ทรราชกลืนกิน

40.0K · อัพเดทล่าสุด
เขมปัณณ์
28
บท
71
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เขา องค์ชายสามผู้ครอบครองตำหนักราคะ เห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลา ส่วน นาง มองอย่างไรก็มิต่างจากแม่ชีตายด้าน ไร้ความรู้สึกซ้ำร้าย ยังคิดปีนขึ้นเตียงเขาโดยไม่กลัวเงาหัวตนจะหาย แต่เดิม นางเป็นเพียงสตรีแสนดี กตัญญูจนโง่งม มีชีวิตเพื่อคนอื่น จนกลายเป็นภัยร้าย สุดท้ายต้องจบชีวิตอย่างอนาถซึ่งทั้งหมด คือเรื่องราวในชาติภพก่อน ส่วนชาติใหม่นี้ที่ใดมี ‘ปีศาจทรราช’ ที่นั่นจะมี ‘นางจิ้งจอกน้อย’ ที่นุ่งห่มหนังแม่ชีสมองทึบคอยเคียงข้าง ซึ่งนางพร้อมใช้มารยาร้ายร้อยเล่มเกวียน มัดใจเขา และกำจัดศัตรู แต่...ดูเหมือนทั้งใต้หล้า คนที่ร้ายที่สุด ก็คือทรราชแห่งต้าฉือ บุรุษที่นางเกาะขาเขาไว้แน่ และให้ตาย ก็ไม่มีวันยอมปล่อยมือ!

เกิดใหม่ในนิยายนิยายรักนิยายจีนโบราณเทพสงครามราชันย์รบท่านอ๋องนางเอกเก่งจีบเมียเก่าจีนโบราณโรแมนติก

1

สายลมหนาวพัดแรง กรีดเข้าสู่ผิวหนัง หนาวเหน็บจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เสียงหมาป่าหอนรับกันเป็นทอดๆ ขณะเดียวกัน มีเสียงหวีดร้องราวกับคนที่ได้รับความเจ็บปวดเหลือแสนดังแว่วมาให้ได้ยิน ก่อนเงียบหายไหเสียอย่างนั้น สักพักเสียงดังที่ชวนให้อึดอัด และเครียดจัดคือการหายใจของม้า ฟังแล้วก็เข้าใจว่า ม้ากำลังหวาดกลัวเหล่าหมาป่าที่วนเวียนอยู่รอบตัวมัน รวมถึงกลิ่นไอสังหารเข้มข้นที่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศของแนวเขตรั้วอันกว้างขวาง คือพื้นที่อันตรายและอัปมงคลที่สุดของเมืองหลวง... ตำหนักราคะ

อย่างที่ทุกคนรู้ สตรีนางใดหาญกล้าล่วงล้ำเข้าไป แล้วเปลี่ยนใจอยากกลับออกมา ก็คงเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น

ยามนั้น รถม้าคันเล็กมุ่งตรงไปยังประตูด้านหลังของตำหนักกล่าว มิใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้าไปด้านในได้ แต่หากไม่ทำเช่นนี้ ตระกูลหลิวคงไม่อาจหลงเหลือผู้ใดรอดชีวิต เมื่อก้าวผิดเพียงนิดจนไปถึงทางตัน บุตรีของราชครูหลิว จำต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพื่อใช้โอกาสเดียวที่มี ให้นางได้พบบุรุษที่คนทั้งใต้หล้าไม่กล้าสานสบสายตา แม้กระทั่งเอ่ยปากสนทนา ด้วยหากกล่าวคำใดผิดไปแม้แต่น้อย เกรงว่าคงถูกเลาะฟันออกจากปาก หรือตัดลิ้นทิ้งเสีย ร้ายแรงสุดคือถึงขั้นถอดกระดูก แล่เนื้อออกเป็นชิ้นๆ โยนให้เดรัจฉานที่เจ้าตำหนักเลี้ยงดูได้ลิ้มรส

เมื่อรถม้ากำลังจะมุ่งหน้าขึ้นสะพานเล็กๆ ทว่ามีเหตุสุดวิสัย มีรถม้าคันใหญ่ จากตระกูลสูงศักดิ์กำลังเคลื่อนที่ลงจากสะพานแห่งนั้น อนิจจา สวรรค์ช่างเล่นตลกยิ่งนัก

“คุณหนู เราจำเป็นต้องใช้อีกทางเจ้าค่ะ... มีรถม้าคันหนึ่งผ่านทางมาพอดี และดูเหมือนว่าเป็นของ...”

สตรีผู้นั้นแทบหยุดหายใจ นางแจ้งใจแล้วว่ารถม้าคันดังกล่าวมาจากตระกูลเสิ่น เมื่อแง้มผ้าม่านเปิดดู ก็เห็นมีผู้คุ้มกันหลายคน ส่วนผู้ที่กำลังมองมายังรถม้าของนาง คือว่าที่คู่หมั้นตนของตนนั่นเอง อนิจจา เมืองหลวงต้าฉือ เหตุใดถึงเล็กแคบเยี่ยงนี้

หลิวจื่อซางบีบมือตนเองแน่น และปิดผ้าม่านลงอย่างเบามือ ฝ่านนางกำลังเลือกทางอันตรายต่อชีวิต เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบิดาและคนในบ้าน ด้วยการส่งตัวเองไปเป็นบรรณาการแก่ปีศาจแห่งต้าฉือ

คนของเสิ่นกงฉุยก้าวมายังรถม้าที่เตรียมจะเปลี่ยนเส้นทาง แต่ถูกขวางเอาไว้เสียก่อน

“คุณชายของข้า เป็นห่วงอันตรายพวกเจ้า บ้านเมืองยามนี้สถานการณ์ไม่สู้ดี มีกลุ่มคนต่างแคว้น ลักลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวาย และเส้นทางที่พวกเจ้ากำลังจะมุ่งไป เปลี่ยวยิ่งนัก”

สตรีวัยกลางคนก้มหน้าต่ำ และตอบกลับไปว่า

“ฮูหยินของบ่าว เพียงแค่ต้องการไปเคารพหลุมศพญาติผู้พี่ซึ่งเป็นสกุลเดิมของนางที่ล่วงลับ ณ สุสาน ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางกลับ ขอบคุณนายท่านมาก”

ทั้งที่กล่าวเช่นนั้น แต่เสิ่นกงฉุยที่จับตาดูอยู่กลับสงสัยบางสิ่ง

“นายของเจ้าเป็นคนสกุลใด และสุสานทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ล้วนอยู่ในเขตตำหนักราคะ คนปกติที่ฝังร่างได้ ก็มีแต่ศพที่ตายอนาถจากการถูกทรมาน ของปีศาจหยางเทียน!” เสิ่นกงฉุยเป็นศัตรูกับอู๋หยางเทียนมานาน ทั้งที่ฝ่ายนั้นเป็นองค์ชายสาม แต่ก่อนหน้าทั้งเขาและองค์ชายสาม ก็ขัดแข้งขัดขากันมาตลอด นับแต่เข้าเรียนในสำนักศึกษา และเริ่มรับราชการ

แม่บ้านที่ถูกจ้างมาเริ่มตัวสั่น แสดงอาการไม่ถูก เรื่องที่เตรียมไว้หายไปจากหัวเมื่อเสิ่นกงฉุยลูกชายของเจ้ากรมโยธาผู้ยิ่งใหญ่สอบถามด้วยน้ำเสียงดุ และคล้ายจับพิรุธบางอย่างได้

“ฮูหยินที่อยู่ด้านใน ข้าเพียงแต่อยากให้ท่านระวังตัว อย่างที่กล่าว สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียด และไหนๆ คนก็จากไปอยู่ปรโลก เวลานี้อย่าเอาตัวไปเสี่ยงภัยเลย”

เสิ่นกงฉุยถาม แต่อีกฝั่งเงียบ ตอนนั้นเขาเลยลงจากรถม้า ก้าวเข้าไปใกล้ ๆ รถม้าคันเล็ก พินิจมองโดยรอบ และจมูกพลันได้กลิ่นหอมหวาน เป็นกลิ่นที่กล่าวว่าคุ้นเคยก็ไม่ผิดนัก

“รสนิยมฮูหยินช่างล้ำเลิศ และข้ายังไม่ทราบเลยว่า ท่านมาจากตระกูลใด”

ความเงียบยังคงทำงานได้ดี มือของเสิ่นกงฉุนจึงถือวิสาสะเอื้อมไปเตรียมเปิดม่านที่กั้นเอาไว้ ด้วยเขามีลางสังหรณ์บางอย่างว่า ผู้ที่อยู่ข้างใน อาจเป็นคนที่เขากำลังตามหาตัวอยู่ตั้งแต่บ่าย

“นายท่าน ฮูหยินของบ่าวอาภัพนัก อย่าให้นางต้องด่างพร้อยเลย แค่ออกมายามวิกาล ก็ส่งผลให้นางเดือดร้อนแล้ว” แม่บ้านกล่าวจบก็เอาตัวมาขวางเสิ่นกงฉุย

ซึ่งในเป็นตอนนั้น ที่สตรีในรถม้ากระแอมไอ ติดกันหลายหน ก่อนรวบรวมความกล้าตอบเขา

“ผู้น้อยมาเป็นการส่วนตัว ไม่สะดวกกล่าวสิ่งใดมากกว่านี้ นายท่านโปรด...มะ เมตตา”

ปลายประโยคของนางเสียงสั่นเทา และดูเหมือนกำลังตกอยู่ในอาการเศร้าโศก

“เช่นนั้น ก็ขอให้ฮูหยินเดินทางด้วยความปลอดภัย”

เขากล่าวจบ ก็ก้าวไปขึ้นรถม้าของตน ส่วนหญิงสาวยกมือทั้งสองกุมใบหน้าเรียวเล็กงดงามเอาไว้ พร้อมพยายามกลั้นก้อนสะอื้นอย่างยากลำบาก

“ฉุยเกอ... ชาตินี้ข้าทำผิดต่อท่านยิ่งนัก”

หัวใจหลิวจื่อซางแหลกสลายลงไม่เหลือชิ้นดี