บทที่4 คำมั่นสัญญาที่ไม่ควรเป็นของฉัน
“เจ้าคือเกรต้าสินะ” เสียงของเด็กชายอายุ10ปีเอ่ยขึ้น ในระหว่างการเดินเล่นในสวนหลวง เนื่องจากจักรพรรดิของทั้งสองกำลังตกลงเรื่องสงครามกันอยู่
“ขออภัยที่ข้าไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการ นามของข้า เกรต้า คอลลินส์ คามาลิด เป็นคู่มั่นของพระองค์เพคะ” ฉันนอบน้อมสุดๆไปเลยใช่ไหมละคะ อย่างฉันคุณคงไม่ชอบ เพราะคนที่คุณจะหลงรักนะ คือพี่สาวของฉันที่มีนิสัยร่าเริงต่างหาก
“เจ้าคงรู้ว่าพ่อของเจ้าใช้เจ้าเพื่อไม่ให้ฟรังเทล ยึดคามาลิด” หืออ….โอ้โห เจ้าชายพูดแล้วเจ็บจี๊ดเลยแฮะ หาว่าพ่อใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อประเทศรึไงยะ ถึงจะใช่แต่ฉันก็เต็มใจย่ะ หึอวดดีไปเถอะ ถึงจะน่าหงุดหงิดแค่ไหน แต่ก็ต้องสำรวมอาการไว้ เพราะฉันไม่ได้มีสติปัญญาแค่ห้าขวบนี่สิ เพราะงั้นเลยกัดฟัน ตอบกลับเจ้าชายอย่างกล้ำกลืนฝืนทน
“เพคะ หม่อมฉันทราบดี แม้หม่อมฉันจะมีอายุเพียงห้าปี อย่างไรก็ตามหากพระองค์ไม่โปรดหม่อมฉัน พระองค์สามารถถอนหมั้นได้ทุกเมื่อ ขอเพียงแต่ให้เอกราชกับคามาลิดด้วยเถอะเพคะ” ฉันว่าฉันไม่อยากได้เธอเป็นสามีแล้วล่ะ น่ากลัวจริงๆ
“หึ ช่างกล้าเสียจริงนะ เจ้าน่าสนใจจริงๆไว้เมื่ออายุ16เมื่อไร ข้าจะตัดสินใจดูอีกครั้งก็แล้วกัน ตอนนี้ตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้าแล้ว รุ่งสางพรุ่งนี้เราคงต้องเดินทางกลับ พร้อมกับทรัพย์ประกันที่ประเทศของเจ้าต้องจ่ายเพราะแพ้สงคราม" องค์ชายยิ้มเยาะอย่างพอใจ
เดี๋ยวๆ ทำไมพูดเหมือนนายเป็นฝ่ายเลือกล่ะ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในฐานะเชลยละก็ นายนั่นแหละต้องมาอ้อนวอนขอหมั้นฉันน่ะ
“แม้คามาลิดจะเป็นรองเรื่องฝีมือการทำสงคราม และทรัพยากรณ์เหล็กกล้าไม่เทียบเท่ากับฟรังเทล แต่ส่วยที่เราจ่ายให้ท่านก็เป็นเหมือนแค่หยดเหงื่อเท่านั้นแหละเพคะ เพราะคามาลิดของเรานั้นเศรษฐกิจรุ่งเรืองกว่าอาณาจักรบ้าสงครามอย่างท่านเป็นไหนๆ ลองเปลี่ยนเหล็กที่ใช้ทำแต่อาวุธไปสร้างสินค้าอย่างอื่นดูบ้างนะเพคะ เพราะเมื่อใดที่โลกนี้ไร้ซึ่งสงคราม ระวังคนของท่านจะอดตายกันทั้งประเทศ”
ฉันเดินหันหลังโดยไม่บอกลา หึ ฉันเห็นนะเจ้าหนูกำหมัดแน่นเลยสิเจอเด็กห้าขวบสวดกลับเรื่องการเมืองแบบนี้ คิกๆ นี่ฉันกลายเป็นนางร้ายที่สมบูรณ์แบบรึยังนะ ตบตีกะเจ้าชายแบบนี้ เอ๊ะเดี๋ยวนะ ยัยโง่ เกิดอีตานั่นมันหมันไส้ยกทัพมาตีคามาลิดอีกรอบ เราก็ซวยเลยดิ เห้ยๆๆๆๆๆๆไม่นะๆๆๆ
สรุปว่าวันนี้ฉันก็ไม่ได้กลับไปขอโทษเจ้าชายนั่นเลย แถมยังนอนไม่หลับอีก รู้ตัวอีกทีก็เย็นของอีกวัน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันวิตกกังวลอยู่มากกลัวว่าอัลดีฟจะคลั่งมาตีประเทศของฉันแตกจริงๆนี่สิ ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด! ไม่มีทาง!
หลังจากฉันเริ่ม7ขวบ ท่านพ่อก็เริ่มหาครูส่วนตัวมาให้ฉัน เริ่มจาก ครูภาษาคามาลิด ภาษาโบราณ และภาษาฟรังเทล พระเจ้าช่วยโครตยากเลยโว้ย
แถมภาษาจากโลกเก่าฉันก็ยังมี ใครรู้เข้าคงหาว่าฉันเป็นอัจฉริยะแน่ๆ
แต่จะว่าไปท่านพ่อก็ตาถึงเหมือนกันนะ เพราะอาจารย์เซบาสเนี่ย หล่อจริงๆ ตาชั้นเดียว กับผมสีทองอร่าม สูงประมาณ เกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรได้มั้ง แถมท่าทางดูใจดีนี้อีก เรียนกับเขาที่ไรไม่ค่อยมีสมาธิเลยแฮะ
“คุณหนูเกรต้าครับ คุณหนู นี่คุณหนูครับ! กรุณาอย่าเหม่อเวลาผมสอนสิครับ!”
เซบาสกล่าวขึ้นพร้อมกับใช้มือทั้งสองตบไปที่โต๊ะเพื่อเรียกสติของหลานสาวที่ไม่สนใจที่เขาสอนเสียที ไม่รู้ว่าหล่อนนึกอะไรอยู่
ถึงแม้ว่าหลานสาวเกรต้าของผมจะดูชอบเหม่อและยิ้มอยู่คนเดียวอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็ทำได้ดีในเรื่องของภาษาคามาลิด และฟรังเทล และภาษาโบราณที่สามารถพูดได้ดี แต่ไอ้เรื่องลายมือนี่สิ…แย่เกินบรรยายเลยแฮะ
“ท่านอา ทำไมต้องดุข้าด้วยละคะ ที่ข้าเหม่อมันเป็นความผิดของท่านอาต่างหากละคะ!” ใช่สิ ใครใช้ให้ท่านหล่อจนสาวหลงขนาดนี้เล่า
“คุณหนูครับ กรุณาเรียกข้าว่าท่านอาจารย์ เอ่อ-///-แล้วก็ความสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าอากับหลาน ข้าคิดว่ามันออกจะเกินตัวไปหน่อย อีกอย่างคุณหนูพึ่งจะ…”
“อ๊ากกกหยุดคิดเลยนะคะ หนูนะไม่ได้ชอบคนแก่แบบท่านอาเสียหน่อย”
โอ้ย-- อิตานี่มโนเก่งจริงๆ ห่างกันตั้ง2ทศวรรษเลยนะย๊ะ เฮ้อ ก็อย่างว่า ท่านอาของฉันออกจะใสซื่อเรื่องความรักไปหน่อย แต่ก็น่าเสียดายที่ปีหน้าจะต้องวิวาห์กับคุณหญิงมอแกน ฉันอุส่าเชียร์ ลูกสาวบารอนอย่างไดอาน่าแท้ๆ
“หนูเบื่อคุณอาแล้วค่ะ หนูจะไปหาท่านพี่ริชาร์ด”
“ยังไม่ได้ครับจนกว่าคุณหนูจะคัดลายมือตัวอักษร โบราณเสร็จ”
จะเอาอย่างนี้ใช่ไหมคะคุณอา ฉันอยากจะวิ่งหนีจริงๆแต่ฉันก็ต้องทำตามเพราะฉันเป็นคนดีนะสิ
“เสร็จแล้วค่ะ!” ฉันชูกระดาษขึ้นอย่างภาคภูมิใจ หึๆ สกิลอันว่องไวในการเขียนของหนู เอาหละทีนี่ก็ปลาบปลื้มให้เต็มที่เลยสิคะคุณอา
“เห้อ ลายมือคุณหนูเนี่ยอ่านไม่ออกเหมือนเดิมเลยนะครับ”
หา!!!!!!!! ฉันช๊อคกับคำตอบที่ได้รับมาก ถึงจะเป็นท่านอาก็เถอะแต่ว่าฉันอุส่าตั้งใจเขียนเลยนะ อึก น้ำตาคลอเบ้าไม่รู้ตัว ฉันค่อนข้างจะเสียใจเลยหละ
“ข้าเกลียดท่านอาที่สุด!” พอสิ้นคำพูดฉันก็รีบวิ่งตรงไปยังสวนหลวงทันที แล้วมานั่งพักที่บ่อน้ำพุอยู่คนเดียว
(ที่สวนหลวงนี้ข้ารับใช้ไม่สามารถเข้ามาได้ก่อนได้รับอนุญาต และคนสวนก็เข้ามาได้แค่ช่วงเช้า และช่วงเย็นภายในเวลาจำกัดเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นสวนส่วนตัวของฉันกับท่านพี่เลยก็ได้)
ฉันนั่งเสียใจกับคำพูดของท่านอา แต่สักพักก็หยุดร้องแล้วก็คิดได้ว่า
เอ็งโง่รึเปล่าเนี่ย- - แค่ลายมือเองนะ สวยไม่สวยช่างมันปะไร เวลาเขียนจดหมายให้คนลายมือสวยเขียนให้ก็จบละ แค่พูดได้อย่างคล่องก็พอแล้วละ ฮ่าๆๆๆ
“หัวเราะอะไรอยู่คนเดียว น้องพี่” เสียงที่คุ้นเคยดี เป็นใครไม่ได้อีกแล้วในที่แห่งนี้นอกจากท่านพี่ริชาร์ด
หลังจากที่ฉันฟื้นความทรงจำได้ฉันก็ไม่เจอท่านพี่อยู่หลายวัน เล่นทำเอาเศร้าเลยเชียว
แต่พอได้เจอท่านพี่ ฉันก็โกรธที่ท่านหายไป ฉันก็หาทางหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้าท่านพี่เลยหละ นิสัยเด็กน้อยจริงๆ- -
แต่หลังจากที่แอบได้ยินเหล่าข้าราชบริพานคุยกันเรื่องท่านพี่ถูกลงโทษเพราะดูแลฉันไม่ดี ฉันก็รีบวิ่งตามหาท่านพี่ทั้งน้ำตาเพื่อไปขอโทษเลยล่ะ
คิดแล้วก็ขำตัวเองจริงๆ ทำไมในนิยายนางร้ายถึงได้เกลียดพี่ชายตัวเองนักนะ ทั้งๆที่เขาออกจะอบอุ่นขนาดนี้แท้ๆ
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ น้องแค่คิดถึงเรื่องตลกๆน่ะ”
“อะไรกันแต่หน้าเจ้า เหมือนคนพึ่งร้องไห้มา บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ให้พี่ดูหน่อย”
มือที่บาดเจ็บและเริ่มด้านจากการซ้อมดาบอย่างหนัก สัมผัสกับผิวที่ขาของฉันอย่างอ่อนโยน ทำเอาใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะเลย
นั่นเพราะชาติที่แล้วฉันไม่เคยมีพี่ชาย หรือใครที่เป็นห่วงฉันขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ครั้งฉันก็โชคดีจริงๆที่ได้มาอยู่ในโลกแห่งนี้ และได้เป็นน้องสาวของท่านพี่ริชาร์ด
