บท
ตั้งค่า

2

ลานน้ำพุในสวนด้านหลังต่ำหนักราคะ ร่างสูงใหญ่แช่น้ำด้วยความผ่อนคลาย ไร้ผู้ติดตาม ไร้นางกำนัลเข้ามาก่อความวุ่นวายใจ

องค์ชายสามหรืออู๋หยางเทียน เหนื่อยล้าจากการกรำศึกไล่ปราบศัตรูเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดหลายเดือนติดกัน เขาทำทั้งหมด เพื่อแลกกับการได้รับข่าวที่ฮ่องเต้เป็นผู้เปิดปากเล่าให้เขาฟังด้วยตนเอง อีกฝ่ายแม้เป็นบิดา แต่ก็ทั้งรักชิงชังเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งที่พิษโลหิตกลืนวิญญาณซึ่งสะสมอยู่ในร่างกายอู๋หยางเทียน แต่เดิมควรฝังในตัวฮ่องเต้ แต่มันถูกส่งต่อมายังองค์ชายผู้นี้ หากแม้ผู้ที่ถูกเรียกว่าปีศาจแห่งต้าฉือ สามารถสังหารบุพการีได้ มีหรืออู๋หยางเทียนจะไม่ทำ

เมื่อเขากำลังจะก้าวขึ้นจากบ่อน้ำพุ หูก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ศาลาพักผ่อนที่อยู่ข้างๆ กัน นอกจากนั้นคือกลิ่นหอมที่ทำให้เขาต้องนิ่วหน้า

“วิญญาณตนใด อยู่ที่นั่น จงไสหัวออกไปให้พ้นหู พ้นตาข้า” อู๋หยางเทียนบันดาลโทสะหนักกว่าเดิม คำสั่งเขาชัดเจน ห้ามผู้ใดล่วงผ่านมาก่อความรำคาญ ถึงอย่างนั้นทั้งพ่อบ้าน และขันทีซึ่งรับใช้มักรับสินบน ส่งสตรีมาให้เขา จุดประสงค์นั้น แตกต่างกันออกไป ส่วนมากก็เป็นเรื่องการเมือง และต้องการที่พึ่ง ด้วยตระกูลเดิมของเขา มีกำลังทหารนับแสนชีวิต ทั้งสามารถเรียกรวมพล ชาวยุทธ์ และนักพรตจากสำนักต่างๆ ได้ด้วย

“ผู้ใดส่งเจ้ามา ข้าให้โอกาสอีกครั้ง หากรักชีวิตตน จงไปเสียจากที่นี่ตอนนี้”

และชายหนุ่มไม่ได้รับคำตอบ หากมีเสียงหายใจของสตรีดังมาเข้าหู รวมทั้งกลิ่นกายนาง ช่างไม่เหมือนผู้อื่น กระทั่งเข้าก้าวเข้าไปถึงศาลาเห็นว่ามีร่างอรชรที่เปลือยเปล่าห่มคลุมกายด้วยพรมขนแกะ

“ชาตินี้ โง่เขลาจนไม่รักชีวิตของตนแล้วหรือ”

“มะ หม่อมฉัน... มีเรื่องขอร้ององค์ชาย”

“หึๆ ๆ มีสิทธิอันใดถึงกล้ากล่าวเช่นนี้กับข้า อีกทั้งหากอยากใช้รูปโฉมล่อลวงผู้อื่น เจ้าคงเพ้อฝันไปสักหน่อย งดงามก็ใช้ หากไร้เสน่ห์ ทั้งยังดูเบาปัญญา สตรีเช่นนี้ ไม้ตายไป ก็คงไม่มีป้ายวิญญาณตั้งในหอบรรพชน”

หลิวจื่อซางไม่เคยถูกต่อว่ารุนแรงเช่นนี้ แต่นางตั้งมั่นแล้วว่าต้องขอร้องอู๋หยางเทียน ให้ช่วยเหลือตระกูลหลิว อย่างน้อยหากเขาเห็นแก่บิดานาง ที่เคยเป็นอาจารย์สอนในช่วงเยาว์วัย และบอกถึงความซื่อสัตย์ที่มีต่อแผ่นดินต้าฉือ ราชครูหลิวคงรอดพ้นจากโทษสถานหนักที่กำลังถูกใส่ร้ายป้ายสี จากเชื้อพระวงศ์ รวมถึงฝั่งตรงข้าม

“หม่อมฉัน...”

และน่าอดสูยิ่ง หลิวจื่อซางมีสิทธิกล่าวได้เพียงเท่านั้น ด้วยอู๋หยางเทียนเป่าปากเรียกเหล่าเดรัจฉานของเขา ไม่ถึงหนึ่งอึดใจ กลิ่นสาปรุนแรง ก็พัดมาตามสายลมเหน็บหนาว รอบๆ ศาลาแห่งนั้น มีดวงตาสีแดงจัดของหมาป่าสามตัวจ้องเขม็งมาที่ร่างของหลิวจื่อซาง

ในห้วงเวลาดังกล่าว นางมองไปที่ร่างสูงใหญ่ที่ไร้อาภรณ์คุมกายแกร่งของอู๋หยางเทียน บุรุษผู้นี้ไม่แม้แต่จะแยแสนาง เขายกยิ้มที่มุมปาก กำลังสนใจการเคลื่อนไหวของหมาป่าสามแฝด

หลิวจื่อซางสูดลมหายใจลึก มือเรียวจับปิ่นหยกที่ปลายของมันซ่อนใบมีดแหลมคมเอาไว้ ในขณะที่หมาป่าย่างเข้ามาใกล้ๆ ตัวนางทุกที เรื่องที่เคยได้ยินบิดาเล่าก็ย้อนกลับมาในหัว อู๋หยางเทียนโปรดปราณการเคี้ยวกระดูกมนุษย์ และดูดเลือดบริสุทธิ์

หญิงสาวตัดสินใจเด็ดขาด กรีดปลายแหลมของปิ่นที่กลางฝ่ามือตน

การกระทำดังกล่าว ทำให้หมาป่าคำราม และเคลื่อนไหวเร็วขึ้น แต่เมื่อร่างสูงใหญ่ เป่าปากอีกหน พวกมันก็ไม่ได้ขยับตัว ต่างหมอบลง และจ้องมาที่ร่างหลิวจื่อซาง ราวกับเป็นเหยื่อที่อยู่ๆ ก็ถูกส่งมาให้เล่นสนุกด้วย

ฝ่าย อู๋หยางเทียน มองไปยังฝ่ามือของหลิวจื่อซาง

กล้าหาญหรือ...มิใช่เลย ปัญญาทึบกว่าสตรีทั่วไปที่เขาเคยพบมาด้วยซ้ำ ความคิดนางตื้นเขินอยากเป็นก้อนเนื้อให้สามแฝดของเขาขย้ำเล่นสินะ

ชายหนุ่ม หัวเราะหึๆ และนั่งลงที่ตั่งไม้ ซึ่งมีร่างของหลิวจื่อซางห่มพรมหนแกะอยู่ แต่ตอนนี้นางกำลังเสียเลือดอย่างหนัก ใบหน้าเริ่มซีด ลมหายใจขาดเป็นห้วงๆ

“ดูเหมือนเจ้ายังพอมีสิ่งให้น่าสนใจมากกว่า ใบหน้า และเรือนร่างอยู่บ้าง”

เขาดึงมือนางมา กดลงแผลที่ถูกกรีด แล้วดมกลิ่นโลหิตที่ยามนี้ไหลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกรงว่าอาจเป็นอันตรายจนถึงขั้นวิญญาณหลุดออกจากร่าง หากไม่รีบห้ามเอาไว้

และกลิ่นโลหิตของหลิวจื่อซางนี้ คล้ายกับคนผู้หนึ่งที่เขาโหยหามานาน นับแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก แต่ถูกฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา พรากนางไปจากเขา แล้วหลอกล่อให้อู๋หยางเทียนเป็นอ๋องปีศาจ ทำงานชั่วช้าสารพัด แลกกับการรับรู้ข่าวของมารดา หรือก็คือพระชายาจาง

“สวรรค์เล่นตลกกับข้าแล้ว...”

จมูกโด่งสูดกลิ่นโลหิตของหลิวจื่อซาง ก่อนที่ลิ้นสากอุ่นจัดจะแลบเลียออกมา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel