ตอนที่ 12 หากเธอยังไม่ลงมือ เขาจะเป็นคนเริ่มเอง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา น้ำหนาวทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้งานเสร็จทันวันไปดูงาน แต่หากไม่ทันจริงๆเธอก็ไม่ได้อยากไปมากนัก งานที่ทำต้องมีคุณภาพมากที่สุดไม่สามารถทำส่งๆได้ แต่ถึงอย่างนั้นความตั้งใจของเธอก็เป็นดังอย่างที่หวัง เมื่องานของเธอสามารถเสร็จได้ทันก่อนวันไปเพียงแค่วันเดียว
ไลน์
เสียงแจ้งเตือนกลุ่มดังขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องออกเดินทาง วันนี้จึงมีการนัดประชุมเกี่ยวกับการเดินทางต่างๆ ดวงตางามที่ตอนนี้สวมทับด้วยกรอบแว่นหนาเตอะมองไปยังนาฬิกาตั้งโต๊ะ อีกสามสิบนาทีจะเป็นเวลานัดประชุม หญิงสาวจึงรีบเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะออกไป
หน้าทางเข้าตึกเงียบสงัดจนรู้สึกเสียวสันหลัง คนขี้กลัวแบบเธอกอดกระเป๋าในมือแน่นตอนที่เดินเข้าไปด้านใน ใกล้เวลานัดอีกไม่ถึงห้านาทีมันน่าแปลกที่ยังไม่มีใครมาแม้สักคน น้ำหนาวเดินไปหยุดที่หน้าห้อง บานประตูกระจกใสเผยให้เห็นคนที่อยู่ด้านใน เท้าเรียวนิ่งค้างอยู่หน้าห้องยืนมองคนที่เธอคิดถึงสุดใจไม่ได้พบหน้ากันมาแรมเดือน ผ่านไปชั่วครู่กันต์ที่รู้สึกได้ว่าถูกแอบมองหันมาสบตากับเธอเข้าอย่างจัง คนตัวเล็กทำตัวไ่ม่ถูกหลังถูกจับได้ เอื้อมมือไปผลักประตูเข้าไปในห้อง
"ขออนุญาตค่ะ"
"ตัดสินใจได้แล้วเหรอ"
กันต์เอ่ยถามหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ตอนแรกเขาคิดว่าเธอจะไม่ไปแล้วเสียอีก เพราะใกล้ถึงวันก็ยังไม่เห็นเธอลงรายชื่อสักที
"ใช่ค่ะ หนูส่งข้อความไปแจ้งพี่เมย์เมื่อวาน"
ชายหนุ่มเพียงพยักหน้ารับเขาคิดว่าเธอจะแจ้งมาทางเขาเสียอีก คนตรงหน้าเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาเดาใจไม่ถูกเลย เธอชอบเขาก่อนแต่ไม่เข้าหา ตอนนี้กลับกลายเป็นชายหนุ่มเองเสียอย่างนั้นที่ดูเหมือนจะอยู่ไม่เป็นสุข เปิดโอกาสให้ทุกช่องทางแต่เธอก็เลือกไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง บรรยากาศในห้องจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง คนตัวเล็กแอบมองชายหนุ่มเป็นพักๆโดยที่ไม่มีการสนทนา
"ไปไหนกันนะ มาไม่ถูกกันเหรอ"
กันต์เอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศความเงียบ เมื่อเห็นว่าเลยเวลานัดมาเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ยังไม่เห็นมีใครมาสักที
"......"
"เราเคยเรียนห้องนี้หรือเปล่า"
กันต์เอ่ยถามหญิงสาวอย่างชวนคุย
"เคยค่ะ น่าจะเป็นช่วงปีสอง หนูคิดว่าน่าจะรู้จักกันทุกคนนะคะ"
"แล้วช่วงนี้ไปดื่มร้านแถวไหนนะ"
น้ำหนาวรู้สึกแปลกใจกับคำถามที่เปลี่ยนเรื่องไปกะทันหันของชายหนุ่ม นี่เขากำลังหาเรื่องคุยกับเธออย่างนั้นเหรอ หรือเหตุการณ์ครั้งนั้นที่เธอมาเรียนสาย ทำให้เขามองว่าเธอเป็นพวกชอบดื่มไปแล้ว "เสียภาพลักษณ์หมดเลยยัยน้ำหนาว" หญิงสาวเอ่ยกับตัวเองในใจ
"เอ่อ....คือว่า...."
"พี่แค่ถามเฉยๆเราอย่าคิดมากสิ การไปดูงานครั้งนี้อาจารย์ให้พวกเราสามารถดื่มได้ในช่วงเย็นๆ ก็เลยกลัวว่าเราไปแล้วจะดื่มไม่เป็น แต่เห็นจากวันนั้นแล้วพี่คงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกมั้ง"
"ภาพลักษณ์ดีๆหนูไม่เหลือแล้วใช่ไหมคะ"
"ดี! พี่ว่าเราดี พี่ว่าเราโอเค"
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาพร้อมทั้งหันมาจ้องมองหญิงสาว เหมือนกับกำลังต้องการสื่ออะไรให้คนตัวเล็กได้รับรู้ เธออยากถามอะไรต่อแต่ประตูห้องถูกเปิดออกเสียก่อน เมื่อมีคนมากขึ้นทั้งคู่จึงไม่ได้คุยอะไรกันอีกจนเลิกประชุม
"เอาละ! พรุ่งนี้เจอกันตีสี่ครึ่งครับ มาขึ้นรถให้ตรงเวลากันด้วยนะ"
ชายหนุ่มเอ่ยบอกทุกคนก่อนที่จะทยอยแยกย้ายกันออกไปจากห้อง
"น้ำหนาวดีจังที่เธอเปลี่ยนใจไป ฉันจะได้มีเพื่อนสักที"
ฝนเอ่ยถามพลางเดินมาควงแขนหญิงสาวเหมือนคนสนิทสนม แต่คนตัวเล็กกลับสัมผัสได้ว่าสายตาของฝนมองไปยังพี่กันต์ที่กำลังรวบรวมเอกสารอยู่ แววตาเป็นประกายและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั้นเหมือนกับเธอยามที่มองเขาเช่นกันไม่มีผิด ตอนนี้จึงตระหนักได้ว่ามีคู่แข่งของเธอเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว
"สองสาวเก็บของหรือยังครับ"
กันต์เข้ามาถามคนทั้งคู่อย่างเป็นกันเอง หากอยู่ในมหาลัยเขาเป็นคนที่อัธยาศัยดีมาก แต่หากเจอด้านนอกแล้วกลับเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งที่ใครก็เข้าหาได้ยากทันที
"เรียบร้อยแล้วค่ะพี่กันต์ พวกพี่คงเตรียมงานหนักแน่เลยใช่ไหมคะ"
เป็นฝนที่เอ่ยตอบชายหนุ่มพร้อมปล่อยมือเธอเข้าไปเดินอยู่ใกล้ๆคนตัวโต ท่าทีแบบนี้ทำเอาน้ำหนาวไหล่ตก ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าตอบฝนก่อนจะแอบมองคนตัวเล็กที่เดินตามหลังเงียบๆเท่านั้น เท้าหนาผ่อนความเร็วลงเพื่อรอให้เธอเดินขึ้นมาเท่ากัน
"แล้วเราล่ะ เรื่องก่อนหน้านี้เคลียร์เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ"
น้ำหนาวเงยหน้าสบตากับคนที่ตัวโตที่หันมาถาม เธอไม่เคยบอกใครว่าก่อนหน้านี้ยุ่งมากแค่ไหน แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้เรื่องนี้กันนะ
"อ้อ....เรียบร้อยแล้วค่ะ"
คนตัวเล็กเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ
"งั้นก็ไปสนุกกันครับ ถือว่าพักผ่อน"
"ค่ะ"
น้ำหนาวเอ่ยตอบเพียงสั้นๆแล้วฉีกยิ้มให้เขา ท่าทีที่กันต์มีต่อน้ำหนาวทำเอาฝนรู้สึกผิดปกติ การถูกคนที่ตัวเองชอบให้ความสำคัญมากกว่ามันน่าหงุดหงิดไม่น้อย
"พี่กันคะ ก่อนหน้านี้ฝนแอดเฟรนไปแต่พี่ยังไม่ได้รับเลย พี่ช่วยรับฝนหน่อยนะคะ เผื่อว่าฝนเรียนไม่เข้าใจตรงไหนอยากจะทักไปขอคำแนะนำพี่กันต์หน่อย"
ฝนเอ่ยอย่างออดอ้อน น้ำหนาวเข้าใจการกระทำของฝนดี ชายหนุ่มไม่ได้มีเพียงแค่หน้าตาดี แต่ไม่ว่าจะฐานะและความสามารถก็ไร้ที่ติ มีผู้หญิงมากมายอยากเข้าหาเขาย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงอย่างนั้นคนไม่เจียมตัวแบบเธอก็แอบหึงเขาอยู่ดี เธอหึงที่ไม่กล้าเข้าหาเขา ไม่กล้าสารภาพความในใจ อีกทั้งท่าทีแบบฝนเธอก็ไม่กล้าทำด้วยซ้ำ แค่เอ่ยปากชวนคุยก่อนยังยากเลย
"ขอโทษนะครับ ปกติพี่รับแอดแค่เพื่อนสนิทกับคนที่สำคัญเท่านั้น หากเราไม่เข้าใจตรงหน้าส่งไปในกลุ่มแชทได้ครับ อาจารย์สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องกว่าพี่แน่นอน วันนี้พี่ต้องกลับก่อน ขับรถกลับกันดีๆนะ"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางหันมาพยักหน้าให้คนตัวเล็กที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง จากนั้นเดินตรงไปขึ้นรถไม่ได้สนท่าทีของฝนหลังได้รับคำตอบเลยแม้แต่น้อย
"รับแค่เพื่อนสนิทและคนสำคัญเท่านั้นเหรอ งั้นก็แสดงว่า.....เราสำคัญกับพี่เขาใช่ไหม" น้ำหนาวเอ่ยกับตัวเองในใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
กันต์มองคนตัวเล็กที่กำลังยืนยิ้มอยู่กับที่ผ่านกระจกมองหลัง เขาพูดออกไปขนาดนี้แล้วหากเธอยังไม่ลงมืออะไรอีก ครานี้เขาต้องลงมือเองแล้วนะ
