ตอนที่ 18 มีเหตุผลอะไร...ที่สารภาพรักแล้วจู่ๆก็หายไป
การเดินทางหลายชั่วโมงในที่สุดก็มาถึง เส้นผมยาวสลวยที่หญิงสาวไม่ได้มัดรวบตกลงมาจนมาปิดใบหน้าคนที่นอนหลับอยู่บนตัก กันต์ที่หลับตลอดทางรู้สึกตัวลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนอื่นๆที่ทะยอยลงจากรถไป กลิ่นหอมอ่อนๆจากเส้นผมของเธอทำเขาอดสูดดมมันไม่ได้ เจ้าของหมอนหนุนตลอดทั้งทางนั่งสัปหงกไม่รู้ตัว ร่องรอยการดูแลอย่างใส่ใจและผ้าเย็นที่อยู่บนหน้าผากบอกเขาว่า ระหว่างที่เขานอนหลับแทบไม่ได้สติจากฤทธิ์ยาเธอดูแลเขาดีมากแค่ไหน
ใบหน้าคมยิ้มกว้างก่อนจะเอื้อมมือไปหวังสัมผัสใบหน้างาม กลับรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองมาก่อนจึงได้ชะงักมือเอาไว้ได้ทัน
"เมย์แค่จะมาบอกว่าถึงแล้วค่ะ เห็นพี่ไม่ลงมาสักที"
เมย์หลังถูกจับได้ว่าตนแอบมองก็เข้ามาบอกพร้อมรอยยิ้ม เป็นจังหวะที่คนตัวเล็กได้สติลืมตาขึ้นมองไปทั่วคันรถอย่างคนยังไม่ตื่นเต็มตา
"ถึงแล้วเหรอคะ"
"ถึงแล้วจ๊ะ"
เมย์เอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินลงไปจากรถ น้ำหนาวทำตัวไม่ถูกเมื่อคนตัวโตยังนอนอยู่บนตัก กันต์เหมือนรู้ตัวรีบลุกขึ้นทันที
"ดีขึ้นยังคะ"
"อืม พี่โอเคแล้ว"
กันต์เอ่ยตอบเพียงสั้นๆ
"งั้น....หนูลงไปก่อนนะคะ"
น้ำหนาวไม่เอ่ยเปล่ารีบวิ่งลงไปจากรถทันที
ภาพของน้ำหนาวที่ลงมาจากรถโดยมีกันต์เดินตามหลังทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจจนปิดไว้ไม่ผิด หญิงสาวชะงักเท้าเมื่อได้รับสายตาจากฝนทว่าไม่ได้ใส่ใจ เดินตรงไปที่รถและขับออกไปทันที
.
สามวันผ่านไป
ณ Behind the Mist Bar
เสียงเพลงในร้านดังไม่หยุดแต่กลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสนุกไปด้วยเลยสักนิด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันตั้งแต่มาถึง ยกแก้วขึ้นดื่มหลายครั้งขณะที่เอาแต่จ้องโทรศัพท์ไม่วางตา ทำเอาสาวๆที่เล็งเขาตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งด้วย
"ไหนว่างานที่บริษัทมันเคลียร์ได้แล้วว่ะ ดูมันทำหน้าดิ๊ ยังกับมีใครเอาขยะไปเทหน้าบ้านมันอย่างงั้นแหล่ะ"
ตุลย์เอ่ยกับครามที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์มองมายังเพื่อนตัวดี
"ถ้ายังเคลียร์ไม่เสร็จมึงไม่มีทางได้เห็นมันอยู่ที่นี่หรอก ทำยังกับไม่รู้จักเพื่อนรักมึงดีงั้นแหละ"
"เพื่อนกูก็เพื่อนมึงป่ะไอเหี้ย"
"อ้าว... ไอสัตว์! มึงมาถามแล้วกูจะตรัสรู้ไหมครับเพื่อน ไปถามมันนู้น! แต่ดูทรงแล้วสภาพนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน"
ครามเอ่ยจบก็เดินไปที่โต๊ะ ทิ้งตัวลงข้างๆกันต์พร้อมยกแก้วขึ้นมองไปยังสาวโต๊ะข้างๆ ที่มองทางคนทั้งคู่ก่อนจะเหลือบมองหน้าจอสมาร์ดโฟนของกันต์ที่เปิดทิ้งไว้หน้าเดิม แต่ไม่กดส่งข้อความไปสักที ทำให้รู้ว่าต้นเหตุที่เพื่อนตัวดีไม่ค่อยสบอารมณ์วันนี้ มาจากเรื่องที่เขาเดาเอาไว้ไม่ผิดสักเท่าไหร่
"ทำไม ทะเลาะกันเหรอ"
"ทะเลาะก็เหี้ยล่ะ แม่งทำยังกับกูเป็นตัวอันตราย เจอหน้ากันทีคอหดยิ่งกว่าเต่า"
คำพูดของชายหนุ่มทำเอาครามหลุดหัวเราะอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่เคยเห็นเพื่อนตัวดีมีอาการแบบนี้ให้กับผู้หญิงคนไหนเลย ในใจจึงคิดย้อนกลับไปวันเกิดชายหนุ่ม หรือผู้หญิงคนนี้จะเป็นเจ้าของขนมคุกกี้สุดห่วงนั้น ดูไปแล้วหน้าตาก็คล้ายกับรูปที่รุ่นน้องเจ้าของร้านอาหารส่งให้เขาด้วย
"น้องเขาก็ทำถูกแล้วนะ มึงมันตัวอันตรายจริงๆ โดยเฉพาะตรงนั้น....ของสาวๆ"
"อันตรายพ่อง!มึงสิ"
กันต์เอ่ยอย่างหัวเสียก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม แต่การกระทำนี้กลับเรียกเสียงหัวเราะให้ครามได้ดี
"มึงว่า....คนเรามีเหตุผลอะไรวะ ที่สารภาพรักแล้วจู่ๆก็หายไป"
ผ่านไปสักพักชายหนุ่มก็ตัดสินใจปรึกษาเพื่อน เพราะในบรรดาเพื่อนทั้งสามคนครามดูน่าจะพึ่งพาได้มากที่สุดแล้ว
"เขาคิดได้หรือเปล่าว่าเผลอพูดอะไรไม่คิดออกมา"
"พรุ่งนี้มึงอยากได้รับข่าวว่าคาเฟ่หลังมอไฟไหม้ป่ะ ไอเหี้ย! กวนตีนกูอยู่ได้"
"มึงนี่หัวร้อนจริงๆ เอางี่....จากที่มึงบอกว่าน้องเขาพอเจอหน้าก็กลัวมึง บางทีเขาอาจจะกลัวคำตอบหลังสารภาพรักกับมึงก็ได้ ชื่อเสียงมึงที่ผ่านมามีดีกี่เรื่องกัน ปฏิเสธสาวๆจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แล้ว น้องเขาอาจจะคิดว่ามึงปฏิเสธเขาแล้วก็ได้ คนที่รู้สึกมากกว่ามักชอบคิดไปก่อนถึงคำตอบที่ตัวเองจะได้รับ หรือบางทีแค่อยากบอกความในใจให้รู้แต่ไม่ได้อยากสานต่อก็มีนะ จำพวกยินดีที่ได้รักแต่ไม่ได้อยากครอบครอง วันนั้นที่น้องเขาสารภาพมึงปฏิเสธเขาหรือมีท่าทีเชิงให้เข้าใจว่าตัวเองผิดหวังไหมล่ะ"
ครามเอ่ยอย่างใจเย็น ทำเอากันต์ย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคืนนั้นเธอเหมือนจะเมาๆจนใจกล้าสารภาพรัก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธ ทั้งยังจูบเธออีกด้วย...เท่านี้ไม่พอให้เธอเข้าใจเหรอว่าคำตอบเขาคืออะไร
"กูก็ไม่ได้พูดอะไรนะ แต่กูแน่ใจว่าไม่ได้ทำอะไรให้น้องเข้าใจผิดคิดว่ากูปฏิเสธแน่ๆ"
"กูไม่เชื่อ!"
"เอ้า! มึงนี่จบจิตวิทยามาจริงป่ะว่ะ แววตากูดูโกหกมึงงั้นเหรอ"
"มึงโกหกไหมกูไม่รู้ แต่ที่กูรู้คือตอนนี้น้องคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ เหมือนกูเห็นในโทรศัพท์มึง"
ครามเอ่ยพลางมองไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน กันต์มองตามสายตาของเพื่อนก่อนจะพบว่าโต๊ะนั้นมีหญิงสาวที่เขากำลังคิดไม่ตกอยู่ด้วยจริงๆ และคนรอบข้างที่เธอมาด้วยเขารู้จักดีเลยหล่ะเพราะเป็นรุ่นน้องในสาขา มีทั้งคนที่จบไปแล้วและกำลังเรียนอยู่
"ตัวแสบ!"
กันต์เอ่ยพลางยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก เดินเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นทันที
