บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ปีนผา

จูบของ เผยอวี้ เปรียบเสมือนหินที่ถูกขว้างลงกลางทะเลสาบที่เงียบสงบ มันปลุกเร้าให้หัวใจของ อวิ๋นเหยา สั่นไหวเป็นระลอกคลื่นไม่จบสิ้น หลายวันต่อมาเธอพยายามบังคับตัวเองให้จมอยู่กับงาน ใช้ทั้งรายงานการประชุมและการวิเคราะห์การลงทุนอันหนักอึ้งเพื่อกลบฝังภาพลักษณ์ของชายหนุ่มและสัมผัสร้อนแรงที่ยังติดตรึงอยู่บนริมฝีปาก

เช้าวันถัดมา

อวิ๋นเหยาทบทวนแผนงานกองทุนชีวภาพที่เผยอวี้ส่งมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องยอมรับว่ามันไร้ที่ติ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสำนักงานกฎหมายตระกูลเผยได้อย่างยอดเยี่ยม หากมองในแง่ธุรกิจ การเลือกเขาคือทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ทว่าเมื่อนึกถึงจูบที่ควบคุมไม่ได้ในห้องรับแขกคืนนั้น การตัดสินใจทางธุรกิจที่ควรจะบริสุทธิ์กลับถูกฉาบด้วยสีสันแห่งความเย้ายวน

"คุณอวิ๋นครับ เกี่ยวกับข้อเสนอของตระกูลเผย คุณมีความเห็นเบื้องต้นอย่างไรบ้าง?" รองผู้จัดการฝ่ายการลงทุนเอ่ยถามในที่ประชุม

อวิ๋นเหยานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ นิ้วเรียวเคาะปากกากับพื้นโต๊ะเป็นจังหวะ สีหน้าของเธอเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ส่วนตัว "เนื้อหาแผนงานแน่น ทีมงานมีศักยภาพ ให้จัดอยู่ในรายชื่อตรวจสอบเชิงลึก (Due Diligence) ในรอบถัดไปได้เลยค่ะ"

เธอกดซ่อนความหวั่นไหวไว้ลึกสุดใจ แสดงออกเพียงภาพลักษณ์ผู้บริหารที่เด็ดขาดและเย็นชา มีเพียงตัวเธอเองที่รู้ว่าในวินาทีที่ตัดสินใจ หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะเพียงใด

เย็นวันพฤหัสบดี เธอได้รับข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงประโยคสั้นๆ ว่า:

"ยิมปีนผา วันเสาร์สิบโมงเช้า กล้ามาไหม?"

แม้จะเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ความมั่นใจและตรงไปตรงมาเช่นนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เผยอวี้ อวิ๋นเหยาจ้องข้อความนั้นอยู่นาน นิ้วค้างอยู่ที่ปุ่มตอบกลับ ใจหนึ่งบอกให้ปฏิเสธเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่อีกใจกลับโหยหาความท้าทายและความปรารถนาที่ยังไม่ถูกเติมเต็มจากคืนนั้น

เธอนึกถึงคำพูดของเขาที่ว่า "ผมจะรอคุณ" เขาไม่ใช่ฝ่ายรออย่างนิ่งเฉย แต่เขาคือพรานที่วางเหยื่อล่อเพื่อรอให้เธอเดินเข้าไปหาเอง

สุดท้ายเธอก็พิมพ์ตอบกลับไปเพียงคำเดียว: "ขอที่อยู่ค่ะ"

วันเสาร์สิบโมงเช้า อวิ๋นเหยาปรากฏตัวในชุดกีฬาที่คล่องตัว ณ ยิมปีนผาเปิดใหม่แห่งหนึ่ง ภายในกว้างขวางและเต็มไปด้วยหน้าผาจำลองหลากสีสัน กลิ่นผงชอล์กกันลื่นปนกับกลิ่นอายพลังงานของการออกกำลังกายอบอวลไปทั่ว

เผยอวี้มาถึงก่อนแล้ว เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดกีฬาสีดำรัดรูป เผยให้เห็นช่วงไหล่ที่กว้าง อกแน่น และเอวสอบเพรียวที่เห็นเส้นกล้ามเนื้อชัดเจน เขากำลังยืนวิเคราะห์เส้นทางปีนผาอย่างมีสมาธิ ใบหน้าคมเข้มภายใต้แสงไฟดูแข็งแกร่งและมีเสน่ห์

