ”
น้ำเสียงของน้ำหนาวยามที่เอ่ยถามมันดูออดอ้อนจนเขาหวั่นใจ สัญชาตญาณในกายที่พยายามข่มมันเอาไว้ดูเหมือนจะคุมเริ่มไม่อยู่ มือหนาจับคนตัวเล็กให้นั่งดีๆจากนั้นให้เธอดื่มน้ำจนหมดแก้ว
“ดีขึ้นไหมครับ”
“…….”
น้ำหนาวไม่ได้เอ่ยตอบเพียงพยักหน้าเท่านั้น ใบหน้าของหญิงสาวแดงระเรื่อ เขาจึงได้สังเกตดีๆว่าเธอในวันนี้กับอาการเมาในวันที่ไปดูงานแตกต่างกันมากแค่ไหน คิ้วหนาเลิกขึ้นมองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ จากนั้นดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด
“วันนั้นมีแมวเจ้าเล่ห์ริมชายหาดโกหกพี่ว่าเมา”
เสียงทุ้มกระซิบเบาๆขณะที่โน้มใบหน้าเข้ามาชิด น้ำหนาวเม้มปากเมื่อถูกจำได้ ในหัวเธอตอนนี้ไม่อาจประมวลคำพูดออกมาโต้แย้งเขาทัน ทำได้เพียงสู้หน้าไม่หลบตาเพราะถูกเขาตรึงปลายคางเอาไว้ ดวงตาสองคู่สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ กันต์มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ มันบริสุทธิ์เกินกว่าที่เขาจะทำเรื่องไม่ดีต่อจากนี้ ขอเพียงเธอไม่เริ่มมันก่อน และต่อให้ร่างกายเขาต้องทรมานเพราะความต้องการเพียงใดก็พร้อมเดินจากไปได้ทุกเมื่อ แสงไฟริบหรี่ที่ชายหนุ่มเปิดไว้เมื่อสักครู่สาดส่องมาที่ใบหน้าคม พอมองเขาใกล้แบบนี้มันดีมากจริงๆ ทุกครั้งเธอทำได้เพียงแอบมองเขาจากระยะไกล มือเรียวเอื้อมมากุมใบหน้าของชายหนุ่มอยากใจกล้า นิ้วชี้แตะที่คิ้วหนาอย่างพิจารณา ชายหนุ่มหลับตาลงให้เธอได้สัมผัส จากนั้นนิ้วเรียวจึงไล่ลงมาที่ขนตายาว จมูกโด่งเป็นสันของเขา และริมฝีปากหนาสุขภาพดีนั่น จู่ๆรสจูบที่เขาเคยมอบให้ก็ฉายขึ้นมาในห้วงความทรงจำ หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมอยู่เมื่อคิดถึงมัน
กันต์ลืมตาขึ้นสบตากับเธอ ค่อยๆขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนลมหายใจอุ่นรดที่แก้มนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนตัวเล็กกระตุ้นบางอย่างในกายของชายหนุ่ม ดวงตาคมเลื่อนลงมามองริมฝีปากแดงระเรื่ออย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่ ก่อนจะบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา ความนุ่มนวลของรสจูบที่เขามอบให้ทำเธอเคลิบเคลิ้ม มือหนายกขึ้นมารองที่ท้ายทอยของคนตัวเล็กให้แหงนขึ้นรับกับปากของเขา จากนั้นแทรกลิ้นร้อนเข้าไปตวัดเกี่ยวรัดเบาๆ นำพาคนตัวเล็กในอ้อมกอดที่ไม่ประสาสู่ความปรารถนาที่ไม่คุ้นเคย รสหวานของแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วปากของคนทั้งคู่ เขาฉกฉวยความหอมหวานมากขึ้นอย่างห้ามใจไม่อยู่ ตอนนี้เขาไม่ได้หวังเพียงจูบเดียวแต่แทบอยากกลืนกินเธอทั้งตัว น้ำหนาวรู้สึกมึนงงอีกทั้งตื่นเต้นจนลืมสิ้น ลิ้นร้อนของเขาที่เกี่ยวรัดต้อนเธอจนมุมเผลอครางออกมาเบาๆ
กันต์สัมผัสได้ถึงเสียงหายใจหอบและตัวที่สั่นเทา จึงจำใจต้องเบามือลงถอดถอดใจกลับออกมาด้วยความเสียดาย
“พี่ไม่อยากฉวยโอกาสตอนที่เราไม่ได้สติ”
กันต์กระซิบบอกที่ข้างหูขาวก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากเนียน ผงะออกมาจากตัวหญิงสาวเล็กน้อย ทว่าจังหวะนั้นมือเรียวกลับเตะลงที่แขนของชายหนุ่มเอาไว้ ดวงตาคมสบตากับเธออย่างต้องการความหมายที่จะสื่อ
“ถ้าหากว่า…..”
น้ำหนาวเอ่ยเสียงเบา
“……”
กันต์หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเช่นเดียวกัน มองริมฝีปากเธอไม่กระพริบอย่างต้องการคำตอบ
“หากว่า….ตอนนี้หนูมีสติครบถ้วน รับรู้ทุกอย่างล่ะคะ”
น้ำหนาวใจกล้าเอ่ยออกไปในที่สุด มือหนายกขึ้นมาทัดผมที่ปิดหน้าเนียน นิ้วโป้งสัมผัสเบาๆที่ริมฝีปากของเธอ
“ตอนนี้ยังเมาอยู่ไหมครับ”
“……”
คนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธเป็นคำตอบ
“รู้ใช่ไหมว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เราจะย้อนกลับไปอีกไม่ได้แล้วนะครับ”
“หนูรู้ตัวค่ะ”
