บท
ตั้งค่า

1

สายลมหนาวพัดแรง กรีดเข้าสู่ผิวหนัง หนาวเหน็บจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เสียงหมาป่าหอนรับกันเป็นทอดๆ ขณะเดียวกัน มีเสียงหวีดร้องราวกับคนที่ได้รับความเจ็บปวดเหลือแสนดังแว่วมาให้ได้ยิน ก่อนเงียบหายไหเสียอย่างนั้น สักพักเสียงดังที่ชวนให้อึดอัด และเครียดจัดคือการหายใจของม้า ฟังแล้วก็เข้าใจว่า ม้ากำลังหวาดกลัวเหล่าหมาป่าที่วนเวียนอยู่รอบตัวมัน รวมถึงกลิ่นไอสังหารเข้มข้นที่ลอยอ้อยอิ่งในอากาศของแนวเขตรั้วอันกว้างขวาง คือพื้นที่อันตรายและอัปมงคลที่สุดของเมืองหลวง... ตำหนักราคะ

อย่างที่ทุกคนรู้ สตรีนางใดหาญกล้าล่วงล้ำเข้าไป แล้วเปลี่ยนใจอยากกลับออกมา ก็คงเหลือแต่ร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น

ยามนั้น รถม้าคันเล็กมุ่งตรงไปยังประตูด้านหลังของตำหนักกล่าว มิใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้าไปด้านในได้ แต่หากไม่ทำเช่นนี้ ตระกูลหลิวคงไม่อาจหลงเหลือผู้ใดรอดชีวิต เมื่อก้าวผิดเพียงนิดจนไปถึงทางตัน บุตรีของราชครูหลิว จำต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพื่อใช้โอกาสเดียวที่มี ให้นางได้พบบุรุษที่คนทั้งใต้หล้าไม่กล้าสานสบสายตา แม้กระทั่งเอ่ยปากสนทนา ด้วยหากกล่าวคำใดผิดไปแม้แต่น้อย เกรงว่าคงถูกเลาะฟันออกจากปาก หรือตัดลิ้นทิ้งเสีย ร้ายแรงสุดคือถึงขั้นถอดกระดูก แล่เนื้อออกเป็นชิ้นๆ โยนให้เดรัจฉานที่เจ้าตำหนักเลี้ยงดูได้ลิ้มรส

เมื่อรถม้ากำลังจะมุ่งหน้าขึ้นสะพานเล็กๆ ทว่ามีเหตุสุดวิสัย มีรถม้าคันใหญ่ จากตระกูลสูงศักดิ์กำลังเคลื่อนที่ลงจากสะพานแห่งนั้น อนิจจา สวรรค์ช่างเล่นตลกยิ่งนัก

“คุณหนู เราจำเป็นต้องใช้อีกทางเจ้าค่ะ... มีรถม้าคันหนึ่งผ่านทางมาพอดี และดูเหมือนว่าเป็นของ...”

สตรีผู้นั้นแทบหยุดหายใจ นางแจ้งใจแล้วว่ารถม้าคันดังกล่าวมาจากตระกูลเสิ่น เมื่อแง้มผ้าม่านเปิดดู ก็เห็นมีผู้คุ้มกันหลายคน ส่วนผู้ที่กำลังมองมายังรถม้าของนาง คือว่าที่คู่หมั้นตนของตนนั่นเอง อนิจจา เมืองหลวงต้าฉือ เหตุใดถึงเล็กแคบเยี่ยงนี้

หลิวจื่อซางบีบมือตนเองแน่น และปิดผ้าม่านลงอย่างเบามือ ฝ่านนางกำลังเลือกทางอันตรายต่อชีวิต เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบิดาและคนในบ้าน ด้วยการส่งตัวเองไปเป็นบรรณาการแก่ปีศาจแห่งต้าฉือ

คนของเสิ่นกงฉุยก้าวมายังรถม้าที่เตรียมจะเปลี่ยนเส้นทาง แต่ถูกขวางเอาไว้เสียก่อน

“คุณชายของข้า เป็นห่วงอันตรายพวกเจ้า บ้านเมืองยามนี้สถานการณ์ไม่สู้ดี มีกลุ่มคนต่างแคว้น ลักลอบเข้ามาสร้างความวุ่นวาย และเส้นทางที่พวกเจ้ากำลังจะมุ่งไป เปลี่ยวยิ่งนัก”

สตรีวัยกลางคนก้มหน้าต่ำ และตอบกลับไปว่า

“ฮูหยินของบ่าว เพียงแค่ต้องการไปเคารพหลุมศพญาติผู้พี่ซึ่งเป็นสกุลเดิมของนางที่ล่วงลับ ณ สุสาน ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางกลับ ขอบคุณนายท่านมาก”

ทั้งที่กล่าวเช่นนั้น แต่เสิ่นกงฉุยที่จับตาดูอยู่กลับสงสัยบางสิ่ง

“นายของเจ้าเป็นคนสกุลใด และสุสานทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ล้วนอยู่ในเขตตำหนักราคะ คนปกติที่ฝังร่างได้ ก็มีแต่ศพที่ตายอนาถจากการถูกทรมาน ของปีศาจหยางเทียน!” เสิ่นกงฉุยเป็นศัตรูกับอู๋หยางเทียนมานาน ทั้งที่ฝ่ายนั้นเป็นองค์ชายสาม แต่ก่อนหน้าทั้งเขาและองค์ชายสาม ก็ขัดแข้งขัดขากันมาตลอด นับแต่เข้าเรียนในสำนักศึกษา และเริ่มรับราชการ

แม่บ้านที่ถูกจ้างมาเริ่มตัวสั่น แสดงอาการไม่ถูก เรื่องที่เตรียมไว้หายไปจากหัวเมื่อเสิ่นกงฉุยลูกชายของเจ้ากรมโยธาผู้ยิ่งใหญ่สอบถามด้วยน้ำเสียงดุ และคล้ายจับพิรุธบางอย่างได้

“ฮูหยินที่อยู่ด้านใน ข้าเพียงแต่อยากให้ท่านระวังตัว อย่างที่กล่าว สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียด และไหนๆ คนก็จากไปอยู่ปรโลก เวลานี้อย่าเอาตัวไปเสี่ยงภัยเลย”

เสิ่นกงฉุยถาม แต่อีกฝั่งเงียบ ตอนนั้นเขาเลยลงจากรถม้า ก้าวเข้าไปใกล้ ๆ รถม้าคันเล็ก พินิจมองโดยรอบ และจมูกพลันได้กลิ่นหอมหวาน เป็นกลิ่นที่กล่าวว่าคุ้นเคยก็ไม่ผิดนัก

“รสนิยมฮูหยินช่างล้ำเลิศ และข้ายังไม่ทราบเลยว่า ท่านมาจากตระกูลใด”

ความเงียบยังคงทำงานได้ดี มือของเสิ่นกงฉุนจึงถือวิสาสะเอื้อมไปเตรียมเปิดม่านที่กั้นเอาไว้ ด้วยเขามีลางสังหรณ์บางอย่างว่า ผู้ที่อยู่ข้างใน อาจเป็นคนที่เขากำลังตามหาตัวอยู่ตั้งแต่บ่าย

“นายท่าน ฮูหยินของบ่าวอาภัพนัก อย่าให้นางต้องด่างพร้อยเลย แค่ออกมายามวิกาล ก็ส่งผลให้นางเดือดร้อนแล้ว” แม่บ้านกล่าวจบก็เอาตัวมาขวางเสิ่นกงฉุย

ซึ่งในเป็นตอนนั้น ที่สตรีในรถม้ากระแอมไอ ติดกันหลายหน ก่อนรวบรวมความกล้าตอบเขา

“ผู้น้อยมาเป็นการส่วนตัว ไม่สะดวกกล่าวสิ่งใดมากกว่านี้ นายท่านโปรด...มะ เมตตา”

ปลายประโยคของนางเสียงสั่นเทา และดูเหมือนกำลังตกอยู่ในอาการเศร้าโศก

“เช่นนั้น ก็ขอให้ฮูหยินเดินทางด้วยความปลอดภัย”

เขากล่าวจบ ก็ก้าวไปขึ้นรถม้าของตน ส่วนหญิงสาวยกมือทั้งสองกุมใบหน้าเรียวเล็กงดงามเอาไว้ พร้อมพยายามกลั้นก้อนสะอื้นอย่างยากลำบาก

“ฉุยเกอ... ชาตินี้ข้าทำผิดต่อท่านยิ่งนัก”

หัวใจหลิวจื่อซางแหลกสลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel