บท
ตั้งค่า

4

ร่างสูงสง่าที่อยู่บนหลังอาชาศึกคำรามเสียงดังลั่น

ยามนี้สูญเสียพี่น้องไปหลายร้อยชีวิต สิ่งที่เกิดเป็นเพราะความอ่อนแอของคนในราชวงศ์ เขาตัวสั่นด้วยแรงโทสะ ดวงตาคมกลายเป็นสีแดงก่ำ อย่างไรก็ตาม ศีรษะของศัตรูหลังจากตัดออกจากร่างเรียบร้อย เขาให้คนสนิทนำกลับเมืองหลวงเรียบร้อย ทว่ายามนี้ มีมือสังหารที่เก่งกาจรอบด้าน กระจายกำลังอยู่หลายจุด บางพวกปลอมตัวเป็นชาวบ้าน พลอยให้แยกแยะลำบาก

เมื่อเขาคำรามอีกหน เหล่าศัตรูปรากฏกายออกมาให้องค์ชายสามแห่งตาฉือสับร่างให้เละเพื่อระบายโทสะ

“หึๆ ๆ อยากให้ข้าตัดอีกกี่หัว จงเรียงหน้าเข้ามา”

เขากล่าวอย่างนั้น แล้วใช้ดาบใหญ่ของตน เข้าห้ำหั่นศัตรู การต่อสู้อันดุเดือด ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งเลือดเนื้อ ถึงแม้อู๋หยางเทียนขึ้นชื่อว่าเป็นจอมทัพปีศาจ แต่เขาก็มีเลือดเนื้อ ย่อมได้รับบาดเจ็บมิน้อย นอกเหนือจากนั้นร่างกายต้องพิษ

อนิจจา เก่งกาจเพียงใด อู๋หยางเทียนก็มีจุดอ่อน

กระทั่งเขาใช้ดาบยักษ์ผ่าร่างคนหนึ่งเรียบร้อย ยามนั้นจมูกได้กลิ่นที่ทำให้ต้องหยุดนิ่ง เขาจดจำไม่ได้ว่า คุ้นเคยกลิ่นดังกล่าวหรือไม่ ตอนนี้ร่างกายกำลังโหยหาสิ่งที่กระตุ้นถึงจิตวิญญาณ

โลหิต ใช่ มันคือกลิ่นโลหิตบริสุทธิ์หอมหวาน และทำให้เขาคลั่งไคล้จัด ยิ่งกว่าพรหมจรรย์ของหญิงงาม

อู๋หยางเทียนกำลังต้องการสิ่งนั้นพอดี เขาเหมือนผีดิบ ดำรงชีวิตด้วยการดูดเลือดผู้อื่น และยิ่งได้กลิ่นหอมหวนเช่นนี้ อู๋หยางเทียนย่อมต้องตามหาคนผู้นั้น ให้พบโดยไว

เขาควบม้าเข้าไปในแนวป่าไม้แดง โดยมีหมาป่าที่เลี้ยงไว้นำทาง พวกมันทั้งตัวโต ว่องไว และเป็นนักล่า ถูกฝึกมาเพื่อจัดการศัตรูโดยเฉพาะ

ดวงตาคมกริบมองไปยังร่างบอบบาง ท่ามกลางมือสังหารที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน หัวคิ้วหนาขมวดชนกัน

“หึๆ ๆ สตรีนางหนึ่ง กล้าหลอกล่อข้าให้มาติดกับดักเช่นนั้นหรือ ช่างไม่เสียดายชีวิตไร้ค่าของตน” กล่าวแล้วจึงให้สัญญาณหมาป่า เพื่อให้พวกมันเปิดทาง ในตอนนั้นเขายังมองร่างของหญิงสาวที่สวมชุดขาว เนื้อผ้าหยาบ ลักษณ์ภายนอกคล้ายสตรีทั่วไป ทว่าเพียงเห็นเสี้ยวหน้าเล็กน้อย เขาย่อมรู้ว่านี่คือโฉมงามผู้หนึ่ง

“ทั้งกลิ่นกาย และความโง่เขลา หากคาดเดาไม่ผิด สตรีที่ชอบแส่หาเรื่องใส่หัว ย่อมเป็นพวกแม่ชีจากสำนักดรุณีโอสถ”

ฝ่ายหลิวจื่อซางเมื่อได้ยินเสียงม้า ใจนางพลันชื้นขึ้น ขณะเดียวกันก็กวาดตาไปรอบๆ ตัว ซ่งเหยียนลู่บอบช้ำทางร่างกายอยู่บ้าง แต่นางยังยิ้มสู้ และอาวุธในมือยังมีอานุภาพสูง ซึ่งไม่กี่อึดใจต่อมา หมาป่าพุ่งกระโจนใส่กลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้น มีเสียงต่อสู้ เสียงร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร

