บทที่5 เติบโตอีกขั้น
ผ่านมา5ปี เราทั้งคู่เติบโตมาได้อย่างสง่าผ่าเผย ตอนนี้ฉันอายุ12ปีแล้ว
เวลาผ่านไปไวจริงๆ แถมสูงขึ้นมากทีเดียว สูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนเลยมั้ง
ดีหน่อยที่ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ใช่คนตระกูลเดียวกันฉันเลยไม่มียีนส์ด้อยอะนะ
แต่การเป็นราชวงศ์นี่มันก็ภาระเยอะเหมือนกันนะเวลาที่ผ่านมาฉันได้เรียนแต่ภาษาและการสื่อสารอย่างช่ำชอง และวาดรูปเพื่อผ่อนคลายบ้าง
การสอนที่นี่ดีจริงๆที่สอนทีละอย่างไม่ต้องมาเรียนวิชาละนิดละหน่อยปนๆกัน พออายุ12ก็ต้องเรียนรัฐศาสตร์แบบจริงจัง จนถึงอายุ15 และมีเรียนขี่ม้าอีก
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของวันพรุ่งนี้ที่เป็นวันเกิดครบรอบอายุ12ก็คือการเข้าวิหารเพื่อทำนายอนาคต และเลือกอาวุธนี่สิ
ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวถ้าชะตาชีวิตฉันมันดันห่วยแตกถึงขั้นเสียชีวิตขึ้นมาจะทำยังไงวะเนี่ย
แล้วทำไมต้องเชื่อเรื่องงมงายพรรคนั้นด้วยนะ คนเดียวที่จะช่วยเยียวยาจิตใจของฉันได้ก็คงจะมีแค่ท่านพี่ริชาร์ดเท่านั้นแหละ
แต่ว่าสิ่งที่ฉันลืมไปก็คือเนื้อเรื่องเดิมในยายที่ว่า ท่านพี่ริชาร์ดประสบอุบัติเหตุตกจากหลังม้าแล้วเสียชีวิตถึงแม้ว่าจริงๆแล้วจะแค่บาดเจ็บก็เถอะแค่ท่านพ่อตั้งใจสร้างข่าวโคมลอยนี้เพื่อให้ฟรังเทลตายใจว่าผู้สืบทอดบันลังก์จะมีแค่ฉันคนเดียว
ส่วนท่านพี่ก็จะกลายเป็นบุตรบุญธรรมของบารอนจาริลในเขตชานเมืองเท่านั้น
ไม่นะแบบนี้ก็เท่ากับว่าฉันต้องตัวคนเดียวน่ะสิ แต่อีกนัยนึงก็เป็นโอกาสที่ท่านพี่จะหลงรักนางเอกที่มาขอเป็นนางกำนัล ฉันควรจะทำยังไงดี !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
สิ่งที่ฉันคิดดันกลายเป็นจริงเฉย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ฉันรีบวิ่งตรงไปที่ห้องนอนของท่านพี่ในเย็นวันนั้น แต่ฉันก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าท่านพี่นอนสลบอยู่บนเตียง และมีเพียงคุณหมอกับแอนนาที่คอยดูแลเท่านั้น
เมื่อคิดว่าพี่ชายที่แสนดีจะต้องออกจากปราสาทและจะไม่ได้เจอกันทุกเที่ยง ไม่มีคนคอยปลอบใจแล้วหัวใจมันก็บีบรัดตัวแน่นถึงขนาดแทบขาดใจตาย เลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างกลับรุนแรงกว่าปกติ
นิสัยเดิมจากชาติที่แล้วยังคงอยู่ นั่นคือการร้องไห้แบบไร้เสียงดั่งคนจะขาดใจตาย
“ทุกคนออกไปให้หมด!” ฉันตวาดทั้งน้ำตา พลางเอามือเช็ดน้ำมูกออก
สภาพฉันตอนนี้น่าจะสมเพชน่าดู แต่ก็ช่างเถอะเพราะตอนนี้พี่ชายสำคัญที่สุดน่ะสิ ฉันเดินไปกุมมือของพี่ชายไว้แน่น
แถมขาก็หมดแรงเสียอย่างนั้นได้แต่นั่งคุกเข่ากุมมือ ร้องไห้แบบกลั้นเสียงเพราะกลัวเหลือเกิน กลัวว่าท่านพี่จะต้องจากไป
“ท่านพี่ได้โปรดอย่าทิ้งน้องไปเลยนะคะ ได้โปรด ไม่ว่าท่านพ่อจะพูดอะไร ได้โปรดปฏิเสธมันแล้วอยู่กับน้องเถอะนะเพคะ ฮึก ฮืออออ”
พอร้องไห้สักพักฉันก็เริ่มตั้งสติได้ ฉันเริ่มทบทวนหาทางช่วยท่านพี่ หรือว่าฉันไม่ควรเห็นแก่ตัวดีนะนี่อาจจะเป็นโอกาสที่จะทำให้ท่านพี่ได้รักกับนางเอกก็ได้ แต่ว่าถ้าสุดท้ายแล้วนางเอกต้องคู่กับเจ้าชาย ตอนจบของท่านพี่คง…
โอ้ยทำยังไงดีไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย
“เกรต้า ทำไมเจ้าถึงมานั่งอยู่นี่ล่ะ เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพี่…”
“เหตุใดท่านถึงใจร้ายกับข้าเช่นนี้ ให้ข้าทราบจากปากคนอื่นว่าท่านบาดเจ็บ แล้วจะไม่ให้ข้ามาหาท่านได้อย่างไร ท่านสัญญากับข้าได้ไหมว่าไม่ว่าท่านจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านต้องเจ็บปวดท่านจะบอกข้าคนแรกเสมอ นะคะท่านพี่ ข้าขอร้อง”
ฉันบีบมือหนาของพี่ชายแน่นเพื่อย้ำให้เขายอมสัญญาด้วย
“อื้ม พี่สัญญา” คำพูดของเขาทำให้ฉันโล่งใจขึ้นมาก แต่ก็ยังกังวลอยู่ดีว่าควรจะทำอย่างไรกับชะตาของท่านพี่ดี อีกทั้งวันพรุ่งนี้ก็ต้องไปวิหารเสียแล้วสิ
“เจ้าไปพักผ่อนเถิด อย่าลืมสิวันพรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของเจ้านะน้องสาวข้า” มือของท่านพี่ค่อยๆลูบศีรษะข้าอย่างเอ็นดู
แม้จะรู้ตัวดีว่าพรุ่งนี้คงไม่ใช่วันดีของหญิงต้องสาปอย่างข้าเท่าไร แต่ก็ช่างปะไร ข้าจะไม่ท้อหรอกขอแค่มีท่านพี่คอยเคียงข้างข้า ก็เพียงพอ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รุ่งเช้าวันต่อมา
ตลอดเวลา 5ปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ฉันก็ยังเหมือนเดิมนั่นคือการแต่งตัวที่กินเวลานาน ฉันเลยตัดสินใจออกแบบชุดเพื่อส่งไปห้องตัดเสื้อ แต่ท่านแม่ก็สั่งห้ามใส่ไปวิหารนี่สิ อย่างน้อยก็ใส่เล่นในปราสาทได้ละนะ
อึก ไม่รู้ทำไมพออยู่หน้าวิหารแล้วขามันก็สั่นขึ้นมา หัวใจสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างจนแทบระเบิด กลัวจัง ถึงจะบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่ฉันรู้ดี ว่าฉันมันคือเจ้าหญิงปีศาจแห่งอันเปบติส…ท่านพี่เป็นกำลังใจให้น้องด้วยนะคะ
“ลูกสาวแม่ มัวชักช้าอยู่ไย รีบตามมาสิจ๊ะอย่าให้ท่านเทพรอเลย”
“ขออภัยเพคะ” ฉันเดินย่ำก้าวไปในวิหาร เมื่อเห็นกรตบแต่งภายในก็ถึงกับตกตลึง ว้าว สวยจริงๆ หากฉันมีอำนาจมากพอละก็ฉันอยากจะเปิดให้ประชาชนทุกคนได้เข้ามาด้านในจริง
“ถวายบังคม องค์ราชินีและเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรคามาลิดอันเป็นนิรันดิ์ ขอให้เทพคุ้มครอง”
“ไม่ต้องมากพิธี รีบทำพิธีเถิดข้าตื่นเต้นที่จะฟังคำทำนายของลูกสาวไม่ไหวเสียแล้วสิ”
เดี๋ยวๆ ทำไมท่านหัวหน้าถือกริชละ ฉันเดินไปอยู่หน้าองค์เทพ แล้วเขาก็จับแขนของฉันออกมา กลางบ่อะไรไม่รู้คล้ายๆบ่อปลา (ฉันไม่รู้ว่ามันคือบ่ออะไร) จากนั้นเขาก็นำกริชมาจิ้มกลางเส้นเลือดดำที่ข้อมือน้อยๆของฉัน เห้ยๆจะฆ่ากันรึไง ฉันสุขใจกับชาตินี้นะเห้ย อย่ามาพรากไปตามใจชอบสิฟะ
เลือดข้นของฉันค่อยๆหยดลงในบ่อน้ำนั้น แล้วมนก็ค่อยๆเปลี่ยนสี ตู้หูว อย่างกับเวทมนตร์แหนะ เอาดีๆเวทมนตร์จริงๆด้วยเพราะอยู่ๆเขาก็ร่ายคาถาบางอย่างทำให้แผลที่เกิดจากกริชหายไปในพริบตา อ่านี่สินะพรของเทพ ที่เคยได้ยินมา อิจฉาจัง
"คำทำนายจะแจ้งให้ทราบในรุ่งเช้าวันพรุ่งนี้ ขอเชิญองค์ราชินีและองค์หญิงไปพักผ่อน แล้วหลังจากนั้นมาเลือกอาวุธประจำพระองค์กันพะยะค่ะ"
ฉันกับแม่เดินทางกลับจากวิหารมาที่ห้องโถงเพราะเมื่อกลับถึงพระราชวังก็ตะวันกลางหัวแล้ว ขาของท่านพี่นั้นยังรักษาไม่หายดี แม้จะมีเวทรักษาแต่กว่าจะให้กระดูกประสานกันก็ใช้เวลาถึง1อาทิตย์
ฉันจะเลือกอาวุธแบบไหนดีนะ ธนูกับมีดสั้นก็น่าสนใจ หากจะใช้ดาบคงจะเกินตัวเกินไป ฉันจึงตัดสินใจเลือกใช้มีดสั้นและธนู แม้ว่าตามจริงแล้วขุนนางจะสามารถเลือกได้เพียงคนละชิ้น แต่สำหรับราชวงศ์อย่างฉัันถือเป็นสิทธิ์พิเศษ เพราะฉันมันอัจฉริยะน่ะสิ คิกๆ
