ตอนที่ 14 หมดแก้วได้ไหมครับ
สายลมเย็นพัดมาปะทะร่างบางที่ยืนอยู่ริมทะเล เสียงคลื่นที่สาดกระทบชายฝั่งในช่วงยามพลบค่ำทำให้จิตใจผู้คนสงบลง หลังจากดูงานที่บริษัทมาครึ่งวันก็เข้าที่พักทานอาหารเย็น ฝนลากเธอมาเดินริมชายหาดและเป็นตากล้องให้อย่างขัดไม่ได้ เป็นจังหวะที่คนอื่นๆเริ่มทยอยมาตั้งกลุ่มดื่มสังสรรค์กันพอดี
"สองสาวดื่มกันได้ใช่ไหมครับ"
เจมส์รุ่นพี่ป.โทถามพวกเธอทั้งสองขณะที่กำลังยืนถ่ายรูป
"ดื่มได้นิดหน่อยค่ะ"
เป็นฝนที่เอ่ยตอบก่อนจะเดินเข้าไปหา ท่าทีกระตือรือร้นแบบนี้เป็นเพราะในกลุ่มมีกันต์อยู่ด้วย น้ำหนาวที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจเบาๆก่อนจะเดินตามเข้าไป เธอไม่ปล่อยโอกาสที่ได้อยู่ใกล้คนที่ชอบแบบนี้ให้ใครชิงเอาไปต่อหน้าต่อตาแน่
"ได้เลยครับ ถ้างั้นพี่จะชงให้เข้มๆเลย ฮ่าๆ"
เจมส์เอ่ยพลางยื่นแก้วแอลกอฮอล์ให้ฝน ส่วนน้ำหนาวก็เดินไปหาที่นั่งบนชายหาดริมสุด ทว่าในตอนนั้นกลับมีแก้วที่ด้านในเป็นแอลกอฮอล์ยื่นมาตรงหน้าเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นกันต์
"ขอบคุณค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยเพียงสั้นๆ กันต์จึงทิ้งตัวนั่งลงที่ด้านข้างของคนตัวเล็ก เหม่อมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า แสงตะวันที่สะท้อนบนผิวน้ำชวนให้รู้สึกอบอุ่น แต่ดวงตางามกลับจับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่กะพริบตา "พอมองใกล้ๆแบบนี้เขาดูดีมาก แสงตะวันที่กระทบบนใบหน้าเขามันสมบูรณ์แบบจริงๆ วิวนี้น่ามองกว่าพระอาทิจย์ตกดินที่ฉันชอบซะอีก อยากแอบถ่ายเก็บไว้จัง" หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองในใจก่อนจะรีบหลบตาเมื่อสายตาคมหันมาทางเธอ
มือเรียวรีบยกแก้วขึ้นดื่มแก้เขิน ทว่าต้องทำหน้ายี้เมื่อได้ลิ้มรสมันเนื่องด้วยรู้สึกว่าแก้วที่เขาให้นั้น ดูเหมือนว่าแอลกอฮอล์จะเข้มเกินไปมาก แก้วพกพาขนาดยี่สิบสองออนซ์และด้วยความเข้มขนาดนี้ หากคืนนี้เธอดื่มหมดคงได้เมาจนลืมสติตัวเองแน่
"พี่กันต์ครับ ไหนๆปีนี้พี่ก็จะจบแล้ว โชว์กีตาร์ให้พวกผมได้ฟังกันเป็นบุญหูสักเพลงหน่อยสิครับ"
เจมส์เอ่ยแซวชายหนุ่ม หากปกติแล้วไม่ค่อยมีใครกล้าพูดเล่นแบบนี้มากนักเพราะเกรงใจ ทว่าวันนี้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ทุกคนผ่อนคลาย ส่วนกันต์เองก็ไม่อยากทำลายบรรยากาศจึงรับกีตาร์มาจากนั้นดีดมันตามเพลงที่ทุกคนร้องขอ
เสียงกีตาร์บวกกับเสียงนุ่มที่ชายหนุ่มร้องทำให้คนตัวเล็กโยกตัวไปมาเบาๆตามจังหวะ แสงตะวันที่สะท้อนบนผิวน้ำตอนนี้ลับขอบฟ้าไปถูกแทนที่ด้วยความมืด มีเพียงแสงจากไฟนีออนตามจุดต่างๆที่อยู่ห่างไกล และแสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเท่านั้น ทำให้ทุกคนไม่เห็นว่าตอนนี้คนทั้งคู่นั่งชิดกันมากเพียงใด
ฮู่ว~
เสียงโห่ร้องดังขึ้นเมื่อจบบทเพลง กันต์ยื่นกีตาร์โปร่งในมือคืนไป ก่อนจะยกเครื่องดื่มแก้วตัวเองมาชนแก้วของคนตัวเล็กเบาๆ น้ำหนาวจึงต้องยกมันขึ้นจิบอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
"ทำไมเหรอ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นหน้าเธอหลังยกแก้วดื่ม
"มันเข้มไปหน่อยค่ะ ปกติไม่ค่อยดื่มเหล้าเท่าไหร่"
หญิงสาวตอบออกไปตามตรง เธอชอบดื่มแอลกอฮอล์ก็จริงแต่จะเน้นไปทางรสชาติหวานจางๆอย่างเช่นไวน์หรือวีสกี้มากกว่า
"ได้ครับ ครั้งหน้าพี่จะจำเอาไว้ แต่ถ้าเราไม่ชอบพี่เปลี่ยนตอนนี้ให้ได้นะครับ"
กันต์เอ่ยออกไปตามตรง สำหรับเขาต่อให้ตอนนี้เธอชอบดื่มอะไรราคาเท่าไหร่ หายากแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะนำมันมาไว้ตรงหน้าให้เธอในเวลาไม่กี่นาที นักศึกษาส่วนใหญ่รู้เพียงว่าเขาเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่วางท่าเงียบขรึม แต่น้อยคนหนักที่รู้ว่าเขาเป็นถึงทายาทคนเดียวของกลุ่มธุรกิจพิชญเดชา บริษัทที่มาดูงานวันนี้ก็เป็นในเครือของบริษัทครอบครัวเขาทั้งนั้น ดังนั้นระหว่างที่เดินดูงาน พนักงานในบริษัทจึงระวังตัวเป็นพิเศษกับเขาที่เป็นเพียงนักศึกษาในคณะเยี่ยมชม ไม่เว้นแม้แต่กรรมการสูงสุดของพิชญเดชาก็มาต้อนรับคณะเดินทางด้วย เป้าหมายคืออยากมาเห็นหน้าลูกชายที่ไม่กลับบ้านถึงห้าปี
"ครั้งหน้าเหรอคะ"
น้ำหนาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย อีกไม่นานก็จะเรียนจบแล้วทั้งพี่เขาและเธอ หกเดือนต่อจากนี้ที่ได้อยู่มหาลัย น้ำหนาวตั้งใจว่าจะใช้ความรู้สึกนำทาง ทำในสิ่งที่ใจกลัวมาโดยตลอด
"เราจะไม่ดื่มกับพี่อีกแล้วเหรอครับ เสียงหายจังพี่มีไวน์หายากหลายตัวอยากให้เราลองสักหน่อย"
คำว่าไวน์หายากทำเอาหญิงสาวตาโต
"แบบนี้เหมือนถูกล่อซื้อเลยค่ะ"
หญิงสาวหยอกล้อกับเขาอย่างเป็นกันเอง
"พูดแบบนี้พี่เสียหายนะครับ เห็นแบบนี้จิตใจพี่บริสุทธิ์มากเลยนะ ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเราหรอกและยิ่งใช้มันกับใครไม่เป็นอีกด้วย"
กันต์เอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าทำเหมือนกับว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ การกระทำแบบนั้นเรียกเสียงหัวเราะของคนตัวเล็กได้ดี น้ำหนาวยกดื่มอยู่หลายครั้งจนปริมาณเครื่องดื่มลดลงไปถึงสองในสามส่วน แก้มสองข้ามเริ่มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น กีตาร์ที่บรรเลงบวกกับเสียงร้องของทุกคนที่กำลังได้ที่กลบเสียงพูดคุยของคนทั้งคู่ที่นั่งริมสุด น้ำหนาวจึงไม่ต้องกังวลมากว่าใครจะได้ยินเรื่องที่สนทนากัน
"หนูว่าตัวเองเริ่มเมาแล้ว คงต้องขอตัวกลับไปพักก่อนแล้วค่ะ"
น้ำหนาวเอ่ยบอกชายหนุ่มเบาๆพร้อมเป่าปากจนแก้มป่อง ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ไม่ได้ดื่มเหล้าแรงขนาดนี้นานตอนนี้เมาแล้วจริงๆ ในใจก็กลัวว่าหากเมามากไปกว่านี้จะเผลอทำอะไรที่ไม่ควรออกไป
"ได้ครับ แต่ว่า.....หมดแก้วได้ไหมครับ"
กันต์เอ่ยพลางยกแก้วของตัวเองขึ้นมา หญิงสาวชั่งใจอยู่ชั่วครู่เพราะหากยกจนหมดเธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเมาเดินกลับห้องพักแน่ "เอาว่ะ! หมดนี้ก็กลับไปนอนแล้ว" หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองในใจก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาชนกับชายหนุ่ม จากนั้นยกดื่มหมดแก้วตามที่ชายหนุ่มบอก โดยที่ไม่เห็นเลยว่าท่ามกลางแสงไฟสลัวนั้นมุมปากหนาได้ยกขึ้นด้วยความพอใจ
ใบหน้างามส่ายเล็กน้อยเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่พึ่งยกดื่มไปทำงานทันที ก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเดินกลับห้องพักตามที่พูด
"ระวังครับ!"
กันต์รีบประคองหญิงสาวทันทีเหมือนเธอยืนไม่มั่นคง"
"หนูต้องกลับก่อนแล้ว พี่กันต์อยู่ต่อเถอะค่ะ"
"พี่ไปส่งดีกว่า ทางมันมืดกว่าจะถึงที่พักพี่ไม่วางใจ"
"งั้นก็ได้ค่ะ"
น้ำหนาวหันไปทางกลับที่พัก ระยะทางกว่าหกร้อยเมตรมืดสนิท มันดูน่าวังเวงจริงๆจึงตอบรับคำชายหนุ่มไป