อย่างไรก็ตามในกลุ่มคนดังกล่าว ยังมีพวกชำนาญวรยุทธ์ จึงบ่ายหน้าเข้ามาหมายจะชิงตัวหลิวจื่อซางไป

“แม่นาง เข้าใจเรียกหาให้ผู้อื่นมาช่วย แล้วเหตุใด ถึงอยากเป็นเหยื่อของเทียนอ๋อง เจ้ารู้จักเขาเยี่ยงนั้นหรือ”

หลิวจื่อซางยิ้ม ชาตินี้นางพึ่งได้พบหน้า แต่ชาติก่อน...นางถูกอู๋หยางเทียนเคี้ยวทั้งเนื้อทั้งตัว

“อย่าล่วงรู้เลย เพราะเจ้าจะเป็นทุกข์เสียเปล่า เมื่อต้องลงไปอยู่ในนรก” หลิวจื่อซางเอ่ย สีหน้าราบเรียบ หากแววตาเอาเรื่องทีเดียว

และในตอนนั้นมือสังหารผู้หนึ่งหมายทะยานเข้าใส่หลิวจื่อซาง แต่มีกระสวยเงินดาวตกพุ่งเข้าร่างเขา ตามมาด้วยกระสวยอีกหลายสิบอันที่บุรุษซึ่งควบอาชาศึกใช้มันในการจัดการกับมือสังหารเล่านั้น

หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ไม่อาจขยับร่างกายได้ นางรู้ว่าตนจะปลอดภัย แต่เมื่อพบกับสถานการณ์นองเลือดเลยอดขวัญเสียไม่ได้

ขณะเดียวกันซ่งเหยียนลู่ มองไปยังร่างสูงใหญ่บนหลังม้า แม้ยังเยาว์วัย แต่นางนิยมหาข้อมูล ทั้งศึกษาเกี่ยวกับผู้มีวรยุทธ์ในใต้หล้า ซึ่งองค์ชายสามผู้นี้อยู่ในอันดับสูงสุด

“ปีศาจ เอ๊ยไม่ใช่ เขาคือ องค์ชายสาม แห่งตำหนักราคะ”คำแรกที่หลุดออกมาชวนสยองใจ หากประโยคสุดท้ายทำให้ใบหน้าหลิวจื่อซ่างเห่อร้อน แน่นอนอีกฝ่ายที่ซ่งเหยียนลู่กล่าวถึงก็คือ อู่หยางเทียน

การช่วยเหลือแม่ชีทั้งสองคน ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงไม่นานเหล่าชายฉกรรจ์ต่างสิ้นลมหายใจ สภาพไม่น่าดูยิ่งนัก แต่สิ่งที่ตามมา ย่อมทำให้หลิวจื่อซางประหวั่นใจ อู๋หยางเทียนมีสีหน้าไม่สู้ดี ทั้งซีด ทั้งไร้แววของคนมีชีวิต เขาฝืนอยู่บนหลังม้าได้ไม่นาน ก็เจียนพลัดตกลง

หญิงสาวตัดสินใจอยู่ประเดี๋ยวเดียว ยามนี้โอกาสของนางมาถึงแล้ว

“ท่านอ๋อง ขอบคุณที่ช่วยหม่อมฉัน และเสี่ยวลู่”

อู่หยางเทียนมองมาที่นาง จมูกเขาสูดกลิ่นหอมหวานจากเรือนกายหลิวจื่อซาง และที่หวานที่สุด คือเลือดจากปลายนิ้วนาง

ชั่วพริบตา สิ่งที่ชวนให้ตื่นตระหนกเกิดขึ้น มือใหญ่ยื่นมาบีบลำคอระหง และเสียงห้าวต่ำ ออกคำสั่ง

“ส่งมือข้างนั้นของเจ้ามาให้ข้า”

หลิวจื่อซางทำตามแต่โดยดี ถึงอย่างนั้น เขายังออกแรงบีบลำคอนางแรงกว่าเดิม

กระทั่งนิ้วที่มีคราบเลือดเลือดอยู่ เข้าไปอยู่ในโพรงปากอุ่นๆ ร่างของหลิวจื่อซางก็อ่อนระทวย และตามด้วยการเจ็บแปลบ

“ทะ ท่านกัดหม่อมฉันด้วยเหตุใด”

ไม่มีคำตอบ ร่างหลิวจื่อซางถูกจับขึ้นนั่งบนหลังม้า จากนั้น เขาก็พานางหายลับไปในป่าลึก ทิ้งซ่งเหยียนลู่ยืนสับสน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้

“องค์ชายสาม บุรุษและสตรี ที่ยังไม่ออกเรือนมิควรใกล้ชิดกัน ยิ่งเป็นดรุณีโอสถ ฟ้าดินอาจสาปแช่งได้”

ปากร้องบอกไปอย่างนั้น แต่ซ่งเหยียนลู่กับยิ้มด้วยท่าทางขัดเขิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel