ตีตรา

72.0K · จบแล้ว
sunshine
35
บท
865
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

อวิ๋นเหยา ผู้บริหารสาวสุดสตรองแห่งตระกูลอวิ๋น กำลังนั่งดื่มอยู่ที่บาร์หรูชั้นดาดฟ้ากับพี่ชาย เธอเพิ่งปฏิเสธดีลธุรกิจที่มีปัญหาไปอย่างไม่แยแส สะท้อนให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวและเป็นตัวของตัวเอง ในขณะที่พี่ชายกำลังพยายามจับคู่เธอกับ เผยอวี้ ทนายหนุ่มทายาทตระกูลดังผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในศาล อวิ๋นเหยาก็ปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำและเกิดอุบัติเหตุเดินชนกับชายหนุ่มคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ชายคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ เผยอวี้ ตัวจริง! การพบกันครั้งแรกเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น ทั้งคู่ต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของกันและกันในฐานะคนเก่งในวงการธุรกิจ เผยอวี้แสดงความสนใจในโปรเจกต์ใหม่ของเธออย่างเปิดเผย แต่คำพูดของเขากลับแฝงไปด้วยการยั่วยวนและการหยั่งเชิง ก่อนจากกัน เผยอวี้ทิ้งท้ายด้วยคำเชิญชวนที่ทำให้หัวใจของอวิ๋นเหยาสั่นไหว เขาไม่ได้ต้องการคุยแค่เรื่องงาน แต่นัดหมายให้ไปเจอกันต่อในงานเลี้ยงการกุศลสัปดาห์หน้า ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความลึกลับและความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นในค่ำคืนนั้นเอง ....... นิยายเรื่องนี้ติดเรท 18+ และก็เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

18+นิยายรักโรแมนติกประธานผู้หญิงเรียบร้อยคู่นอนคืนเดียวเผด็จการรักโรงแรม/มหาลัยเย่อหยิ่งโรแมนติกรักหวานๆ

ตอนที่ 1 แรกพบ

แสงไฟหลากสีเริ่มสว่างไสว ชีพจรของเมืองใหญ่เต้นรัวแรงขึ้นตามม่านราตรีที่คืบคลานเข้ามา ภายใน "คลาวด์บาร์" (Cloud Bar) บาร์หรูบนชั้นดาดฟ้าใจกลางเมือง แสงจากโคมไฟระย้าคริสตัลสะท้อนประกายสีอำพัน ตกกระทบลงบนเรือนผมดัดลอนยาวของ อวิ๋นเหยา เธอกวัดแกว่งแก้วมาร์ตินี่ในมือเบาๆ เสียงน้ำแข็งกระทบขอบแก้วดังกรุ๊งกริ๊งใสกระจ่าง ตัดกับเสียงอึกทึกของเมืองภายนอกหน้าต่างได้อย่างน่าประหลาด

"สรุปคือเธอปฏิเสธข้อเสนอของคุณหวังไปแบบนั้นเลยเหรอ?" อวิ๋นจิ่นเหนียน เลิกคิ้วมองน้องสาวพลางอมยิ้มอย่างนึกสนุก

อวิ๋นเหยาจิบเหล้าเข้าไปคำหนึ่ง นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามขอบแก้ว "พี่คะ ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าโปรเจกต์นั้นมีปัญหา ฉันไม่มีทางพยักหน้าตกลงเพียงเพราะเขาเป็นลูกค้าเก่าของบริษัทหรอกค่ะ"

อวิ๋นจิ่นเหนียนหัวเราะเบาๆ "ถ้าพ่อรู้ว่าเธอกล้าปฏิเสธเพื่อนเก่าเขาอีกแล้ว มีหวังได้โดนบ่นหูชาแน่"

"ก็ปล่อยให้ท่านบ่นไปค่ะ" อวิ๋นเหยายักไหล่ สายตาทอดมองไปไกล "ยังไงซะ ตอนนี้แผนกการลงทุนของ จิ่นเหนียนกรุ๊ป ฉันเป็นคนดูแล เรื่องการประเมินความเสี่ยง... ฉันคือคนตัดสินใจเด็ดขาด"

ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา อวิ๋นเหยาคุ้นชินกับการแบกรับความคาดหวังและความกดดันในฐานะลูกสาวคนรองของตระกูลอวิ๋น ขณะที่พี่ชายอย่างอวิ๋นจิ่นเหนียนรับสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารในกงสีอย่างราบรื่น เธอกลับเลือกเส้นทางที่อิสระกว่า นั่นคือการสร้างทีมลงทุนของตัวเองขึ้นมาภายในเครือจิ่นเหนียนกรุ๊ป เพื่อพิสูจน์ด้วยผลงานว่าเธอไม่ใช่แค่คุณหนูที่อาศัยบารมีของตระกูล

"จะว่าไป งานเลี้ยงการกุศลสัปดาห์หน้าเธอจะไปใช่ไหม?" อวิ๋นจิ่นเหนียนถาม "พ่อกำชับมาเป็นพิเศษเลยนะว่าครั้งนี้มีพาร์ทเนอร์คนสำคัญมาร่วมงานเพียบ"

อวิ๋นเหยาลอบถอนใจ "ทราบแล้วค่ะ เตรียมของบริจาคไว้แล้ว เป็นสร้อยคอมรกตเส้นหนึ่ง คงดูดีพอสมควรนะคะ?"

"ไม่ใช่แค่เรื่องของบริจาคหรอก" อวิ๋นจิ่นเหนียนยิ้มอย่างมีเลศนัย "ตระกูลเผย ก็จะส่งคนมาด้วย ได้ข่าวว่าคุณชายรองของบ้านนั้นเพิ่งกลับจากต่างประเทศ และเข้ามารับช่วงดูแลสำนักงานกฎหมายของตระกูลแล้ว"

อวิ๋นเหยาหรี่ตาลงอย่างระแวดระวังทันที "อวิ๋นจิ่นเหนียน ถ้าพี่กล้านัดบอดให้ฉันอีกล่ะก็ ฉันจะเอาซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดที่พี่สะสมไปขายทิ้งให้หมดเลย"

"ไม่กล้าหรอก ไม่กล้า" อวิ๋นจิ่นเหนียนยกมือยอมแพ้ แต่แววตายังแฝงความเจ้าเล่ห์ "แค่เตือนไว้เฉยๆ รู้จักคนไว้เยอะๆ ก็ไม่เสียหายอะไรนี่"

ระหว่างที่พี่น้องกำลังสนทนาหยอกล้อกัน ที่ทางเข้าบาร์ก็เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย อวิ๋นเหยาเหลือบตาไปมองโดยไม่ตั้งใจ เห็นร่างสูงเพรียวเดินเข้ามาภายใต้การนำทางของผู้จัดการร้าน ชายหนุ่มสวมชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้ม เนื้อผ้าชั้นดีขับเน้นช่วงไหล่ที่กว้างและช่วงเอวที่ดูแข็งแกร่ง ยามที่เขาโน้มตัวสนทนากับคนข้างกาย เส้นแนวกรามของเขาดูคมชัดโดดเด่น ทั้งร่างแผ่ซ่านไปด้วยออร่าที่ยากจะเพิกเฉย

"ดูเหมือนแขกคืนนี้จะไม่ได้มีแค่พวกสามัญชนอย่างเราแฮะ" อวิ๋นจิ่นเหนียนมองตามสายตาเธอไป "เผยอวี้ ทายาทที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของตระกูลเผย อายุแค่สามสิบก็เป็นหุ้นส่วนสำนักงานกฎหมายแล้ว ได้ข่าวว่าไม่เคยแพ้ความใครเลยสักครั้ง"

อวิ๋นเหยาละสายตากลับมา "แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันคะ?"

"ก็แค่คิดว่า คนแบบนี้ถึงจะคู่ควรกับน้องสาวพี่หน่อย" อวิ๋นจิ่นเหนียนหัวเราะ พอเห็นสายตาเย็นเยือกของอวิ๋นเหยาก็รีบแก้ตัว "ล้อเล่นน่า อย่าจริงจังนักเลย"

อวิ๋นเหยาย่นจมูกเบาๆ ก่อนจะดื่มเหล้าที่เหลือจนหมดแก้ว "ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ กลับมาหวังว่าพี่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่"

เธอหยัดกายลุกขึ้น ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าขณะที่กำลังเลี้ยวตรงหัวมุมระเบียง ร่างหนึ่งที่เดินผ่านมาอย่างเร่งรีบก็ชนเข้ากับเธออย่างจัง อวิ๋นเหยาหลบไม่พ้นจนกระเป๋าถือร่วงลงพื้น

"ขอโทษครับ ผมรีบไปหน่อย" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูในความรู้สึกดังขึ้น อวิ๋นเหยาเงยหน้าขึ้น และสบเข้ากับดวงตาที่ลึกซึ้งคู่นั้นของ เผยอวี้ พอดี

เมื่อมองในระยะประชิด เครื่องหน้าของเขาดูมีมิติยิ่งกว่าเดิม คิ้วเข้มยกสูง สันจมูกโด่งเป็นสง่า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ในแววตาแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างพอเหมาะ เขาโน้มตัวลงเก็บกระเป๋าคืนให้เธอ วินาทีที่ส่งคืน ปลายนิ้วสัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ กระแสไฟฟ้าประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง

"ไม่เป็นไรค่ะ" อวิ๋นเหยารับกระเป๋ามา น้ำเสียงเรียบนิ่ง "คราวหลังคุณเผยเดินระวังหน่อยก็ดีนะคะ"

เผยอวี้เลิกคิ้ว "คุณรู้จักผม?"

"หุ้นส่วนสำนักงานกฎหมายตระกูลเผย ในวงการนี้ใครจะไม่รู้จักล่ะคะ?" อวิ๋นเหยายิ้ม แต่รอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา "ฉันอวิ๋นเหยา หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของจิ่นเหนียนกรุ๊ปค่ะ"

แววตาของเผยอวี้ไหววูบด้วยความเข้าใจ "คุณหนูรองตระกูลอวิ๋น ยินดีที่ได้รู้จักครับ โปรเจกต์กองทุนเทคโนโลยีที่คุณดูแลเมื่อเดือนก่อนยอดเยี่ยมมาก ในวงการชื่นชมกันใหญ่"

คราวนี้กลับเป็นอวิ๋นเหยาที่แปลกใจ "นึกไม่ถึงว่าทนายเผยจะสนใจแวดวงการลงทุนด้วย"

"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งครับ" เผยอวี้ยกยิ้มมุมปาก "ยิ่งไปกว่านั้น โปรเจกต์ที่ยอดเยี่ยมย่อมควรค่าแก่การศึกษา"

บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเริ่มมีความประหลาดก่อตัวขึ้น มันคือความชื่นชมผสมโรงกับการหยั่งเชิง ราวกับสัตว์ป่าผู้ง่างามสองตัวกำลังประเมินพละกำลังและภัยคุกคามของอีกฝ่าย

"หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับทนายเผยนะคะ" อวิ๋นเหยาเอ่ยตามมารยาท เตรียมจะจบการสนทนาที่ไม่ได้คาดคิดนี้

ทว่าเผยอวี้ดูเหมือนจะยังไม่รีบจากไป "งานเลี้ยงการกุศลสัปดาห์หน้า คุณอวิ๋นจะไปไหมครับ?"

อวิ๋นเหยาชะงักไปครู่ "ไปค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้น หวังว่าจะได้พบกันอีกนะครับ" เผยอวี้พยักหน้าเล็กน้อยพลางเบี่ยงตัวหลีกทางให้ "ระวังเท้าด้วยนะครับ เมื่อครู่พนักงานทำเครื่องดื่มหก พื้นตรงนั้นค่อนข้างลื่น"

อวิ๋นเหยาพยักหน้าขอบคุณและเดินต่อไปยังห้องน้ำ แต่เธอสัมผัสได้ว่าสายตาคู่นั้นยังคงทอดมองตามแผ่นหลังเธอไป เธอเผลอยืดหลังตรงและก้าวเดินด้วยความมั่นใจยิ่งกว่าเดิม

เมื่อกลับมาที่โต๊ะ อวิ๋นจิ่นเหนียนกำลังคุยโทรศัพท์หน้าเครียด พอเห็นเธอก็รีบวางสาย

"บริษัทมีเรื่องด่วน พี่ต้องไปก่อนนะ" พี่ชายลุกขึ้นพลางเอ่ยขอโทษ "คนขับรถรออยู่ข้างล่าง หรือเธอจะกลับเอง?"

"กลับเองค่ะ เพิ่งจะกี่โมงเอง?" อวิ๋นเหยาไม่ใส่ใจ "พี่ไปจัดการเถอะ ฉันจะนั่งต่ออีกสักพัก"

.