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเขาหันกลับมา เมื่อเห็นอวิ๋นเหยา ดวงตาเขาก็ไหววูบด้วยความชื่นชม วันนี้เธอสลัดภาพลักษณ์สาวแกร่งในชุดสูทออก เหลือเพียงความสดใสและมีชีวิตชีวา แต่ยังคงโดดเด่นเช่นเดิม

"ผมคิดว่าคุณจะหาข้ออ้างไม่มาเสียแล้ว" เผยอวี้เดินเข้ามาหาด้วยท่าทีผ่อนคลาย

อวิ๋นเหยาเชิดหน้าขึ้น "ฉันรับปากอะไรแล้วไม่เคยคืนคำ อีกอย่าง..." สายตาเธอกวาดมองหน้าผาสูงชันนั่น "ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่า นอกจากฝีปากในการว่าความแล้ว ทนายเผยจะมี 'ฝีมือ' อย่างอื่นสักแค่ไหน"

คำพูดที่มีความหมายนัยแฝงทำให้เผยอวี้ยิ้มลึกซึ้งขึ้น "ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ"

หลังวอร์มอัพ ทั้งคู่เลือกเส้นทางปีนที่ยากระดับเดียวกัน ในตอนแรกมันเหมือนการแข่งขันเล็กๆ แต่ไม่นานทั้งคู่ก็จมดิ่งไปกับเสน่ห์ของการปีนผา อวิ๋นเหยามีทักษะที่ยอดเยี่ยม ร่างกายเธอเบาและมีการจัดระเบียบร่างกายที่แม่นยำ ส่วนเผยอวี้แสดงถึงพละกำลังและแรงระเบิดของกล้ามเนื้อที่น่าทึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยพลัง

ในจังหวะที่ต้องโหนตัวข้ามผ่านจุดยึดที่ยาก อวิ๋นเหยาเกิดลื่นเสียหลัก ร่างของเธอร่วงวูบลงมา แม้จะมีเชือกเซฟตี้แต่ความรู้สึกใจหายวูบก็ทำให้เธอเกร็งไปทั้งตัว

ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น วงแขนแข็งแรงข้างหนึ่งก็เอื้อมมารัดเอวเธอไว้แน่น ช่วยพยุงให้เธอหาที่ยึดเกาะใหม่ได้สำเร็จ

"ระวังหน่อยครับ" เสียงของเผยอวี้กระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจที่หอบพร่าจากการออกกำลังกายรดรินที่ซอกคอและใบหูที่ไวต่อสัมผัสของเธอ

แขนของเขาโอบรอบเอวเธอไว้แน่น ผ่านเนื้อผ้ากีฬาที่บางเบา เธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแขนและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนจัดของเขา ความทรงจำเรื่องจูบในคืนนั้นพุ่งพล่านกลับมา ผสมผสานกับกลิ่นฟีโรโมนชายและกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่รุกรานประสาทสัมผัส ร่างกายของอวิ๋นเหยาพลันแข็งทื่อ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ผิวบริเวณเอวที่เขาแตะต้องร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟลวก

"ขอบคุณค่ะ" เผยเหยาพยายามคุมเสียงให้ปกติแต่ก็ยังแฝงแววสั่นเครือ เธอไม่ได้รีบผละออก ราวกับถูกมนต์สะกดจากการสัมผัสนั้น

เผยอวี้เองก็ยังไม่ปล่อยมือ สายตาของเขาจ้องมองไปที่ปรางแก้มที่แดงระเรื่อและไรผมที่ชื้นเหงื่อของเธอ มือที่โอบเอวอยู่เผลอกระชับแน่นขึ้นจนปลายนิ้วฝังลงไปในเอวนุ่ม แววตาของเขาในยามนี้ไม่ใช่ความเย็นชาอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความชื่นชม ความปรารถนา และการคุกคามที่อยากจะครอบครอง

บรรยากาศรอบตัวพลันหนืดเหนียวและร้อนแรง แสงไฟในยิมปีนผาสาดส่องลงมาบนร่างสองร่างที่แนบชิดกัน มีเพียงผ้าบางเบากั้นขวาง ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน

ในที่สุดเผยอวี้ก็เป็นฝ่ายปล่อยมือและก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อสร้างระยะห่างที่ดูเหมือนจะปลอดภัยแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง เสียงของเขาพร่าลงกว่าเดิม "ต่อไหมครับ?"

อวิ๋นเหยาพยักหน้าแล้วหันกลับไปหาหน้าผา แต่เธอกลับพบว่าไม่มีสมาธิอีกต่อไป สัมผัสของเขา อุณหภูมิของเขา และกลิ่นอายของเขาเปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านในตัวเธอ จุดไฟความต้องการที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ให้ชัดเจนขึ้นจนยากจะเพิกเฉย

การปีนผาหลังจากนั้นจึงกลายเป็นการหยั่งเชิงและยั่วเย้าที่ต่างฝ่ายต่างรู้กัน สายตาของทั้งคู่ประสานกันบ่อยครั้งบนหน้าผา ทุกการสัมผัสที่ดูเหมือนบังเอิญเปรียบเสมือนสะเก็ดไฟที่กระเด็นเข้ากองน้ำมัน ปลุกเร้าอารมณ์ให้พลุ่งพล่าน

เมื่อจบการออกกำลังกาย ทั้งคู่เดินเคียงกันออกมาจากยิม แสงแดดยามสายที่แผดเผากลับไม่อาจสลายความร้อนรุ่มที่โอบล้อมคนทั้งสองไว้ได้

"เทคนิคดีมากครับ" เผยอวี้ชม สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาที่เป็นประกายของเธอ

"คุณก็เช่นกันค่ะ" อวิ๋นเหยาตอบ พยายามปรับลมหายใจ

"หลังจากนี้มีแผนจะทำอะไรต่อไหมครับ?" เขาถามอย่างไม่เจาะจง

อวิ๋นเหยาเดิมทีตั้งใจจะกลับไปสะสางงานที่คอนโด แต่ในวินาทีนี้ ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เธอเปลี่ยนใจ เธอหยุดเดินแล้วหันไปสบตากับเผยอวี้โดยตรง ดวงตาที่เคยเยือกเย็นของเธอบัดนี้ประกายไปด้วยความกล้าหาญ การท้าทาย และความแน่วแน่ที่จะพังทลายกำแพงของตัวเอง

"เผยอวี้" เธอเรียกชื่อเขา เสียงชัดเจนและมั่นคง "คำพูดที่คุณพูดคืนนั้น ยังนับอยู่ไหมคะ?"

ดวงตาของเผยอวี้วาวโรจน์ขึ้นมาทันทีราวกับคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร เขารู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร—จูบที่ควบคุมไม่ได้ และคำที่เขาบอกว่า "ผมจริงจังกับคุณ"

"ทุกคำที่ผมพูด ผมรักษาสัญญาเสมอ" เขาก้าวเข้าหาเธอหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่เงาตระหง่านปกคลุมร่างเธอไว้ สร้างแรงกดดันและแรงดึงดูดที่เพิ่มพูนขึ้นมหาศาล

"ดีค่ะ" หัวใจของอวิ๋นเหยาเต้นรัวเหมือนรัวกลอง แต่ใบหน้ายังคงนิ่งเฉย พร้อมกับส่งรอยยิ้มท้าทาย "ถ้าอย่างนั้น อยากขึ้นไปดื่มกาแฟไหมคะ? คอนโดฉันอยู่แถวนี้เอง"

นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด เป็นคำเชิญที่ข้ามเส้นแบ่งเขตแดนอย่างโจ่งแจ้งจากตัวเธอเอง เธอไม่ใช่เหยื่อที่รอพรานเข้าหาอีกต่อไป แต่เธอเลือกที่จะก้าวเข้าสู่ดินแดนของพราน หรือพูดให้ถูกคือ เธอเลือกที่จะยืนอยู่ในสนามแข่งขันเดียวกับเขาในฐานะคู่รักและคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียม

รูม่านตาของเผยอวี้หดตัวลงอย่างรวดเร็ว พายุในดวงตาควบแน่นเป็นจุดเดียว เขามองเธออยู่นานเพื่อยืนยันเจตนาที่แท้จริง

จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายอย่างป่าเถื่อนและความยินดีที่ถูกเอาใจ

"ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งครับ"

.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel